|
www.recyclechon.com=>
นานาสาระ ->
ของเก่าตัวไหน น่าเก็งกำไรในปี 2565
| |||||||
อื่นๆที่คล้ายกัน |
ของเก่าตัวไหน น่าเก็งกำไรในปี 2565
จำนวนผู้เข้าชม : 26693 คน
รายละเอียด
ของเก่าตัวไหน น่าเก็งกำไรในปี 2565 ประเภท : นานาสาระ **สวัสดีครับเหล่า "นักล่าขุมทรัพย์กองขยะ" และพี่น้องชาวรีไซเคิลทั่วไทย!**ยินดีต้อนรับเข้าสู่บทวิเคราะห์เจาะลึกที่ร้อนแรงยิ่งกว่าเตาหลอมเหล็ก! ปี 2564 ที่กำลังจะผ่านพ้นไปเนี่ย ผมบอกเลยว่าเป็นปีที่ "สวิง" ยิ่งกว่ารถไฟเหาะตีลังกาในสวนสนุกเสียอีก ใครที่อยู่ในวงการของเก่ามานานคงจะรู้ดีว่าเราไม่ได้เจอสถานการณ์แบบนี้บ่อยๆ ทั้งโควิด-19 ที่ทำเอาเสียวสันหลัง ทั้งเรื่องค่าขนส่งทางเรือ (Freight) ที่แพงหูฉี่จนนึกว่าส่งของไปดาวอังคาร และราคาพลังงานที่พุ่งกระฉูดจนกระเป๋าตังค์สั่นวันนี้ผมในฐานะ "พี่คนเดิม" จะขออาสามาถอดรหัส ตีแผ่ และคาดการณ์ทิศทางตลาดของเก่าปี 2565 ว่าตัวไหนจะเป็น "ดาวรุ่ง" พุ่งแรงแซงทางโค้ง และตัวไหนที่ต้องระวัง "ดอย" ให้ดีๆ เตรียมสมุดปากกามาจดด่วนครับงานนี้!---## 1. เปิดม่านปี 2564: เมื่อขยะกลายเป็นทองคำท่ามกลางพายุก่อนจะไปดูปีหน้า เรามาดูบรรยากาศส่งท้ายปี 2564 กันก่อนครับ ตอนนี้โลกกำลังตกอยู่ในสภาวะ "ของขาด" (Supply Shortage) แบบสุดๆ พี่จีนก็เริ่มกลับมาผลิต พี่กัน (อเมริกา) ก็เริ่มขยับตัว แต่ปัญหาคือ "เรือไม่มี ตู้ไม่มี!" แถมราคาน้ำมันโลกก็พุ่งไปแตะระดับที่ทำเอาค่าขนส่งหน้ามืดสถานการณ์นี้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อราคาของเก่าบ้านเราครับ เพราะเมื่อวัตถุดิบใหม่ (Virgin material) มันหายากและแพง โรงงานอุตสาหกรรมเลยหันมาง้อ "เศษวัสดุรีไซเคิล" ของพวกเราแทน ราคาของเก่าปลายปี 64 เลยดีดตัวสูงขึ้นจนน่าตกใจ แต่มันคือ "โอกาส" หรือ "กับดัก" กันแน่? มาไล่ดูกันทีละตัวเลยครับ---## 2. ทองแดง (Copper): ราชาสีแดงที่กำลังทำให้คนใจสั่นถ้าจะพูดถึงพระเอกตลอดกาลของวงการ คงหนีไม่พ้น "ทองแดง" ครับ ปกติราคาปอกสวยๆ อยู่ที่ 200-220 บาท เราก็ยิ้มแก้มปริแล้วใช่ไหมครับ? แต่ช่วงปลายปี 64 นี้เป็นไงล่ะ... **ดีดไปถึง 300 บาท (สำหรับทองแดงปอก) และ 270 บาท (สำหรับทองแดงเล็ก/ช็อต)** 5555!**ทำไมมันถึงแพงขนาดนี้?**นอกจากเรื่องค่าขนส่งแล้ว โลกกำลังก้าวเข้าสู่ยุค "พลังงานสะอาด" และ "รถยนต์ไฟฟ้า (EV)" ซึ่งใช้ทองแดงมากกว่ารถน้ำมันปกติหลายเท่าครับ ดีมานด์มันมหาศาลมากจริงๆ**คำเตือนจากพี่:**ราคา 300 บาทเนี่ย มันคือระดับ "High Risk" นะครับ ใครที่คิดจะ "ตุน" หรือทำตัวเป็นเจ้าพ่อสต็อกทองแดงในช่วงต้นปี 2565 ผมขอเตือนให้ระวัง "Stock Risk" ให้จงหนัก ถ้าวันดีคืนดีตลาดโลกปรับฐาน หรือโรงหลอมหยุดรับของ ราคามันสามารถดิ่งลงมาเหลือ 250 ได้ในพริบตาเดียว ใครซื้อมา 290 แล้วขายไม่ทัน งานนี้มีน้ำตาเช็ดหัวเข่าแน่นอนครับ "อย่าเล่นกับไฟ(ทองแดง) ถ้าใจไม่นิ่งพอ!"---## 3. ทองเหลืองและสแตนเลส (Brass & Stainless): คู่หูดูโอ้จอมสวิงมาดูคู่รองอย่างทองเหลืองกับสแตนเลสกันบ้างครับ ปลายปีนี้ราคาทองเหลืองขยับไปแตะ 190 บาท ส่วนสแตนเลส (เกรด 304) ก็พุ่งไปถึง 65 บาท ซึ่งถือว่า "สูงกว่าค่าเฉลี่ยในอดีต" แบบคนละเรื่องเลยครับ**กลยุทธ์ที่แนะนำ:**ทองเหลืองและสแตนเลสในปี 2565 ผมแนะนำให้ใช้สูตร **"ซื้อมา ขายไป ไวปานวอก"** ครับ อย่าแช่ไว้นานเด็ดขาด แม้เทรนด์จะดูดี แต่สองตัวนี้มีความอ่อนไหวต่อราคาตลาดโลกสูงมาก ถ้าคุณเก็บไว้เป็นเดือนๆ เพื่อหวังกำไรอีกโลละ 5 บาท คุณอาจจะเสียโอกาสในการหมุนเงินไปทำอย่างอื่นที่คุ้มกว่า เน้นรอบเร็ว กินกำไรส่วนต่างนิ่งๆ ชัวร์กว่าเยอะครับพี่น้อง!---## 4. เศษเหล็ก (Scrap Iron): ยักษ์ใหญ่ที่ตื่นจากการหลับใหลโอ้โห... เหล็กนี่คือมหากาพย์ของปีนี้เลยครับ จากเดิมที่เคยนอนอืดอยู่โลละ 8-10 บาท (บางช่วงเหลือ 5-6 บาทด้วยซ้ำ) ใครจะเชื่อว่าปลายปี 64 มันจะวิ่งมาแตะ **15 บาท!** ได้**วิเคราะห์เจาะลึก:**ที่เป็นแบบนี้เพราะทั่วโลกกำลังอยู่ในช่วง "Reconstruction" หรือการฟื้นฟูหลังโควิดครับ ทุกประเทศต้องการสร้างตึก สร้างสะพาน สร้างโครงสร้างพื้นฐานเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ บวกกับนโยบายของจีนที่เริ่มคุมเข้มการผลิตเหล็กที่สร้างมลพิษ ทำให้ราคาเหล็กในตลาดโลกพุ่งไม่หยุดในปี 2565 เหล็กจะยังเป็นรายได้หลักของร้านของเก่าส่วนใหญ่ เพราะปริมาณ (Volume) มันเยอะ แต่ต้องติดตามข่าวเรื่อง "มาตรการกำแพงภาษี" ของจีนและสหรัฐฯ ให้ดี เพราะนั่นคือตัวเปลี่ยนเกมของราคาเหล็กเลยล่ะครับ---## 5. พระเอกตัวจริงปี 2565: กระดาษลัง/กระดาษขาวดำ (The Real Winner)เอาล่ะครับ มาถึงไฮไลท์ที่ผมอยากจะบอกทุกคน "ตัวเต็ง" ที่น่าเล่นที่สุดในปี 2565 ไม่ใช่ทองแดงที่แพงหูฉี่ แต่คือ **"กระดาษ"** ครับ!**ทำไมกระดาษถึงเป็น "The Winner"?**ลองดูสิครับ ปัจจุบันราคากระดาษลังอยู่ที่ประมาณ 4.7 บาท (เคยพุ่งไปถึง 7 บาท และค่าเฉลี่ยปกติคือ 5-6 บาท) ฟังดูอาจจะไม่ตื่นเต้นเท่าทองแดง 300 บาทใช่ไหมครับ? แต่ลองมาดู **"ส่วนต่างกำไร" (Profit Gap)** สิครับ!1. **E-commerce Boom:** ทุกคนสั่งของออนไลน์ กล่องลูกฟูกจึงล้นเมือง ความต้องการใช้กระดาษรีไซเคิลทำกล่องใหม่มีสูงมาก2. **ต้นทุนต่ำ-วอลลุ่มเยอะ:** คุณใช้เงิน 10,000 บาท ซื้อทองแดงได้ไม่กี่กิโล แต่ซื้อกระดาษได้เป็นตัน!3. **ความเสี่ยงต่ำกว่า:** ราคากระดาษไม่สวิงวันละ 20-30 บาทเหมือนโลหะ มันค่อยๆ ขยับ ทำให้เราบริหารจัดการความเสี่ยงได้ง่ายกว่าในปี 2565 ใครที่จับจุดการรวบรวมกระดาษลังจากห้างร้าน หรือโรงงานได้นิ่งๆ คุณจะมี "Passive Income" จากขยะที่มั่นคงมากครับ ส่วนต่างกิโลละ 1-1.5 บาท เมื่อคูณด้วยจำนวนหลายๆ ตันต่อวัน... หึๆ กำไรเน้นๆ ครับผม!---## 6. กลยุทธ์การบริหารเงินสด (Cash Flow) สำหรับปี 2565ในปีที่ราคาของเก่า "แพงทั้งกระดาน" แบบนี้ ปัญหาใหญ่ที่สุดของร้านของเก่าไม่ใช่ไม่มีของซื้อครับ แต่คือ **"เงินสดไม่พอซื้อ!"** (Cash Crunch)สมมติปกติเคยใช้เงิน 1 ล้านบาทหมุนเวียนได้ของเต็มโกดัง พอราคาขึ้นมาเท่าตัว เงิน 1 ล้านเท่าเดิมอาจซื้อของได้แค่ครึ่งโกดัง ดังนั้น กลยุทธ์ที่คุณต้องใช้ในปี 2565 คือ:* **เน้นกระแสเงินสด (Cash is King):** อย่าเอาเงินไปจมกับการสต็อกของเพื่อรอเก็งกำไร เพราะปี 2565 ความผันผวนจะสูงมาก การขายออกให้เร็วที่สุดเพื่อให้เงินกลับมาหมุนใหม่คือหัวใจสำคัญ* **คัดเกรดให้ขาด:** เมื่อของแพง โรงหลอมจะ "เคี่ยว" เรื่องความสะอาดมากขึ้น ถ้าคุณคัดเกรดไม่ดี โดนหักน้ำหนักหรือโดนตีคืนคราวนี้เจ็บตัวหนักกว่าเดิมแน่นอนครับ* **รักษาความสัมพันธ์:** ในภาวะที่ของหายาก การมี "ขาประจำ" หรือ "ซัพพลายเออร์" ที่ซื่อสัตย์ต่อกันสำคัญกว่าราคาครับ อย่ามัวแต่ตัดราคากันจนอยู่ไม่ได้---## 7. ข้อควรระวัง: อย่าให้กำไรกลายเป็นเถ้าถ่าน!ข้อสุดท้ายที่ผมอยากฝากไว้ด้วยความรักและเป็นห่วงพี่น้องทุกคน โดยเฉพาะคนที่เน้นเก็บ "กระดาษ" ซึ่งเป็นพระเอกของเราในปีหน้า**"อัคคีภัย" คือศัตรูหมายเลขหนึ่งครับ!**กระดาษลังในโกดังช่วงหน้าแล้ง (ต้นปี 2565) มันคือเชื้อเพลิงชั้นดี ยิ่งถ้าใครเก็บกระดาษไว้เยอะๆ เพื่อรอจังหวะราคาดีๆ แล้วไม่มีระบบป้องกันไฟที่ดีพอ หรือปล่อยให้คนงานสูบบุหรี่ในเขตโกดัง... ผมบอกเลยว่า "บรรลัย" ครับ 5555 (หัวเราะทั้งน้ำตา)ตรวจสอบระบบสายไฟในร้าน อย่าให้มีจุดเสี่ยง และขอความกรุณาจัดระเบียบโกดังให้มีทางเข้าออกชัดเจน เผื่อกรณีฉุกเฉินจะได้แก้ไขทัน อย่าปล่อยให้ความรวยหายไปกับกองไฟนะครับ---## บทสรุป: ปี 2565 ปีแห่งการ "ตื่นตัว"สรุปภาพรวมนะครับ ปี 2565 ตลาดของเก่าบ้านเราจะยังคงคึกคักต่อเนื่องจากแรงส่งของเศรษฐกิจโลกที่เริ่มฟื้นตัว **ทองแดง** ยังคงเป็นราชาที่น่าเกรงขามแต่ต้องระวังดอย **เหล็ก** คือกระดูกสันหลังที่มั่นคง แต่ **กระดาษ** คือขุมทรัพย์ที่ทำกำไรได้สม่ำเสมอที่สุดการทำอาชีพของเก่าไม่ใช่แค่เรื่องของการ "ชั่งกิโลขาย" อีกต่อไปแล้วครับ แต่มันคือเรื่องของการวิเคราะห์เศรษฐกิจ การบริหารความเสี่ยง และการมีวินัยทางการเงิน ใครที่ปรับตัวได้ไว ติดตามข่าวสารสม่ำเสมอ (และอ่านบทความของผมบ่อยๆ 555) ผมเชื่อมั่นว่าปี 2565 จะเป็นปี "ทอง" ของพวกเราทุกคนแน่นอน!ขอให้เฮงๆ ปังๆ มีของเข้าร้านไม่ขาดสาย เงินทองไหลมาเทมาเหมือนน้ำป่าไหลหลากนะครับพี่น้อง! แล้วเจอกันที่โกดังครับ!**ด้วยความเคารพในหยาดเหงื่อของคนรีไซเคิลทุกท่าน**เมื่อวันที่ : 2026-02-10 11:19:05 |
||||||




