www.recyclechon.com=> นานาสาระ -> เทคนิคการตัดเหล็กหนา และการตัดเศษเหล็กให้ประหยัดต้นทุนในร้านรับซื้อของเก่า


เทคนิคการตัดเหล็กหนา และการตัดเศษเหล็กให้ประหยัดต้นทุนในร้านรับซื้อของเก่า

FaceBook Twitter
จำนวนผู้เข้าชม : 210 คน

เทคนิคการตัดเหล็กหนา และการตัดเศษเหล็กให้ประหยัดต้นทุนในร้านรับซื้อของเก่า


รายละเอียด

เทคนิคการตัดเหล็กหนา และการตัดเศษเหล็กให้ประหยัดต้นทุนในร้านรับซื้อของเก่า

ประเภท : นานาสาระ

   เทคนิคการตัดเหล็กหนา และการตัดเหล็กให้ประหยัดต้นทุนในร้านรับซื้อของเก่า

 การตัดเศษเหล็กถือว่า เป็นปัจจัยสำคัญในร้านรับซื้อของเก่า ที่ทำเศษเหล็กส่งให้กับทางเตาหลอมเหล็ก หรือส่งให้กับทางยี่ปั๊วรายใหญ่ ในการส่งเศษเหล็กให้กับทางเตาหลอมหรือยี่ปั๊วรายใหญ่นั้น เขาจะมีมาตรฐานในการรับซื้อเศษเหล็ก โดยหลักๆที่สำคํญในการส่งเศษเหล็ก จะแบ่งเป็น 3 อย่างคือ
  1.  เศษเหล็กนั้นจะต้องแบ่งเป็นประเภทให้ชัดเจนเช่น เหล็กหนา เหล็กบาง ขี้กลึง ห้ามปนกัน
  2.  การตัดเศษเหล็กจะต้อง ได้ขนาดของเตาหลอมเหล็ก ขนาดที่ได้ของเตาหลอมเหล็ก หรือยี่ปั๊วรายใหญ่นั้น คือขนาดกว้างคูณยาวไม่เกิน  80 * 80 cm หรืออาจจะเลยได้บ้าง แต่ไม่เกิน 1 เมตรและต้องมีจำนวนไม่เยอะ
  3. วัตถุที่เป็นอันตรายต่อเตาหลอมเสี่ยงต่อการระเบิด และวัตถุที่ปิดทึบจะต้องทำการตัดให้เรียบร้อย วัตถุที่เป็นอันตรายต่อเตาหลอมได้แก่ โช๊ครถยนต์ ถังน้ำมัน ถังแก๊ส ถังดับเพลิง ถังน้ำยาแอร์ เพราะทางเตาหลอมเหล็กกลัวเวลาหลอมเข้าไปจะระเบิดทำให้เตาหลอมเสียหาย หากกรณีที่ส่ง เข้าไปโดยไม่ตัด และเมื่อเตาหลอมเหล็กเจอจะตัดน้ำหนักปริมาณมาก และวัตถุที่ปิดทึบเช่นถัง 200 ลิตร ถัง 20 ลิตร ปี๊บ เศษเหล็กประเภทนี้จะต้องทำการตัดให้เรียบร้อย เพราะทางเตาหลอมเหล็กกลัวจะมีเศษดิน เศษหินอยู่นอกใน ทำให้เตาหลอมขาดทุนเรื่องน้ำหนักของเศษเหล็ก
  เทคนิคในการตัดเศษเหล็กที่ผมใช้อยู่เป็นประจำในร้านรับซื้อของเก่าคือ การตัดเศษเหล็ก ที่ส่งเป็นเกรดเหล็กหนา เช่น เหล็กบีม เหล็กข้ออ้อย เหล็กแผ่น เหล็กราง เหล็กกล่องก่อสร้าง เหล็กกล่อง เศษเหล็กพวกนี้ทางร้านรบซื้อของเก่าผมจะใช้นมหนูเบอร์ 0 หรือเบอร์ 1 เพราะเนื่องจากว่า หากใช้นมหนูที่ เบอร์ใหญ่จะทำให้เปลืองลมในการตัดเหล็ก เทคนิคการตัดเศษเหล็กก็สำคัญ ในการตัดเศษเหล็กประเภทนี้ จะต้องเอียงหัวตัดให้อยู่ที่ 60 องศา และเดินไปด้านหน้า เพื่อที่ว่าเปลวไฟที่อยู่ด้านหน้าของหัวตัดจะไปเร่งทำให้เศษเหล็กมีความร้อน และเมื่อเรากดลม จะทำให้ตัดเหล็กได้ง่ายยิ่งขึ้น การเลือกดูพื้นที่ในการตัดเศษเหล็กก็สำคญ เพื่อนๆจะต้อง เลือกพื้นที่ในการตัดเหล็กที่ง่าย ไม่ควรเลือกพื้นที่มีเศษเหล็กเชื่อมอยู่หลายชั้น เพราะจะทำให้ตัดเศษเหล็กยากยิ่งขึ้น

   สมมุติกรณีที่เพื่อนๆเปิดร้านรับซื้อของเก่าใหม่ และมีถังลมอยู่ 3 ใบ หากมีเศษเหล็ก 2 ตัน และไม่คำนึงถึงการใช้นมหนู  ใช้นมหนูตัดเหล็กเบอร์ใหญ่เช่นเบอร์ 2 หรือเบอร์ 3 ปรับลมและไฟแรง เพื่อที่ว่าตัดเศษเหล็กได้เร็ว บางครั้งการตัดเส้นเหล็กอย่างนี้ จะทำให้ลมในการตัดเศษเหล็กไม่เพียงพอ  จะต้องเอาถังลม ไปเติมลมใหม่ แต่ในการเติมลมแต่ละครั้งนั้น พฤติกรรมของโรงอัดลม เขาจะอัดครั้งละประมาณ 20 ใบ ซึ่ง จากเดิมที่เรามีถังลมอยู่ 3 ใบอยู่แล้ว เราจะต้องรอถังลมจากคนอื่นอีก 17 ใบ เพื่อจะได้เตรียมอัดลม ซึ่งจะกินระยะเวลานานมาก จากปกติการอัดลมแต่ละครั้งจะอยู่ที่ 1 ชั่วโมง แต่เราจะต้องใช้ระยะเวลาในการอัดลมครั้งนี้ถึงครึ่งวันทำให้เสียเวลาในการทำงานมาก

   เทคนิคในการตัดเหล็กหนานั้น การตัดเศษเหล็กหนาจะมีลักษณะที่แตกต่างจากเศษเหล็กทั่วไป คือ จากเดิมที่ใช้นมหนู เบอร์ 0 หรือเบอร์ 1 จะต้องเปลี่ยนใช้เป็นเบอร์ 2 หรือเบอร์ 3 เพื่อที่ว่า จะได้มีลมและไปออกมาในปริมาณที่มาก การเอียงหัวของหัวตัดนั้นจะต้องตั้งตรง 90 องศา ไม่สามารถเรียง 60 องศาได้ เพราะถ้าหากเอียง ความหนาของเศษเหล็กที่ตัดจะเพิ่มมากขึ้น ดังนั้นหัวตัดจะต้องตั้งที่ 90 องศาเวลาการตัดเศษเหล็ก จะต้องส่ายหัวตัดเหล็ก ซ้ายทีขวาทีซ้ายทีขวาทีสลับกันไป ให้มีช่องว่างบริเวณตรงแนวตัดอยู่ประมาณ 5 มิลลิเมตร เพื่อที่ว่าน้ำเหล็กจะได้มีพื้นที่ในการไหลลงไปด้านล่าง  หากน้ำเหล็กไม่สามารถไหลลงด้านล่าง น้ำเหล็กก็จะพุ่งย้อนขึ้นมาสู่ด้านบนทำให้เราไม่สามารถตัดเศษเหล็กได้ ซึ่งก็หมายความว่าเราไม่สามารถส่งเศษเหล็กได้เช่นกัน ทั้งหมดนี้จะเป็นเทคนิคในการตัดเศษเหล็ก หวังว่าบทความนี้จะให้ประโยชน์แก่เพื่อนๆ ที่ทำร้านรับซื้อของเก่า ขอบคุณมากครับ นพดล




  เมื่อวันที่ : 2019-09-12 09:01:09


โทร : 083-447-5799 คุณนพดล , 085-900-5698 คุณณัฐณิชา
คลิกที่นี่เพื่อดูวิธีการชำระเงิน