www.recyclechon.com=> นานาสาระ


นานาสาระ

สาเหตุที่ทำให้ราคาเศษเหล็กภายในประเทศตกต่ำ

สาเหตุที่ทำให้ราคาเศษเหล็กภายในประเทศตกต่ำ


สาเหตุที่ทำให้ราคาเศษเหล็กภายในประเทศตกต่ำ

ประเภท : นานาสาระ

รายละเอียด

     สาเหตุที่ทำให้เศษเหล็กภายในประเทศราคาตกต่ำ
   ในปี 2562 ถือว่าเป็นปีที่ราคาเศษวัสดุเหลือใช้ หรือของเก่ามีราคาผันผวนที่ค่อนข้างที่จะมากทำให้ร้านรับซื้อของเก่าและบริษัทรีไซเคิลหลายๆแห่งปรับตัวไม่ค่อยทัน   เริ่มจากปลายปีก่อน บรรดากลุ่มพลาสติก ราคาตกต่ำลงมา สาเหตุมาจากไม่สามารถส่งไปยังประเทศจีนได้  ประเทศจีนงดรับขยะรีไซเคิลเข้าประเทศ เพราะอันเนื่องมาจาก มีปัญหาเรื่องสิ่งแวดล้อมและมลพิษในประเทศเอง ตามมาเป็นในกลุ่มของประเภทกระดาษ ในต้นปี 2562 ราคากระดาษลัง จะอยู่ที่ 4 บาทกว่า ถึง 5 บาท ปรับต่ำลงมาเรื่อยๆจนถึง ณ.เดือนตุลาคมปี 2562 กระดาษลังส่งอยู่ น่าโรงอัดกระดาษ ราคาที่ 2 บาทกว่า ถือว่าเป็นช่วงวิกฤตของกระดาษลัง
     ในกลางปี 2562 ถือว่า เป็นช่วงวิกฤตที่สำคัญของราคาเศษเหล็ก ค่อนข้างที่จะมีผลกระทบมากในกลุ่มร้านรับซื้อของเก่าหรือผู้ที่ประมูลเศษวัสดุเหลือประเภทเหล็กรวมถึงลูกค้าที่ขายเศษเหล็กเองก็ตาม ซึ่งก่อนหน้านี้เมื่อต้นปีราคาเศษเหล็กจะอยู่ที่ 9 บาทกว่าจนถึง 10 บาท แต่ พอมากลางปี 2562 ราคาเศษเหล็กปรับราคาลงเรื่อยๆจนถึง ณ.ปัจจุบันเดือนตุลาคมราคาเศษเหล็กหน้าเตาหลอมอยู่ที่ 7 บาทกว่า (ซึ่งอันที่จริงเศษเหล็กภายในประเทศไม่เพียงพอต่อการหลอมเหล็กอยู่แล้ว)
   สาเหตุหลักๆที่ทำให้ราคาเศษเหล็กภายในประเทศราคาตกต่ำ
  1. เหล็กรูปพรรณจากประเทศจีนทะลักเข้าสู่ประเทศไทย ซึ่งหลายๆท่านทราบดีกันอยู่แล้วว่าประเทศจีนเป็นประเทศที่ผลิต สินค้าออกมาขายในราคาที่ถูก ไม่ว่าจะเป็นโทรศัพท์ สินค้าต่างๆ รวมถึงสินค้า กลุ่มประเภทเหล็กด้วย เพราะเนื่องจากประเทศจีนผลิตได้ในราคาที่ต้นทุนต่ำ และยิ่งภาครัฐบาลของประเทศจีนมีการสนับสนุนนโยบายเกี่ยวกับทางด้านเหล็ก เช่นการแปลงหนี้สินให้เป็นทุน การลดอากรการส่งออก การสนับสนุนด้านพลังงาน ปัจจัยเหล่านี้ทำให้เหล็กภายในประเทศจีนมีราคาที่ถูกลงมากกว่าเดิม  และอันเนื่องจากปัจจุบันประเทศจีนมีปัญหาเรื่องภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวภายในประเทศเอง ไม่มีการเจริญเติบโตเท่าที่ควร จึงมีการผลักดันขายเหล็กรูปพรรณออกจากต่างประเทศ ประเทศหลักๆที่นำเข้าเหล็กกันเยอะๆ คือ 1 สหรัฐอเมริกาและ 2 ประเทศไทย แต่เหล็กรูปพรรณของจีนนี้ไม่สามารถ ส่งเข้ากับประเทศสหรัฐอเมริกาได้ เพราะสหรัฐอเมริกามีการเก็บภาษีนำเข้าเหล็กรูปพรรณ ค่อนข้างที่จะสูง เลยเป็นปัจจัยให้เหล็กรูปพรรณของจีน ทะลักเข้าสู่ประเทศไทยและประเทศอาเซียน
  2. การเก็บภาษีนำเข้าเหล็กจากต่างประเทศในราคาที่ต่ำ เมื่อเทียบเมื่อเทียบกับหลายประเทศ  กรณีอย่างประเทศสหรัฐอเมริกา ในการเก็บภาษีเหล็กเส้นรูปพรรณจะเก็บภาษีอยู่ที่ 106-110 เปอร์เซ็นต์ ส่วนประเทศไทยนั้นเก็บอยู่ที่ 12 ถึง 36 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งถือว่าต่ำกว่าประเทศสหรัฐอเมริกา และเมื่อเทียบระหว่างประเทศไทยกับประเทศอินเดียในการเก็บภาษีเหล็กแผ่นรีดร้อน กรณีที่เป็นเหล็กแผ่นรีดร้อนประเทศอินเดียเก็บภาษีอยู่ที่ 489 ถึง 561 เปอร์เซ็นต์ ส่วนประเทศไทยจะเก็บอยู่ที่ประมาณ 30.9 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกันแล้วถือว่า เป็นการเก็บภาษีที่ต่ำ จากการเก็บภาษีที่ต่ำนี้เองเป็นช่องว่างให้เหล็กรูปพรรณจากจีนทะลักเข้าสู่ไทยได้ง่ายยิ่งขึ้น ส่งผลทำให้เตาหลอมไว้หลายแห่ง ลดกำลังการผลิตลง หันมานำเข้าเหล็กรูปพรรณจากจีนมากขึ้น หรือบางแห่งอาจจะปิดไลน์ผลิตไปเลยแล้วก็หันมานำเข้าเหล็กรูปพรรณแทน เพราะว่าต้นทุนต่ำกว่าการผลิตเอง ที่ไม่ได้มีการสนับสนุนจากภาครัฐ
  3. ปัญหาภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว สงครามการค้าระหว่างจีนและสหรัฐอเมริกา ซึ่งปัจจุบันมีการชะลอตัวในภาคอุตสาหกรรมยานยนต์ และอุตสาหกรรมอื่นๆ แล้วบวกกับปัญหาสงครามการค้าระหว่างจีนกับสหรัฐอเมริกา ยิ่งกระตุ้นให้ ภาวะเศรษฐกิจซบเซามากยิ่งขึ้น
    สิ่งที่น่าสนใจที่จะทำให้ราคาเศษเหล็กในประเทศปรับตัวมากยิ่งขึ้นคือภาครัฐบาล หากกรณีที่ ทางภาครัฐมีการสร้างโครงการใหญ่ๆเช่น รถไฟฟ้าความเร็วสูง ระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก eec ถ้าโครงการใหญ่ๆเหล่านี้ทางภาครัฐสนับสนุนให้ใช้เหล็กภายในประเทศก่อนและหากเหล็กไม่เพียงพอจริงๆจึงค่อยนำเข้าเหล็กจากต่างประเทศ จะช่วยให้ เศษเหล็กบ้านเราปรับตัวดียิ่งขึ้น
 หวังว่าร้านรับซื้อของเก่าและบริษัทรีไซเคิลหลายๆแห่งปรับตัวได้ทันในช่วงที่ราคาของเก่าผันผวนเช่นนี้ ขอให้โชคดีครับ 






ดูรายละเอียดทั้งหมด -> เมื่อวันที่ : 2019-10-25 10:51:59




กระแส รับซื้อของเก่าในปี 2563

กระแส รับซื้อของเก่าในปี 2563


กระแส รับซื้อของเก่าในปี 2563

ประเภท : นานาสาระ

รายละเอียด

       กระแส รับซื้อของเก่าในปี 2563
    ในปี 2562 มีหลายอย่างเกิดขึ้นในร้านรับซื้อของเก่าอย่างรวดเร็ว ส่วนใหญ่ก็จะเป็นราคาเศษวัสดุเหลือใช้ตกต่ำ โดยเริ่มจากราคาเศษพาสติกก่อน และตามลงมาก็คือราคาเศษกระดาษปรับราคาลงมาจากราคาทรงๆตัวที่ 4 บาท/กก.เหลือ 2.5บาท/กก. ร้านรับซื้อของเก่าและผู้ประกอบการรีไซเคิลต่างก็มาร้องโอดครวญ ว่ามันเกิดอะไรขึ้น ซึ่งปัจจุบันต้องยอมรับว่าการค้าขายของเก่า วัตถุดิบรีไซเคิล เศษสแคร๊ปต่างๆ ไม่ได้ซื้อขายและใช้เองภายในประเทศอีกต่อไป แต่จะมีตลาดใหญ่อยู่ที่ประเทศจีนเป็นตัวแปรหลัก  ราคาพาสติกและกระดาษตกต่ำมีผลมาจากจีนไม่อนุญาตให้นำเข้าประเทศเนื่องจากมีปัญหาเรื่องสิ่งแวดล้อม และกระดาษต่างประเทศที่เคยส่งให้จีนทะลักเข้าไทย เลยส่งให้ราคาลดลงเรื่อยๆ
   ส่วนเหล็กนั้นช่วงต้นปีถึงกลางปีราคาก็ทรงตัวและแนวโน้มว่าจะดีเนื่องจากเศษเหล็กภายในประเทศขาดตลาด ร้านรับซื้อของเก่าที่ทำเกี่ยวกับเหล็กคึกคัก แต่แล้วเมื่อเจอเหล็กรูปพรรณจากจีนซึ่งมีราคาถูกกว่าการผลิตภายในประเทศมาตีตลาดเข้าไทยและอาเซี่ยน ผู้ประกอบการเกี่ยวกับเหล็กต่างๆเลยลดกำลังการผลิตหรือบางบริษัทปิดไลน์การผลิต และหันมาสั่งเหล็กจากจีนแทนเลยทำให้ตลาดเหล็กในบ้านเราผันผวน  ส่วนราคาเศษเหล็กนั้นไม่ต้องพูดถึง ราคาตกต่ำ ร้านรับซื้อของเก่าที่ส่งเศษเหล็กไม่ทันก็ต้องรับภาวะขาดทุนกันไป
  ทองแดงและอลูมิเนียมราคาก็ตกลงอีกเช่นกัน ซึ่งเดือนตุลาคม2562นี้ ทองแดงปอกอยู่ที่ 170 บาท/กิโลกรัม ถือว่าเป็นช่วงราคาทองแดงต่ำสุดที่มีมา
  ส่วนในปี 2563 นี้ส่วนตัวผมที่ว่าน่าทำในร้านรับซื้อของเก่า คือ ขวดแก้ว เพราะในปี 2562 ราคาจะนิ่งๆ บางช่วงมีการปรับราคาขึ้น และข่าวจากฐานเศรษฐกิจ ได้กล่าวว่า บริษัท BJC ได้ลงทุนกว่า 1000 ล้านบาท ขยายฐานการผลิตขวดแก้วและพัฒนาศูนย์วิจัยในจังหวดสระบุรี เพื่อรองรับลูกค้าพรีเมี่ยมและเทรนโลกที่ตื่นตัวเรื่องสิ่งแวดล้อม
ซึ่งก่อนหน้านี้ลงทุนไปเมื่อ 3 ปีที่แล้ว กว่า 5000 ล้าน และล่าสุดจะเปิดเตาหลอมที่ 5 ซึ่งมีกำลังการผลิตกว่า 1100 ตันต่อวัน  น่าจะเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับร้านรับซื้อของเก่าที่กำลังมองหาช่องทางในการทำกำไรในวัตถุดิบรีไซเคิลนี้อยู่ และการลงทุนต่อหน่วยถือว่าถูก และมีวัตถุดิบให้เล่นอีกมาก หากประเทศจีนไม่มาแทรกแซงกลไกลตลาดอีกก็ถือว่าน่าสนใจไม่น้อย





ดูรายละเอียดทั้งหมด -> เมื่อวันที่ : 2019-10-07 15:06:16




การทำร้านรับซื้อของเก่า ในยุคที่เศรษฐกิจไม่ดี

การทำร้านรับซื้อของเก่า ในยุคที่เศรษฐกิจไม่ดี


การทำร้านรับซื้อของเก่า ในยุคที่เศรษฐกิจไม่ดี

ประเภท : นานาสาระ

รายละเอียด

   การทำร้านรับซื้อของเก่าในยุคที่เศรษฐกิจไม่ดี
  การทำร้านรับซื้อของเก่า ณ ปัจจุบัน มีคนนิยมมากมายในการทำธุรกิจร้านรับซื้อของเก่านี้ แล้วก็มีอีกจำนวนไม่น้อยที่ปิดกิจการร้านรับซื้อของเก่าไปเช่นกัน มีหลายปัจจัยมาก ที่ทำให้ร้านรับซื้อของเก่าปิดตัวลงไป สาเหตุหลักๆคือ รายได้ไม่พอกับรายจ่าย หรือเรียกง่ายๆว่าไม่มีของเก่าเข้าร้านนี่เอง
   จากประสบการณ์ตรงของผมที่ทำร้านรับซื้อของเก่ามา ผมมองว่าการทำร้านรับซื้อของเก่าในปัจจุบันทำได้ยากกว่าเดิม เนื่องจากราคาวัตถุดิบรีไซเคิล ราคาไม่คงที่ ราคามีการ Swing ตัวสูง วัตถุดิบรีไซเคิลหลายประเภทนำเข้าจากต่างประเทศ  จึงทำให้วัตถุดิบรีไซเคิลภายในประเทศราคาตกต่ำ และยิ่งเศรษฐกิจภายในและต่างประเทศถดถอยยิ่งทำให้ธุรกิจร้านรับซื้อของเก่าและรีไซเคิลซบเซายิ่งกว่าเดิม
    วัตถุดิบรีไซเคิลที่มีผลกระทยในช่วง1 ปีที่ผ่านมา
  1.  ราคาเศษกระดาษลัง จากก่อนหน้านี้ ราคาจะอยู่ประมาณ 5 บาท หรือถูกลงมาหน่อยจะอยู่ที่ 4 บาทกว่า แต่ในช่วงของปีนี้ ระยะเวลา 6 เดือนที่ผ่านมา ราคาใส่กระดาษปรับราคาลงอย่างน่าใจหาย จนเหลือราคา 2 บาทกว่า ทำให้ผู้ประกอบการร้านรับซื้อของเก่าและบริษัทรีไซเคิลที่ประมูลกับโรงงานอุตสาหกรรม มีปัญหาอย่างยิ่ง เนื่องจากราคาที่ประมูลเสนอราคากับโรงงานไว้กับราคาที่ขายในปัจจุบัน ราคาแตกต่างกันมาก จึงทำให้ประสบปัญหาภาวะขาดทุน สาเหตุของการที่เศษกระดาษปรับลงมานั้นอันเนื่องมาจาก ประเทศจีนไม่เปิดรับ วัตถุดิบรีไซเคิลประเภทกระดาษ ทำให้ ประเทศต่างๆที่เคยส่งวัตถุดิบรีไซเคิลประเภทกระดาษให้กับจีนนั้นหันทิศทางมาส่งให้กับไทยและกลุ่มประเทศอาเซี่ยน เลยทำให้ราคาเศษกระดาษภายในประเทศตกต่ำลง
  2.  ราคาทองแดง ตกต่ำจากเดิมอยู่ที่ 190 บาทถึง 200 บาท มา ณ.ปัจจุบันราคาตกต่ำลงเหลืออยู่ที่ประมาณ 170 บาท อันเนื่องมาจากเศรษฐกิจไม่มีการเจริญเติบโต ไม่มีการใช้ วัตถุดิบประเภททองแดงในอุตสาหกรรมต่างๆ เมื่อไม่มีความต้องการในการใช้วัตถุดิบประเภทนี้จึงทำให้ราคาทองแดงปรับลง
  3. ประเภทเศษเหล็ก เศษเหล็กก็อยู่ในกลุ่ม ของประเภททองแดงเช่นเดียวกัน ก็คือเศรษฐกิจไม่ดีไม่มีการใช้ เศษเหล็ก ในภาคอุตสาหกรรมหรือโครงการใหญ่ๆของภาครัฐ  และยิ่งรัฐบาลมีการอนุญาตให้นำเข้าเศษเหล็กจากต่างประเทศ หวังว่าต้นทุนการผลิตเหล็กรูปพรรณ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ทำให้ราคาเศษเหล็กภายในประเทศตกต่ำ ส่งผลให้ผู้ประกอบการร้านรับซื้อของเก่าและรีไซเคิลเป็นปัญหา
  4. ประเภทพลาสติก ราคาก็ตกต่ำลงมาเช่นเดียวกัน สาเหตุหลักๆมาจากประเทศจีน มีนโยบายเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม ไม่ให้นำเข้าวัตถุดิบประเภทพลาสติก จึงมีผลทำให้ พลาสติกที่ เคยนำส่งออกไปสู่ประเทศจีนไม่สามารถขายได้ราคาตกต่ำเช่นเดียวกัน
    วิธีทางและแนวทางการแก้ไขปัญหาเหล่านี้สำหรับผู้ประกอบการร้านรับซื้อของเก่า
  1. รัานรับซื้อของเก่าจะต้องทำกำไรระยะสั้น ซื้อมา ขายไป ลดสต๊อกภายในร้านรับซื้อของเก่าตัวเองให้ได้มากที่สุด เพื่อลดอัตราการเสี่ยง ในภาวะการขาดทุน
  2. การเสนอราคาซื้อสินค้าหรือวัตถุดิบรีไซเคิล ควรเสนอราคา เผื่อสำหรับ ราคาปรับลงเพื่อป้องกันผลกระทบจากราคาปรับลง
  3. ซื้อขายเป็นเงินสดและเก็บเงินสดสำรองเผื่อฉุกเฉิน ลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นออก
เทคนิคการแก้ปัญหาเหล่านี้จะช่วยให้ผู้ประกอบการร้านรับซื้อของเก่า จะมีปัญหาน้อยสุดในสภาวะที่เศรษฐกิจไม่ดี หวังว่าเพื่อนๆผู้ประกอบการรับซื้อของเก่าหลายๆท่านคงจะโชคดีในภาวะที่เศรษฐกิจไม่ดีในช่วงนี้ เอาใจช่วยให้เพื่อนๆทุกท่านโชคดีครับ สวัสดีครับ





ดูรายละเอียดทั้งหมด -> เมื่อวันที่ : 2019-09-13 11:42:27




เทคนิคการตัดเหล็กหนา และการตัดเศษเหล็กให้ประหยัดต้นทุนในร้านรับซื้อของเก่า

เทคนิคการตัดเหล็กหนา และการตัดเศษเหล็กให้ประหยัดต้นทุนในร้านรับซื้อของเก่า


เทคนิคการตัดเหล็กหนา และการตัดเศษเหล็กให้ประหยัดต้นทุนในร้านรับซื้อของเก่า

ประเภท : นานาสาระ

รายละเอียด

   เทคนิคการตัดเหล็กหนา และการตัดเหล็กให้ประหยัดต้นทุนในร้านรับซื้อของเก่า

 การตัดเศษเหล็กถือว่า เป็นปัจจัยสำคัญในร้านรับซื้อของเก่า ที่ทำเศษเหล็กส่งให้กับทางเตาหลอมเหล็ก หรือส่งให้กับทางยี่ปั๊วรายใหญ่ ในการส่งเศษเหล็กให้กับทางเตาหลอมหรือยี่ปั๊วรายใหญ่นั้น เขาจะมีมาตรฐานในการรับซื้อเศษเหล็ก โดยหลักๆที่สำคํญในการส่งเศษเหล็ก จะแบ่งเป็น 3 อย่างคือ
  1.  เศษเหล็กนั้นจะต้องแบ่งเป็นประเภทให้ชัดเจนเช่น เหล็กหนา เหล็กบาง ขี้กลึง ห้ามปนกัน
  2.  การตัดเศษเหล็กจะต้อง ได้ขนาดของเตาหลอมเหล็ก ขนาดที่ได้ของเตาหลอมเหล็ก หรือยี่ปั๊วรายใหญ่นั้น คือขนาดกว้างคูณยาวไม่เกิน  80 * 80 cm หรืออาจจะเลยได้บ้าง แต่ไม่เกิน 1 เมตรและต้องมีจำนวนไม่เยอะ
  3. วัตถุที่เป็นอันตรายต่อเตาหลอมเสี่ยงต่อการระเบิด และวัตถุที่ปิดทึบจะต้องทำการตัดให้เรียบร้อย วัตถุที่เป็นอันตรายต่อเตาหลอมได้แก่ โช๊ครถยนต์ ถังน้ำมัน ถังแก๊ส ถังดับเพลิง ถังน้ำยาแอร์ เพราะทางเตาหลอมเหล็กกลัวเวลาหลอมเข้าไปจะระเบิดทำให้เตาหลอมเสียหาย หากกรณีที่ส่ง เข้าไปโดยไม่ตัด และเมื่อเตาหลอมเหล็กเจอจะตัดน้ำหนักปริมาณมาก และวัตถุที่ปิดทึบเช่นถัง 200 ลิตร ถัง 20 ลิตร ปี๊บ เศษเหล็กประเภทนี้จะต้องทำการตัดให้เรียบร้อย เพราะทางเตาหลอมเหล็กกลัวจะมีเศษดิน เศษหินอยู่นอกใน ทำให้เตาหลอมขาดทุนเรื่องน้ำหนักของเศษเหล็ก
  เทคนิคในการตัดเศษเหล็กที่ผมใช้อยู่เป็นประจำในร้านรับซื้อของเก่าคือ การตัดเศษเหล็ก ที่ส่งเป็นเกรดเหล็กหนา เช่น เหล็กบีม เหล็กข้ออ้อย เหล็กแผ่น เหล็กราง เหล็กกล่องก่อสร้าง เหล็กกล่อง เศษเหล็กพวกนี้ทางร้านรบซื้อของเก่าผมจะใช้นมหนูเบอร์ 0 หรือเบอร์ 1 เพราะเนื่องจากว่า หากใช้นมหนูที่ เบอร์ใหญ่จะทำให้เปลืองลมในการตัดเหล็ก เทคนิคการตัดเศษเหล็กก็สำคัญ ในการตัดเศษเหล็กประเภทนี้ จะต้องเอียงหัวตัดให้อยู่ที่ 60 องศา และเดินไปด้านหน้า เพื่อที่ว่าเปลวไฟที่อยู่ด้านหน้าของหัวตัดจะไปเร่งทำให้เศษเหล็กมีความร้อน และเมื่อเรากดลม จะทำให้ตัดเหล็กได้ง่ายยิ่งขึ้น การเลือกดูพื้นที่ในการตัดเศษเหล็กก็สำคญ เพื่อนๆจะต้อง เลือกพื้นที่ในการตัดเหล็กที่ง่าย ไม่ควรเลือกพื้นที่มีเศษเหล็กเชื่อมอยู่หลายชั้น เพราะจะทำให้ตัดเศษเหล็กยากยิ่งขึ้น

   สมมุติกรณีที่เพื่อนๆเปิดร้านรับซื้อของเก่าใหม่ และมีถังลมอยู่ 3 ใบ หากมีเศษเหล็ก 2 ตัน และไม่คำนึงถึงการใช้นมหนู  ใช้นมหนูตัดเหล็กเบอร์ใหญ่เช่นเบอร์ 2 หรือเบอร์ 3 ปรับลมและไฟแรง เพื่อที่ว่าตัดเศษเหล็กได้เร็ว บางครั้งการตัดเส้นเหล็กอย่างนี้ จะทำให้ลมในการตัดเศษเหล็กไม่เพียงพอ  จะต้องเอาถังลม ไปเติมลมใหม่ แต่ในการเติมลมแต่ละครั้งนั้น พฤติกรรมของโรงอัดลม เขาจะอัดครั้งละประมาณ 20 ใบ ซึ่ง จากเดิมที่เรามีถังลมอยู่ 3 ใบอยู่แล้ว เราจะต้องรอถังลมจากคนอื่นอีก 17 ใบ เพื่อจะได้เตรียมอัดลม ซึ่งจะกินระยะเวลานานมาก จากปกติการอัดลมแต่ละครั้งจะอยู่ที่ 1 ชั่วโมง แต่เราจะต้องใช้ระยะเวลาในการอัดลมครั้งนี้ถึงครึ่งวันทำให้เสียเวลาในการทำงานมาก

   เทคนิคในการตัดเหล็กหนานั้น การตัดเศษเหล็กหนาจะมีลักษณะที่แตกต่างจากเศษเหล็กทั่วไป คือ จากเดิมที่ใช้นมหนู เบอร์ 0 หรือเบอร์ 1 จะต้องเปลี่ยนใช้เป็นเบอร์ 2 หรือเบอร์ 3 เพื่อที่ว่า จะได้มีลมและไปออกมาในปริมาณที่มาก การเอียงหัวของหัวตัดนั้นจะต้องตั้งตรง 90 องศา ไม่สามารถเรียง 60 องศาได้ เพราะถ้าหากเอียง ความหนาของเศษเหล็กที่ตัดจะเพิ่มมากขึ้น ดังนั้นหัวตัดจะต้องตั้งที่ 90 องศาเวลาการตัดเศษเหล็ก จะต้องส่ายหัวตัดเหล็ก ซ้ายทีขวาทีซ้ายทีขวาทีสลับกันไป ให้มีช่องว่างบริเวณตรงแนวตัดอยู่ประมาณ 5 มิลลิเมตร เพื่อที่ว่าน้ำเหล็กจะได้มีพื้นที่ในการไหลลงไปด้านล่าง  หากน้ำเหล็กไม่สามารถไหลลงด้านล่าง น้ำเหล็กก็จะพุ่งย้อนขึ้นมาสู่ด้านบนทำให้เราไม่สามารถตัดเศษเหล็กได้ ซึ่งก็หมายความว่าเราไม่สามารถส่งเศษเหล็กได้เช่นกัน ทั้งหมดนี้จะเป็นเทคนิคในการตัดเศษเหล็ก หวังว่าบทความนี้จะให้ประโยชน์แก่เพื่อนๆ ที่ทำร้านรับซื้อของเก่า ขอบคุณมากครับ นพดล






ดูรายละเอียดทั้งหมด -> เมื่อวันที่ : 2019-09-12 09:01:09




รับซื้อของเก่าแบบไหน ลงทุนน้อยและกำไรดี

รับซื้อของเก่าแบบไหน ลงทุนน้อยและกำไรดี


รับซื้อของเก่าแบบไหน ลงทุนน้อยและกำไรดี

ประเภท : นานาสาระ

รายละเอียด

รับซื้อของเก่าแบบไหนลงทุนน้อยและกำไรดี

   โดยปกติแล้วการรับซื้อของเก่าเพื่อนๆก็จะนึกถึงการรับซื้อ กระดาษ พลาสติก เศษเหล็ก ขวดต่างๆ  ซึ่งก็จะเป็นการรับซื้อของเก่าโดยทั่วไป  ในส่วนนี้จริงๆแล้วเราไม่สามารถทำกำไรได้เยอะ เนื่องจากว่ามันมีราคากลางออกมา อย่างในกรณีเศษเหล็ก ทางเตาหลอมก็จะส่งราคามาให้กับทางตัวแทน ทางตัวแทนเศษเหล็กก็จะส่งราคาให้กับทางร้านรับซื้อของเก่า ราคาก็จะส่งกันเป็นทอดๆซึ่งอันที่จริงราคาก็จะไม่ทิ้งกันมาก เวลาทำกำไรก็จะทำได้ไม่เยอะ พวกกระดาษหรือพลาสติกก็เหมือนกัน  และการรับซื้อของเก่าที่แยกย่อยออกไป ที่จริงแล้วมันจะมีการแยกย่อยออกไปอีกเยอะมาก เช่น การซื้อขาย พาเลท พลาสติก การซื้อขายพาเลทพลาสติกมือสอง กรณีที่เป็นพาเลทพลาสติกแตก ทางผู้รับซื้อจะจัดส่งให้กับทางโรงโม่พลาสติก ส่วนพาเลทดีก็จะแยกขายเป็นตัว การรับซื้อแบตเตอรี่  การรับซื้อเศษเหล็กมือสอง เพื่อที่ว่านำเหล็กมือสองเหล่านี้ ไปขายหน้าร้านสำหรับลูกค้าใช้เศษเหล็กไม่เยอะ การรับซื้อของเก่าพวกนี้ก็จะมีอยู่เยอะมากเลย แต่หลักๆเขาจะไม่ค่อยสอนกันเพราะเนื่องจากว่ากลัวมาแย่งอาชีพ จากที่สังเกตดูเขาจะสอนกันเฉพาะญาติพี่น้องกันเท่านั้น และพาญาติพี่น้องมาทำ  ก็จะไม่เหมือนกับการรับซื้อของเก่าทั่วไปที่ว่ามีแฟรนไชส์ ดังๆต่างๆเปิดสอนกันอยู่ คือเขาก็จะเปิดสอนตัวพื้นฐาน ที่ว่ามีตลาดอยู่แน่นอน


    วันนี้ผมก็จะมาพูดเกี่ยวกับเรื่องการรับซื้อของเก่า ลงทุนน้อยและได้กำไรดี คือผมไปเปิดดูทางอินเทอร์เน็ต ก็มีกลุ่มงานประเภทนี้ ผมก็เลยมาเล่าให้ฟังแล้วกัน ก็คือการรับซื้อของเก่าตามตามบ้าน ที่ว่าต้องการย้ายบ้าน  ต้องการจะกลับไปอยู่บ้านต่างจังหวัด และต้องการขนของน้อยๆ ไม่อยากขนย้ายจำนวนเยอะเปลืองค่าขนส่ง ของเก่าพวกนี้คือเขาก็จะขายออกเลยเช่น ชั้นวางของ ตู้เสื้อผ้า ทีวี ตู้เย็นต่างๆ หรือในกิจการบางที่ว่าเขาปิดกิจการ แล้วก็จะมีพวกของวัสดุเหลือใช้พวกนี้ กรณีที่ว่าเป็นร้านอาหารก็จะเป็นประมาณว่าเป็น โต๊ะ เก้าอี้ ตู้แช่ แอร์ หรือพวกร้านพวกเสื้อผ้า รองเท้าต่างๆ  ก็จะมีพวกชั้นวางของ พวกกระจก หุ่นโชว์ ต่างๆ ที่ผมบอกว่าพวกนี้สามารถทำกำไรได้ดี เพราะว่าการรับซื้อของเก่าทั่วไปไปมันจะไม่มีราคากลางมาเป็นตัวกำหนด แต่กรณีการรับซื้อของเก่าในลักษณะนี้ ประมาณนี้ มันก็จะไม่มีราคากลางมาเป็นตัวกำหนด  จะอาศัยความพึงพอใจระหว่างผู้ซื้อกับผู้ขาย ซึ่งในส่วนนี้คือทางผู้ซื้อและผู้ขายจะเป็นคนกำหนดราคากัน  การซื้อขายในการแบบการประเมินด้วยความพึงพอใจมันก็จะมีข้อดีสำหรับผู้ซื้อเพราะว่าสามารถรับซื้อของเก่าได้ในราคาถูก เช่น ในกรณีแอร์เก่า 9000 btu ทั้งผู้ซื้อเริ่มแรกเดิมทีเข้ามาในราคาตัวที่อยู่ประมาณสักหมื่นต้นๆ ประมาณสักหมื่นสองหมื่นสามพร้อมติดตั้งนะครับผมเขา อาจจะถ่ายให้ในราคา 2,500 บาทในส่วนนี้ก็คือทางเราเป็นผู้ซื้อเราก็สามารถแจ้งเหตุผลให้กับทางผู้ขายได้ว่าเราสามารถซื้อในราคาต่ำลงได้นะครับ คือเราก็แจ้งทางลูกค้าไปว่า เราซื้อ 2,500 บาทเราจะต้องไปบวกกำไรเพิ่มขึ้น แล้วทางลูกค้าที่ซื้อต่อจากเราไปเขาจะต้องไปจ้างช่างสำหรับติดตั้ง ในส่วนนี้คือประกันมันจะหมดแล้ว เมื่อบวกลบคูณหารการจ้างช่างไปติดตั้งใหม่ มีการแวคน้ำยา แล้วประกันที่หมดแล้ว บวกลบคูณหารทางลูกค้าเนี่ยก็คือเขาจะซื้อแอร์ใหม่  เพราะว่าค่าใช้จ่ายมันสูง และเขาก็ไม่มั่นใจกับคุณภาพที่ได้ เราก็อาจจะแจ้งทางผู้ขายว่าเราสามารถซื้อได้ตัวละ 800 บาทหรือ 1,000 บาทผมซึ่งจะทำให้เรารับซื้อของเก่าได้ในราคาต่ำลง เราก็ต้องหาเหตุผลดีๆไปแจ้งให้กับทางผู้ขายเพื่อลดราคา หรือยังในกรณีที่ว่าเป็นเป็นหุ่นโชว์ หรืออาจจะเป็นพวกชั้นวางของสำหรับร้านขายรองเท้าแฟชั่นเสื้อผ้าแฟชั่น ในส่วนนี้เราก็อาจจะแจ้งกับทางผู้ขายว่า ตัวหุ่นโชว์ส่วนใหญ่เขาก็จะไปหาตามแหล่งขายที่ว่าเขาขายของมือ 1เพราะว่ามันมีให้เลือกหลายอย่าง อย่างกระจกคือลูกค้าที่ว่าเขาใช้กับของที่เรามีขายอยู่มันหาค่อนข้างที่จะยาก จนกว่าที่เราจะได้ขายเอามันต้องใช้ระยะเวลานาน เราก็แจ้งเหตุผลเหล่านี้ต่างๆให้กับทางผู้ขาย เมื่อผู้ขายฟังเหตุผลดีๆจากเราไป ประจวบเขาว่าเขาไม่อยากขนย้ายและเขาไม่อยากจ้างช่างมาปลดสำหรับแอร์ ในส่วนนี้เขาก็จะตัดใจขายให้กับเราในราคาที่ถูก เพื่อนๆก็ต้องหาเหตุผลไปต่อรองกับทางผู้ขายเพื่อเราจะได้รับซื้อของเก่าในราคาถูกลง
  แหล่งตลาดของเก่าสินค้าประเภทนี้ก็คือ
  1.  ติดต่อขายให้กับทางพ่อค้าแม่ค้าตลาดนัด ที่เขาขายของมือสอง
  2. เปิดหน้าร้านขายแถวนิคมอุตสาหกรรม หรืแหล่งชุมชนต่างๆ ซึ่งบางคนจะมีงบน้อยหน่อยเขาอาจจะใช้ของมือสองเรา
  3. คือช่องทางในการขายทาง Facebook กลุ่มต่างๆ คือเราก็โพสต์ขายของที่เรามีอยู่ไปในกลุ่มต่างๆที่เราคิกว่ามีลูกค้าเราอยู่
ข้อดีของการรับซื้อของเก่าประมาณนี้คือเราจะได้ของในราคาที่ค่อนข้างที่จะถูก แต่ข้อเสียของการรับซื้อของเก่าประเภทนี้ก็ค่อนข้างที่จะมีเยอะเหมือนกันคือจะต้องมีรถขนย้าย แล้วก็ต้องมีทีมงานสำหรับในการขนย้ายเพราะว่าบางทีลูกค้าต้องการขายด่วน เรามีทีมงาน support  ขอฝากไว้นิดนึงละกันก็ในกรณีสำหรับเพื่อนๆที่รับซื้อของเก่าประมาณนี้ถ้าแบบมีรถกระบะหรือรถ 6 ล้อรับจ้างเลยก็จะเป็นการดี คือทำการรับจ้างขนย้ายในส่วนที่ไม่ต้องการขนก็รับซื้อเลย มันจะเอื้อธุรกิจกันดีมาก
 ส่วนร้านรับซื้อของเก่าทั่วไปที่ไม่นิยมรับซื้อของเก่าพวกนี้ เพราะว่าคือเขาต้องมีสถานที่จัดเก็บมาก แล้วของแต่ละชิ้นที่มันจะขายมันจะต้องใช้ระยะเวลานาน ซึ่งเขาก็อยากจะได้ของที่ว่าซื้อมาขายไปง่ายๆมากกว่าเช่น ขวด พลาสติก เหล็ก ประมาณนี้
ก็หวังว่าเพื่อนๆจะได้ประโยชน์พอสมควรนะครับผมก็ถ้ามีข้อมูลอะไรดีๆผมก็จะเอามาลงครับ ขอบคุณมากครับสวัสดีครับ




ดูรายละเอียดทั้งหมด -> เมื่อวันที่ : 2019-09-01 19:40:45




สาเหตุที่ทำให้ราคากระดาษตกต่ำ

สาเหตุที่ทำให้ราคากระดาษตกต่ำ


สาเหตุที่ทำให้ราคากระดาษตกต่ำ

ประเภท : นานาสาระ

รายละเอียด

สาเหตุที่ทำให้ราคาเศษกระดาษตกต่ำ
     ปัญหาราคาใส่กระดาษตกต่ำมันเป็นปัญหา ณ.ปัจจุบันที่ทำให้ผู้ประกอบการร้านรับซื้อของเก่าหรือผู้ประกอบการรีไซเคิลทั่วไปค่อนข้างที่จะมีปัญหามากเลยครับ สำหรับร้านรับซื้อของเก่าที่ว่าซื้อมาขายไปในส่วนนี้ก็ไม่ค่อยมีปัญหาเท่าไหร่  อาจจะมีบ้างในกรณีที่ลูกค้าอาจไม่ค่อยอยากขายของให้ แลในส่วนของผู้ประกอบการรีไซเคิลที่ไปประมูลกับทางโรงงานอุตสาหกรรมแล้วก็ มีสัญญาระยะยาวไว้ ในส่วนนี้ก็ต้องขาดทุนไป เพราะว่าราคาเศษกระดาษปรับลงอย่างต่อเนื่อง ทำให้ขาดทุนสะสม หรือแม้กระทั่งท่านที่สต๊อกสินค้าไว้นะครับหวังเก็งกำไรเพื่อจะรอจังหวะกระดาษขึ้นนะครับ ส่วนนี้ก็ต้องขาดทุนกันพอสมควร 
      สาเหตุที่ทำให้ราคาใส่กระดาษตกต่ำ ผมก็พยายามไปหาข้อมูลต่างๆจากเว็บไซต์ที่น่าเชื่อถือแล้วก็หาจากบุคคลในวงการกระดาษ ซึ่งก็ได้ข้อมูลมาจากหลายๆที่แล้วก็อาจจะมาวิเคราะห์ให้เพื่อนๆฟังแล้วกัน
  1. ข้อมูลจากเว็บไซต์www.today.line.me เขาบอกว่าเมื่อกลางปี 2560 ทางรัฐบาลจีนมีประกาศที่จะยกเลิกนำเข้าขยะอุตสาหกรรมหรือที่เรียกว่าขยะรีไซเคิล  กลุ่มหลักๆของพวกนี้ก็คือจะเป็นพวกพลาสติก กระดาษที่ยังไม่แปรรูป แล้วก็ในอุตสาหกรรมสิ่งทอหรือแม้กระทั่งขี้สแลกของแร่ธาตุวาเนเดียม และผลกระทบ เขาบอกว่าหากในกรณีที่ประเทศจีนไม่นำเข้าอุตสาหกรรมประเภทนี้ วัตถุดิบรีไซเคิลขพวกนี้ก็จะเข้าสู่ประเทศอาเซียนต่างๆเช่น อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ เวียดนามต่างๆ
  2. ข้อมูลจากเว็บไซต์ www.thailandbizchina.com ก็พูดเกี่ยวกับเรื่องระเบียบการนำเข้ากระดาษใหม่ อันนี้มันก็จะสอดคล้องกัน เขาบอกว่าเมื่อกลางปี 2560 จีนห้ามนำเข้าขยะขยะอุตสาหกรรมในกลุ่มต่างๆ
  3. ข้อมูลจากเว็บไซต์ประชาชาติดอทเน็ทเขาบอกว่าประเทศอังกฤษเขามีปัญหาค่อนข้างมากเกี่ยวกับนโยบายของจีน ที่ไม่ได้รับ ขยะ เพื่อการรีไซเคิล เพราะว่าก่อนหน้านี้เองทั้งประเทศอังกฤษเองเขาก็จะส่งวัตถุดิบเพื่อการรีไซเคิลให้กับประเทศจีน ทางประเทศอังกฤษก็ส่งให้กับจีนประมาณ 50,000ตัน ซึ่ง 55% เป็นกระดาษ อีก 25% เป็นกลุ่มพวกพลาสติก
  4. จากฐานเศรษฐกิจ บอกว่าประเทศจีนยึดไทยเป็นที่ทิ้งขยะ โดยการสำแดงเท็จในการนำเข้าวัตถุดิบรีไซเคิลจากต่างประเทศ
  5. ข้อมูลจากวงษ์พาณิชย์สํานักงานใหญ่ เขาบอกว่ายากกรณีที่ประเทศจีนงดรับขยะอุตสาหกรรม และมีนโยบายในการใช้วัตถุดิบรีไซเคิลภายในประเทศเอง ทำให้ราคากระดาษภายในประเทศจีนสูงขึ้น และบริษัทยักษ์ใหญ่ของประเทศจีนกับประเทศไต้หวันก็มาทำการลงทุนในประเทศเวียดนาม เพราะเล็งเห็นว่าค่าแรงประเทศเวียดนามค่อนข้างที่จะถูก   ผมมองว่ามันจะทำให้การแข่งขันของกระดาษสูงขึ้น
      จากข้อมูลที่ผมสรุปมาได้นะที่อ่านมาค้นหามา หลักๆเลยคือทั้งประเทศจีนคือเขางดรับขยะอุตสาหกรรม ไม่ว่าจะเป็นพลาสติกหรือกระดาษหรือแม้กระทั่งตัวอื่น ข้อมูลที่ผมได้คุยเพิ่มเติมกับผู้ประกอบการเกี่ยวกับทางด้านกระดาษแล้วเขาบอกว่าจริงๆแล้วนะครับผมในประเทศที่พัฒนาแล้ว ไม่ว่าจะเป็นสหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่นหรือแม้กระทั่งประเทศอังกฤษ ประเทศที่เขาพัฒนาแล้ว เขาจะไม่ทำการรีไซเคิลพวกขยะอุตสาหกรรมภายในประเทศเอง เขาก็จะขายมาให้กับทางประเทศจีน ในส่วนนี้คือในกรณีที่ทางประเทศจีนเนาะเขางดรับก็คือวัตถุดิบพวกนี้คือมันก็จะล้นตลาด จะทะลักเข้าสู่ไทยแล้วก็ประเทศเพื่อนบ้านเราต่างๆ
    ผมก็ขออนุญาตอธิบายการผลิตกระดาษ ในการผลิตกระดาษ ก็คือถ้าจะใช้เยื่อกระดาษแล้วก็กระดาษที่มีคุณภาพรวมถึงกระดาษภายในประเทศของเราเองเพื่อที่ว่าลดต้นทุนในการผลิต  ซึ่งโดยปกติแล้วก็ตามโรงงานอุตสาหกรรมที่ทำเกี่ยวกับธุรกิจรีไซเคิลทางด้านนี้ เขาก็จะมีการนำเข้ากระดาษโดยทั่วไปอยู่แล้วซึ่งปีนึงเขาก็นำเข้าค่อนข้างที่จะเยอะ ซึ่งเขาก็คือไปเปิดออเดอร์จากต่างประเทศแล้วก็แย่งซื้อกับทางการของประเทศจีน แล้วเมื่อในกรณีที่จีนงดรับ จริงๆแล้วประเทศเหล่านี้คือเขาก็ไม่ได้วางแผนในการรีไซเคิลเองภายในประเทศอยู่แล้วคือเขาก็ทยอยขายให้กับทางกลุ่มประเทศอาเซียน เช่นไทย เวียดนาม อินโดนีเซีย ประเทศต่างๆเหล่านี้
  มันก็จะเป็นไปตามกลไกตลาด คือในกรณีที่แบบผู้ซื้อมีจำนวนน้อย และวัตถุดิบมีจำนวนเยอะมันก็จะทำให้ราคาต่ำลง และราคาเศษกระดาษจากต่างประเทศแล้วที่มีคุณภาพค่อนข้างที่จะดีราคาต่ำลง ส่งให้มีจำนวนเยอะ ผมทำให้มากดราคาภายในของประเทศไทยเอง จากเดิมที่ก่อนหน้านี้ราคาทรงๆตัวอยู่ที่ 4 บาทลดลงต่ำลงมาเรื่อยๆ จนเหลือตอนนี้ล่าสุดที่สุดประมาณ 2 บาทหรืออ าจจะต่ำกว่าในบางร้าน ผมมองว่ามันจะคล้ายๆกับเมื่อ 10 ปีก่อนที่ทางการประเทศจีนนะเขาเป็นเจ้าภาพโอลิมปิกแล้วก็เขาใช้เหล็กค่อนข้างที่จะเยอะ  ในตอนนั้นก็คือเศษเหล็กปรันราคาสูงขึ้นมากจากราคาประมาณ 10 บาทปรับขึ้นไปสูงจนแตะ 20บาท/กิโลกรัม และเมื่อวันที่จีนงดรับ ราคามันก็ลดลงเลยลงต่ำกว่า 5 บาท  ตอนนั้นมีคนขาดทุนกันเยอะเลย ซึ่งตอนนั้นก็คือทางการจีนต้องการเศษเหล็ก แต่ในส่วนอย่างคือมันจะให้คล้ายลักษณะเดิมคือจีนไม่รับ แต่คือของพวกเศษกระดาษเราไม่ได้ส่งให้จีนอยู่แล้วนะ แต่กระดาษจากต่างประเทศที่เขาส่งให้จีนคือส่งให้ไม่ได้มันก็ทะลักเข้าไทย เลยทำให้ราคาตกต่ำ ในส่วนตัวผมมองว่า ราคาใส่กระดาษยังไม่ขึ้นภายใน 1 ปี เพราะว่าในการนำเข้าแต่ละครั้งนะก็คือปกติ เขาจะซื้อจำนวนที่เยอะที่สุด พอราคามันต่ำเขาก็จะยิ่งทำการสต๊อกค่อนข้างที่จะเยอะ  ผมมองว่าอย่างเร็วที่สุดที่เศษกระดาษปรับขึ้นนะผมว่ามองเป็นปี ในส่วนตัวผมเองนะอาจจะผิดก็ได้อาจจะปิดก็ได้เดี๋ยวเราลองลองดูกัน สำหรับเพื่อนๆนะครับผมที่ทำธุรกิจในด้านนี้อยู่นะก็หวังว่าทำกำไรระยะสั้นพร้อมซื้อมาขายไปจบ สำหรับผู้ที่สต๊อกไว้ก็ต้องแบกรับภาระในส่วนนี้นิดนึง ผมก็หวังว่าเพื่อนๆหลายๆท่านโชคดีในธุรกิจของตัวเองนะครับ




ดูรายละเอียดทั้งหมด -> เมื่อวันที่ : 2019-07-09 09:36:26




รับซื้อของเก่า!!!! ระวังรับซื้อของโจร

รับซื้อของเก่า!!!! ระวังรับซื้อของโจร


รับซื้อของเก่า!!!! ระวังรับซื้อของโจร

ประเภท : นานาสาระ

รายละเอียด

รับซื้อของเก่า!!!! ระวังรับซื้อของโจร
   จริงๆแล้วผมมองว่ามันจะเป็นลักษณะเนื้อคู่กัน คล้ายๆกับกิ่งทองใบหยก เพราะว่าอาชีพร้านรับซื้อของเก่าค่อนข้างที่จะสุ่มเสี่ยงในการเจอของที่ลักขโมยมาขาย
   บทลงโทษของร้านรับซื้อของเก่าในการรับซื้อของโจร การจำคุกไม่เกินห้าปีหรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือว่าทั้งจำทั้งปรับ จริงๆแล้วผมมองว่าบทลงโทษนี้ค่อนข้างที่จะเยอะ  มีโทษพอกับคนลักขโมยมาขายเลยครับ เพื่อนๆลองนึกภาพดูนะครับถ้าหากถูกจำคุก 5 ปีก็จะเสียอิสรภาพไปเยอะ
 วิธีการพิจารณาของศาลคือ เวลาศาลตัดสิน ศาลเขาจะมองดูถึงเจตนารมณ์ของเราเป็นหลัก
  1. พิจารณาจากราคาที่เราซื้อเป็นหลัก คือเราจะต้องซื้อของเก่าที่อยู่ในราคาตลาด ถ้าซื้อต่ำกว่าราคาท้องตลาดให้เราสันนิษฐานไว้ก่อนเลยนะครับผมว่าเป็นการรับซื้อของโจร อย่างเช่นถังแก๊สเก่าก็จะมีมาขายบ่อยในร้านรับซื้อของเก่า  " เฮียผมเอาถังแก๊สมาขาย ผมขายให้ถูกๆเลย ตอนนี้ผมเดือดร้อนเงิน ผมต้องการใช้เงินนะครับผมผมขายให้ถูกๆแค่ 500 บาทเอง"  ซึ่งเราจะต้องนึกถึงก่อนเลยนะครับผมว่าราคาถังแก๊สใหม่หลายพันแล้วมาขายให้ร้านรับซื้อของเก่าในราคา 500 บาท มันต้องผิดสังเกตแล้ว ศาลก็จะดูในส่วนนี้ก่อนเลยนะครับผม ว่าเราซื้อของต่ำกว่าราคาเป็นจริงหรือเปล่า
  2. เวลาในการซื้อ เวลาการซื้อก็สำคัญ คือเราอย่าไปซื้อช่วงเวลากลางคืนหลังพระอาทิตย์ตกดินไปแล้วเพราะศาลจะมองว่าเรามีเจตนาไม่บริสุทธิ์ในการรับซื้อของเก่า ถ้าซื้อในเวลากลางวันมีคนพลุกพล่าน ก็จะถือว่าเราไม่มีเจตนา  ถ้าซื้อของเก่าเวลกลางคืนก็คือเราจะต้องสันนิษฐานไว้แล้วว่าเป็นการรับซื้อของโจร
  3.  การรับซื้อของเก่าก็คือทางราชการจะอนุญาตให้เราซื้อเฉพาะเศษสแคป เช่น ขวด กระดาษ พาสติก เศษเหล็ก พวกที่เป็นเศษของเสียหาย ของพวกนี้เราสามารถรับซื้อได้ หลักเกณฑ์หลักๆก็จะประมาณนี้นะครับ
   สินค้ายอดนิยมที่เขาถ้าจะมีปัญหาบ่อย ที่ว่าร้านรับซื้อของเก่าเจอนะครับผม เช่น ถังแก๊ส ปั๊มน้ำ รถมอเตอร์ไซค์ เครื่องยนต์ สินค้าเหล่านี้ก็จะเป็นสินค้ายอดนิยมที่ร้านรับซื้อของเก่าเจอกันอยู่บ่อยๆ ของเก่าพวกนี้เราก็ต้องระมัดระวังกัน อย่างถังแก๊สโดยส่วนตัวผมผมไม่รับซื้อเลย  ถ้ามีคนเสนอมาขายให้ผม ก็บอกเฮียผมไม่เอาแล้วกัน ตัดปัญหาเลยจบครับส่วนถ้าเป็นพวกซากมอเตอร์ไซค์หรือพวกเครื่องยนต์ถ้าเป็นซากมาก็ต้องขอดูเอกสารสิทธิ์ เช่นทะเบียนรถใครเป็นเจ้าของ ถ้ามาในร้านรับซื้อของเก่า "บอกเฮียผมเขาซากมาขายผมชำระให้เรียบร้อยแล้วเหลือแต่เศษเหล็กอย่างเดียวรับ  เฮียรับซื้อไหมพวกนี้"คือผมไม่รับซื้อเลยนะครับ  เราก็จะต้องดูเอกสารสิทธิ์  บัตรประชาชนจะต้องถ่ายไว้เพื่อป้องกันตัวเราได้ดีมาก พวกเครื่องมือช่างหินเจียร เครื่องตัดไฟเบอร์ ที่จริงแล้วผมว่าร้านรับซื้อของเก่าอย่างเรา อย่าไปเสี่ยงในการซื้อเข้าเลยแนะนำว่าไปซื้อของใหม่เลยจะดีกว่า เวลาเราจะมาใช้ก็ไม่กล้าใช้ กลัวรับซื้อของโจรหรือเปล่า
  วิธีทางป้องกันเพื่อที่ว่าไม่ให้เกิดกรณีรับซื้อของโจร
  1.  คือกรณีที่เพื่อนๆเปิดร้านรับซื้อของเก่า ก็คือจะต้องไปขออนุญาตเปิดร้านรับซื้อของเก่าให้เรียบร้อย ค่าธรรมเนียมปีละ 5,000 บาท ก็ไปทำเอกสารรับซื้อของเก่าให้ถูกต้อง เพราะถ้าหากเกิดกรณีอย่างนี้หากมีการตรวจสอบคือหนึ่งเลยเขาก็จะดูใบอนุญาตร้านรับซื้อของเก่า
  2.  ของที่สุ่มเสี่ยงอย่างตัวอย่างที่ผมพูดไป เช่นถังแก๊ส เครื่องตัดไฟเบอร์ ปั๊มสูบน้ำ อะไรต่างๆพวกนี้ก็แนะนำว่าอย่าไปซื้อเลยครับผม แต่ถ้าจะซื้อจะต้องขอเอกสารสิทธิ์ให้เรียบร้อย ขอถ่ายบัตรประชาชน ถ้าเขาไม่ให้บอกเลยเราไม่ซื้อ ตัดปัญหาไปเลยนะครับผม
  3. อย่าไปรับซื้อช่วงเวลากลางคืน ช่วงเวลากลางคืนอันตรายมากเพราะถ้าเกิดกรณีอย่างนี้มาจะได้ไม่คุ้มเสีย ผมเจอเพื่อนร่วมอาชีพหลายท่าน ที่เจอในส่วนนี้ไป ในส่วนของเพื่อนๆที่เปิดร้านรับซื้อของเก่าใหม่ บางท่านก็อยากจะซื้อของเก่า คือมีคนเอาของมาขาย แล้วเป็นพ่อค้า รับซื้อของเก่า อยากจะรับซื้อของเก่า แนะนำว่าหักห้ามใจเลยครับอย่ารับซื้อของเก่าช่วงเวลากลางคืน อย่าไปพลาดเลยครับมันไม่คุ้ม
  4. การรับซื้อของเก่า ให้ที่เป็นจำพวกเศษดีกว่า เช่นเศษเหล็ก เศษกระดาษ พลาสติกต่างๆพวกนี้เราก็สามารถซื้อได้
   แนะนำเพิ่มเติมนะครับผม สินค้ายอดนิยมนะครับผม มันก็จะมีพวกฝาท่อ ป้ายบอกทางตามข้างทางต่างๆอย่าไปรับซื้อของเก่าพวกนี้เลย ของหลวงอันตรายมาก อย่างกรณีที่เรารับซื้อของเก่าพวกป้ายต่างๆ หรือแม้กระทั่งฝาท่อแล้วพอมีการตรวจสอบขึ้นมา เราบอกว่าคุณพี่ตำรวจ ผมไม่รู้เลยว่าเป็นป้าย ทางตำรวจเขาจะไม่เชื่อเรานะครับ เพราะว่าโดยอาชีพร้านรับซื้อของเก่าอย่างเรา เราจะเจอสินค้าค่อนข้างที่จะเยอะ ตำรวจไม่มีทางเชื่อก็จะทำการส่งฟ้องศาลอย่างเดียว
   ในข้อมูลนี้ก็ขออธิบายเพื่อนๆไว้เพียงเท่านี้ก่อนละกันครับหวังว่าเป็นประโยชน์แก่ผู้สนใจและผู้ดำเนินกิจการร้านรับซื้อของเก่า ไม่มากก็น้อยขอบคุณมากครับ




ดูรายละเอียดทั้งหมด -> เมื่อวันที่ : 2019-05-19 10:55:53




ของพวกนี้ ขายได้ด้วยหรือ

ของพวกนี้ ขายได้ด้วยหรือ


ของพวกนี้ ขายได้ด้วยหรือ

ประเภท : นานาสาระ

รายละเอียด

  ของพวกนี้ ขายได้ด้วยหรือ?
  วันนี้เราจะมาคุยเกี่ยวกับเรื่องวัตถุดิบ รีไซเคิลที่ขายได้ ซึ่งปกติโดยทั่วไปแล้วหลายๆท่านอาจจะไม่ทราบว่าวัตถุดิบรีไซเคิลพวกนี้สามารถขายได้ ปกติโดยทั่วไปตามร้านรับซื้อของเก่าก็จะซื้อของหลักๆทั่วไป คือ เหล็ก กระดาษ พลาสติก ทองเหลือง ทองแดง อลูมิเนียม เป็นต้น ซึ่งวัตถุดิบต่างๆเหล่านี้ก็จะเป็นสินค้ายอดนิยมที่ทำการซื้อขายในร้านรับซื้อของเก่าต่างๆ ที่ทำการซื้อขายอยู่เยอะ ก็จะมีบางส่วนที่ทำการซื้อขายเฉพาะเจาะจง ซึ่งจะมีหลายตัวซึ่งจะทำให้หลายๆท่าน ไม่ทราบว่าสามารถขายได้
    ซึ่งอันที่จริงทีแรกตอนที่ผมเปิดร้านรับซื้อของเก่าใหม่ๆผมก็ไม่ทราบว่าสามารถขายได้ พ่อทำร้านรับซื้อของเก่าไปหลายปีก็เริ่มมีประสบการณ์เริ่มมีความรู้เกี่ยวกับของเก่า วันนี้ผมเข้ามาแชร์ประสบการณ์ให้ฟังแล้วกันว่าสินค้ารีไซเคิลตัวไหนที่สามารถขายได้บ้าง ที่สามารถที่จะขายได้เลยก็มีเช่น โฟม เศษผ้า เทียน น้ำมันพืชเก่า น้ำมันเครื่องเก่า ยางรถยนต์ ยางรถบรรทุก 10 ล้อ ขี้ตัดแก๊สจากเหล็ก กระสอบปุ๋ยถุงพลาสติกต่างๆ เชือกเรือเก่า เศษไม้ ท่อ PE สายรัดพลาสติก PP กล่องฟิวเจอร์บอร์ด แผงวงจร อิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งของต่างๆเหล่านี้ก็จะมีกระบวนการรีไซเคิลต่างกันไป
  อย่างเช่นในกลุ่มพลาสติกเช่น ถุงพลาสติกก็จะทำการล้างให้สะอาดแล้วก็เข้า หลอมเพื่อผลิตเป็นถุงพลาสติกใหม่ อย่างวงจรอิเล็กทรอนิกส์ ก็จะเข้าสู่ขบวนการกัดกรดแยกแร่โลหะต่างๆ แล้วก็ทำกระบวนการคัดกรองให้เหลือเป็นทองอย่างเดียว  ในส่วนของเศษผ้าก็จะทำการขึ้นรูปใหม่เพื่อที่ว่าทำเป็นผ้าเช็ดในงานอุตสาหกรรม เศษไม้ก็จะทำการโม่และคัดแยกเศษเหล็กออกและเข้าสู่กระบวนการเป็นพลังงานทดแทน โฟมก็จำทำการหลอมเป็นเม็ดพาสติกและทำการผลิตขึ้นมาใหม่ ซึ่งหลายๆตัวก็จะทำให้เพื่อนเสียดายบ้าง ว่าสามารถขายได้ด้วยหรือ จริงๆแล้ววัตถุดิบรีไซเคิลพวกนี้ก็จะมีกลุ่มซื้อของเขาต่างหาก   ซึ่งโดยปกติทั่วไปตามร้านรับซื้อของเก่าจะไม่ค่อยนิยมซื้อเพราะเนื่องจาก จะต้องใช้ระยะเวลาในการรวบรวมสอนค้ารีซเคิลพวกนี้ค่อนข้างที่จะนานทำให้ เปลืองเนื้อที่ในการจัดเก็บจนทำให้ร้านรับซื้อของเก่าหลายๆร้านตัดใจไม่ซื้อวัตถุดิบรีไซเคิลพวกนี้ สำหรับเพื่อนๆที่ต้องการการขายในวัตถุดิบรีไซเคิลในกลุ่มพวกนี้ก็ต้องค้นหาตลาดกันนิดนึง หวังว่าข้อมูลนี้จะเป็นประโยชน์แก่เพื่อนๆและผู้สนใจที่อยากจะเปิดร้านรับซื้อของเก่าบ้างนะครับ ขอบคุณครับ






ดูรายละเอียดทั้งหมด -> เมื่อวันที่ : 2019-05-19 09:48:40




เศษกระดาษ ร้านรับซื้อของเก่าเอาไปทำอะไร

เศษกระดาษ ร้านรับซื้อของเก่าเอาไปทำอะไร


เศษกระดาษ ร้านรับซื้อของเก่าเอาไปทำอะไร

ประเภท : นานาสาระ

รายละเอียด

      เศษกระดาษ ร้านรับซื้อของเก่าเอาไปทำอะไร

หลังจากที่เพื่อนๆเอาเศษกระดาษไปขายตามร้านรับซื้อของเก่านั้น จะมีขั้นตอนและกระบวนการอะไรต่อบ้างจนกว่าจะมาเป็นเศษกระดาษที่เราใช้ใหม่ วันนี้ผมจะมาอธิบายให้ฟังครับ
     สวัสดีครับผมนพดล วันนี้ผมจะมาเล่าเรื่องการรีไซเคิลของเศษกระดาษหลังจากที่เพื่อนๆหลายท่านนำเศษกระดาษ กระดาษลังหรือแม้กระทั่งกระดาษขาวดำไปขายให้กับทางร้านรับซื้อของเก่า ทางร้านรับซื้อของเก่านั้น ก็จะทำการรวมเศษกระดาษต่างๆโดยแยกเป็นแต่ละประเภท แล้วทำการส่งให้กับทางโรงอัดกระดาษ ซึ่งการส่งแต่ละครั้งของร้านรับซื้อของเก่านั้นก็แล้วแต่ อาจจะส่งเป็นเที่ยวรถกะบะหรืออาจจะเป็นเที่ยวรถ10ล้อ
   โรงอัดกระดาษนั้น มีหน้าที่รวบรวมเศษกระดาษจากตามร้านรับซื้อของเก่าต่างๆและทำการอัดเป็นก้อน เพื่อทำการส่งให้กับโรงงานรีไซเคิลกระดาษ ในการอัดก้อนของเศษกระดาษแต่ละครั้งนั้นน้ำหนักแต่ละก้อนจะอยู่ที่ประมาณ 500-800 กิโลกรัม จะมีขนาด 80*100*250 เซนติเมตรโดยเฉลี่ย สาเหตุที่ต้องอัดเศษกระดาษนั้นคือ ต้องการลดเนื้อที่ในการขนส่ง และต้องการให้การขนส่งแต่ละรอบมีประสิทธิภาพสูงสุด หลังจากที่โรงอัดกระดาษส่งให้กับทางโรงงานรีไซเคิลกระดาษแล้ว โรงงานรีไซเคิลกระดาษก็จะทำการตรวจเช็ครับเศษกระดาษ โดยจะมีขั้นตอนการเช็คความชื้นของก้อนกระดาษ เช็คสิ่งเจือปนต่างๆที่อยู่ในก้อนกระดาษ หลังจากที่ทำการเช็คเสร็จ โรงงานรีไซเคิลกระดาษ ก็จะทำการ คัดแยกสิ่งเจือปนอีก 1 รอบ และทำการ ใช้โฟล์คลิฟท์ตักเข้าสู่สายพานลำเลียง เพื่อสู่กระบวนการ ต้มกระดาษ ในการต้มใส่กระดาษนั้นเครื่องมือในการต้มกระดาษจะเป็นลักษณะถังใหญ่ๆ มีใบพัดตีเศษกระดาษ เพื่อให้เศษกระดาษยุ่ยแล้วเป็นเยื่อกระดาษออกมา ส่วนสิ่งเจือปนที่มีอยู่ใน เศษกระดาษนั้น ในถังจะมี ตัวคัดแยกสิ่งเจือปน ซึ่งจะเป็นลักษณะคล้ายๆคาด เครื่องเกี่ยวเศษถุงพลาสติก เชือก กระสอบต่างๆ เมื่อได้เยื่อกระดาษเรียบร้อย  ก็จะส่งไปตามท่อลำเลียงไปสู่ถังพักของเยื่อกระดาษ หลังจากนั้นทางโรงงานรีไซเคิลกระดาษก็จะนำเยื่อกระดาษเหล่านั้นเข้ามาสู่กระบวนการเรียงเยื่อกระดาษและทำการรีดน้ำออก ให้ความร้อนเพื่อ ไล่ความชื้นออกจากกระดาษ แล้วก็จะม้วนออกมาเป็นกระดาษม้วน หลังจากที่ได้เป็นกระดาษม้วนแล้ว เขาจะไปสู่กระบวนการผลิตเป็นกล่องกระดาษ ในการผลิตนั้นจะมีกระดาษเข้าไปสู่ กระบวนการ แล้วจะมีเครื่องทำลอนกระดาษ โดยจะมีกาวเป็นตัวกลางเพิ่มความแข็งแรง หลังจากทำรอนกระดาษแล้วก็จะติดกระดาษด้านบนและด้านล่าง เพื่อให้เป็นกระดาษลอนออกมา ซึ่งจะเหมาะในการทำกล่องกระดาษสำหรับบรรจุภัณฑ์ แล้วก็จะไปสู่ถึงขั้นตอนกระบวนการ การทำกล่องคือการพิมพ์ลายและการไดคัทให้เป็นรูปกล่องกระดาษออกมาตามที่ลูกค้าต้องการ เป็นอันเสร็จสิ้นกระบวนการ
  การรีไซเคิลเศษกระดาษนั้น จะเป็นการลดต้นทุนในการผลิตเป็นอย่างมาก และช่วยลด การใช้ทรัพยากรต้นไม้ในการผลิตกระดาษได้มาก ซึ่งในปัจจุบันเศษกระดาษในประเทศเราไม่เพียงพอในการผลิตกระดาษรีไซเคิล ทางโรงงานรีไซเคิลกระดาษต่างๆจึงได้มีการนำเข้าเศษกระดาษ จากต่างประเทศ เพื่อใช้ในอุตสาหกรรมรีไซเคิลกระดาษ ซึ่งการใช้แต่ละครั้งนั้นจะใช้จำนวนมากส่วนราคาของเศษกระดาษนั้น ทางโรงงานรีไซเคิลกระดาษ จะเป็นคนกำหนดราคารับซื้อออกมา และ ทางโรงอัดกระดาษและ ร้านรับซื้อของเก่า ก็จะหาราคาที่เหมาะสมสำหรับการซื้อเศษกระดาษจากลูกค้าอีกทีนึง หวังว่าเพื่อนๆ คงได้ประโยชน์ในบทความนี้ไม่มากก็น้อยนะครับ ขอให้ทุกท่านและร้านรับซื้อของเก่าต่างๆโชคดีครับ




ดูรายละเอียดทั้งหมด -> เมื่อวันที่ : 2019-05-08 21:04:46




ทำไม "รถรับซื้อของเก่าให้ ราคาโหดจริงๆ"

ทำไม "รถรับซื้อของเก่าให้ ราคาโหดจริงๆ"


ทำไม "รถรับซื้อของเก่าให้ ราคาโหดจริงๆ"

ประเภท : นานาสาระ

รายละเอียด

   ทำไมรถรับซื้อของเก่าให้ ราคาโหดจริงๆ
จริงๆแล้วหลายๆท่าน คงจะมีประสบการณ์ ในการขายเครื่องใช้ไฟฟ้าเก่า ให้กับรถรับซื้อของเก่า หรือ ซาเล้ง ซึ่งพอถามราคารับซื้อของเก่า ก็เจอกับราคาที่น่าตกใจ เช่น คอมพิวเตอร์เสียให้เครื่องละ 50 บาท เครื่องซักผ้าเสียให้เครื่องละ 50 บาท เห็นราคารับซื้อของเก่าแล้วแทบจะไม่อยากขาย 
     "
เอาไปซ่อมขายได้ราคาตั้งเยอะ ซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้ามาราคาตั้งแพง เป็นคำถามที่มีมากมายในหัว"
    
 แต่เมื่อเรียกมารถรับซื้อของเก่ามาแล้ว ก็เลยขายของเก่าไปให้ชิ้นนึง ก่อนที่ผมจะมาทำร้านรับซื้อของเก่าผมก็เคยมีความรู้สึกแบบนี้ ว่าทำไมถึงให้ราคาน้อยจัง  วันนี้ผมจะมาอธิบายให้ฟังสาเหตุที่ รถรับซื้อของเก่า ต้องซื้อราคาของเก่าขนาดนี้เป็นเพราะว่าอะไร สาเหตุที่ทำให้รถรับซื้อของเก่า หรือ ซาเล้ง ต้องซื้อเครื่องไฟฟ้าในราคาถูก เพราะเนื่องจากเวลาแกะเครื่องใช้ไฟฟ้าแล้ว ของที่ได้มีมูลค่าค่อนข้างต่ำ และใช้ระยะเวลาในการแกะค่อนข้างนาน เช่นเครื่องซักผ้า 1 ตัว น้ำหนักประมาณ  15 กิโลกรัม เวลาแกะจะได้ พลาสติกกรอบ ประมาณ 6กิโลกรัม ราคากิโลกรัมละ 5 บาท จะเป็นเงินค่าพลาสติกกรอบ 30 บาท ได้มอเตอร์ 2 ตัว แกะมาจะได้ เศษเหล็กประมาณ 3 กิโล กิโลกรัมละ 9 บาท เป็นเงินอยู่ 27 บาท ได้ทองแดงจากมอเตอร์ประมาณ 3 ขีด ราคากิโลกรัมละ 165 จะเป็นเงิน 49 บาท ต้องใช้ระยะเวลาในการแกะประมาณ 40 นาที ได้เศษสายไฟประมาณ 1 ขีด ต้องเสียเวลาปอกเปลือกพลาสติกออกจากสายไฟ ใช้ระยะเวลาสักพักหนึ่ง ขายได้ประมาณ 10 บาท มีชิ้นส่วนอื่นๆที่ยังพอได้อีกเช่น แผง บอร์ดวงจรอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งน้ำหนัก ประมาณ 2 ขีด ขายได้กิโลกรัมละ 25 บาท เป็นเงิน 5 บาท และเป็นส่วนวัสดุอื่นๆที่ไม่สามารถขายได้ จะต้องเป็นหน้าที่ของรถรับซื้อของเก่าเพื่อเอาไปทิ้งอีก รวมๆแล้วเงินที่ได้จากการแกะเครื่องซักผ้าจะได้ประมาณ 121 บาท พวกอุปกรณ์อื่นๆที่ยังพอขายได้อีกประมาณ 30 บาทคิดให้เต็มที่จะได้เงินอยู่ประมาณ 150 บาท ต้นทุนซื้อมา 50 บาทจะเหลือกำไรอยู่ 100 บาทหักค่าน้ำมันรถ หักค่าแรงงานในการแกะและระยะเวลาในการแกะเครื่องใช้ไฟฟ้า แทบจะไม่เหลือกำไรอะไรเลย แต่ที่รถรับซื้อของเก่า เขารับซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้า เขาหวังว่า อาจจะนำไปซ่อมและขายเป็นของใช้ไฟฟ้ามือสองได้ ซึ่งซ่อมได้บ้างและซ่อมไม่ได้บ้าง ในส่วนที่ซ่อมได้ก็ถือว่าเป็นผลพลอยได้ไป จริงๆแล้ว ผมมองว่า ทางรถรับซื้อของเก่าเขาตั้งราคาที่สมเหตุสมผลแล้ว เขาไม่ได้เอากำไรมากมายเลย หากเพื่อนๆที่กำลังจะขาย ก็อย่าไปว่าเขาเลยครับ ดีซะอีกที่เขาเก็บออกไปให้เรา บ้านเราก็ได้สะอาด แถมยังให้ เงินเราอีก วันนี้ขออธิบายเพียงเท่านี้ก่อนครับ ขอบคุณครับ





ดูรายละเอียดทั้งหมด -> เมื่อวันที่ : 2019-05-01 11:07:06




ตีฝ้าใช้เองใน ร้านรับซื้อของเก่า

ตีฝ้าใช้เองใน ร้านรับซื้อของเก่า


ตีฝ้าใช้เองใน ร้านรับซื้อของเก่า

ประเภท : นานาสาระ

รายละเอียด

   สวัสดีครับผมนพดล by  www.recyclechon.com ครับ วันนี้ผมก็จะมาสาธิตวิธีการการตีฝ้าสำหรับออฟฟิศร้านรับซื้อของเก่าของเรานะครับผม ซึ่งก่อนหน้านี้ออฟฟิศของผมก็จะเป็นที่ปลูกต้นไม้ต่างๆ  แล้วผมก็เริ่มขยับขยายมาก่ออิฐทำเป็น ออฟฟิศเพื่อใช้ในร้านรับซื้อของเก่านะครับ ซึ่งก็เป็นออฟฟิศดัดแปลงแล้วกัน แล้ววันนี้ผมก็จะให้ลูกน้องในร้านรับซื้อของเก่าของผมมาตีฝ้าให้
    อันดับแรกก็คือทางผมก็ไปซื้ออุปกรณ์เครื่องไม้เครื่องมือต่างๆอุปกรณ์(ก่อนหน้านี้อุปกรณ์ตีฝ้าพวกนี้ที่ร้านรับซื้อของเก่าผมก็มีแต่ขายไปหมดแล้ว พอจะใช้เลยต้องซื้อใหม่555)  ก็จะมีแผ่นยิปซั่ม  ซีลาย ตัวล็อคซีลาย สกรูDriver แล้วก็ปูนฉาบเรียบ อุปกรณ์ก็จะประมาณนี้
  ขั้นตอนการทำงาน
  1.  วัดระดับน้ำของห้องนะครับผมทั้ง 4 มุมให้ได้ระดับนะครับผม หลังจากที่เราวัดระดับน้ำเรียบร้อยแล้วนะครับผมทางเราก็จะเอาฉาก สำหรับตีฝ้านะครับผมมายึดติดทั้ง 4 มุมนะครับโดยให้บ่าของฉากอยู่ด้านบนทั้ง 4 มุม เพื่อเป็นตัวรองรับซีลาย ขั้นตอนนี้เราจะเอาตะปูยึดผนัง
  2. เราก็จะวัดซีลายให้ได้ขนาดของห้อง  เราก็จะเอาซีลายวางแนวนอนนะครับผม วางเข้าไปบนบ่า ของฉากของห้องโดยเว้นระยะห่างช่วงระยะ 40 cm นะครับ หลังจากที่เราวางช่วงระยะ 40 cm เรียบร้อยแล้วทางเราก็จะเอาสกรูยิงยึดเข้าไประหว่างบ่ากับซีลาย
  3.  เมื่อเรายึดติดเรียบร้อยแล้วทางซีลายก็จะเป็นแนวขวางหลังจากนั้นทางเราก็จะ เอาซีลายมาวาง เป็นแนวยาว เพื่อทำเป็นคานขอบฝ้า โดยเว้นระยะ 40 cm เหมือนกัน โดยตัวนี้ทางเราจะเอาซีลายจะเป็นแนวตั้ง เพื่อเน้นความแข็งแรงและยึดด้วยตัวยึดซีลาย ซึ่งเราซื้อมาตัวนี้จะเป็นตัวยึดสำเร็จซึ่งใช้งานสะดวกมาก
  4.  หลังจากที่เราวางขาเสร็จเรียบร้อยวางเป็นแนวตั้งทั้งเราก็ยึดให้เรียบร้อยก็จะเป็นลักษณะตารางคล้ายๆกับตารางหมากฮอส หลังจากที่เรายึดแต่ละยึดคานโดยใช้ตัวล็อค เสร็จเรียบร้อยแล้วนั้นทางเราก็จะเอาฉากที่เหลือจากการตีขอบนั้นมายึดตรงช่วงคานกับโครงหลังคาเพื่อรั้งไว้ให้ได้ระดับและจะได้แข็งแรง โดยเราจะใช้สกรูเป็นตัวยิงยึด
  5. เราก็จะใช้แผ่นยิปซั่มที่ซื้อมาสำเร็จ มายิงเข้ากับตัวโครงซีไลน์ที่เราทำไว้ โดยใช้สกรูไดร์เวอร์เป็นตัวยิง ยิงเข้าไปให้ทั่ว หลังจากที่เรายึดฝ้าเสร็จเรียบร้อยแล้ว
  6. ผสมปูนทยิปซั่มมา โป๊ลงไปในส่วนที่เป็นรอยเช่นรอยบุ๋มของสกรูต่างๆ  ตามมุมต่างๆให้เรียบร้อย ซึ่งขั้นตอนการ โป๊ฝ้า ก็ค่อนข้างที่จะใช้ระยะเวลา นานพอสมควร
  7. ทำการขัด ให้เกิดความเรียบและความสวยงามในการทำงาน
  8. เราก็จะทาสีได้เลย การทาสีนั้นก็แนะนำเป็นสีใช้ทาภายในและใช้เป็นลูกกลิ้ง เพื่อความสะดวกในการทำงานส่วนบริเวณขอบนั้นแนะนำว่าใช้แปรงในการทาเพื่อที่จะได้เข้าถึงมุมจากต่างๆ จะได้เกิดความสวยงามในการทำงานซึ่งทั้งหมดนี้ก็เป็นเทคนิคง่ายๆในการตีฝ้า
  สำหรับเพื่อนๆท่านใดที่ทำร้านรับซื้อของเก่าก็สามารถนำไปดัดแปลงใช้ กับสำนักงานของตัวเองได้นะครับผมก็ไม่สงวนลิขสิทธิ์ใดๆครับสวัสดีครับ




ดูรายละเอียดทั้งหมด -> เมื่อวันที่ : 2019-04-30 13:58:27




เทคนิคการย้ายเครื่องจักร

เทคนิคการย้ายเครื่องจักร


เทคนิคการย้ายเครื่องจักร

ประเภท : นานาสาระ

รายละเอียด

วันนี้ผมก็จะมาพูดเกี่ยวกับเรื่องการขนย้ายเครื่องจักรในร้านรับซื้อของเก่านะครับผม ปกติแล้วผมไม่ค่อยได้ซื้อกระดาษ ขวด กระป๋อง ประมาณนี้นะครับเนื่องจากเป็นร้านรับซื้อของเก่าของผมไม่ได้อยู่ในเขตของแหล่งชุมชนนะครับผม ผมเลยต้องแก้ไขปัญหาสถานการณ์คือต้องไปหาเก็บตามโรงงาน จริงๆแล้วของผมก็ไม่ได้เก็บโรงงานขนาดใหญ่นะครับเป็นการเก็บโรงงานขนาดกลางและขนาดเล็ก ใช้คนงานไม่เยอะ
   ก่อนหน้านี้ก็มีโรงงานอยู่โรงงานนึง  เขาต้องการที่จะขายเครื่องปั๊มเหล็ก เขาก็พาผมเข้าไปดูเครื่องจักร เป็นเครื่องปั๊มผมกะน้ำหนักประมาณตัวละ 2 ตัว  น้ำหนักประมาณตัวละ 2000 กิโลกรัม นะครับผม เครื่องจักรเขาจะอยู่ในโรงงาน แล้วก็จะมีกำแพงกั้น เราไม่สามารถเอาออกได้เลยนะครับ ต้องใช้เครื่องไม้เครื่องมือในการเอาเครื่องจักรออกนะครับ  ผมอธิบายให้ฟังว่าขั้นตอนการทำงานของผมเป็นอย่างไร เครื่องจักรจะอยู่ในส่วนของโรงงาน จะมีทางเข้าอยู่ทางด้านขวามือ เครื่องจักรจะอยู่ซ้ายมือติดกำแพง 2 ตัว เวลาขนย้ายออก ผมจะต้องย้ายเครื่องจักรมาตรงฝั่งประตู และเอาแป๊บรองเพื่อเอาเฮี๊ยบลากเครื่องจักรมาที่โล่ง แล้วทำการใช้รถเฮี๊ยบทำการยกเครื่องจักร จริงๆแล้วผมไม่มีประสบการณ์การย้ายเครื่องจักรเลยนะครับ ก็เลยไปขอคำปรึกษาจากเพื่อน ซึ่งมีเพื่อนอยู่ท่านหนึ่ง เขารับย้ายเครื่องจักร  แล้วเขาก็ให้คำตอบว่าในกรณีแบบนี้จะต้องดีดขึ้นจากให้ลอยขึ้นแล้วเอาเต่าลองได้เครื่องจักรแล้วลากออกมา เต่าก็จะเป็นแผ่นเหล็กสี่เหลี่ยมอยู่ด้านบนมีความหนาประมาณ 10 mm แล้วจะมีล้อด้านล่าง 4 มุมล้อตัวนี้จะหมุนรอบสละ 360 องศาเพื่อที่ว่าสามารถลากเครื่องจักรออกมาได้ เขาก็เลยแนะนำประมาณนี้  ผมก็เลยขอยืมเครื่องมือเข้ามาใช้  ทีแรกก็ไม่รู้จะทำยังไงดีนะที่เพื่อนให้คำตอบมา 
 
    เครื่องมือที่ใช้ในการขนย้ายเครื่องจักร 
  1. จะเป็นแม่แรง แม่แรงจุดนี้จะแตกต่างจากแม่แรงรถยนต์ ซึ่งเขาจะมีการออกแบบมาเป็นพิเศษคือจะมีเหล็กออกมาและเป็นบ่ารองรับ เพื่อที่ว่าเสียบใต้เครื่องจักรแล้วติดขึ้น 
  2. คือเต่า สำหรับการลากเครื่องจักรออกมา วันนี้ผมก็จะใช้เต่าอยู่ประมาณ 2 ตัวพอเนื่องจากเครื่องจักรไม่ใหญ่มาก 
  3. คือแป๊บเหล็กสะหรับกรณีที่เต่าไม่สามารถขนได้ 
  4. ขอนไม้และอุปกรณ์ทั่วไปเช่นโซ่ในการยกและสายเบลท์
   วันนั้นที่ผมเข้าไปผมเอารถสิบล้อเข้าไป 2 คัน เนื่องจากว่าเครื่องจักร จากการที่ประเมินด้วยสายตาเครื่องจักรน้ำหนักประมาณตัวละ 2 ตัน และเฮี๊ยบของผมมันยกได้อยู่ 2 ตัน ปัญหาของผมมีอยู่ว่า รถเฮี๊ยบของผมคอกมันจะสูง พอสูงมากเวลายก อาจจะแรงไม่เพียงพอในการยก เลยนำรถเฮี๊ยบเข้าไป 2 คันเพื่อช่วยทำการยก
   เริ่มแรกเดิมทีเลยที่เข้าไปเอาเครื่องจักรก็จะเอาแท่นแม่แรง สอดเข้าใต้เครื่องจักรและทำการยกดีดขึ้นมาเอาขอนไม้รอง เมื่อลองได้ระดับแล้ว ก็จะเอาเต่าทำการเสียบเข้าไปแล้วลากออกมา พอถึงประตู ก็จะเอาแป๊บลอง แล้วเอาเฮี๊ยบลากออกมา ให้อยู่บริเวณพื้นที่โล่ง แล้วก็นำรถสิบล้อ 2 คันมาช่วยทำการยกขึ้น กรณียกลงผมก็จะใช้เฮี๊ยบยกลงเหมือนกัน ในส่วนเครื่องจักรนี้ ซึ่งมันจะมีตัวที่ใช้ได้อยู่และจะมีตัวที่ใช้ได้อยู่ 1 ตัวและตัวใช้ไม่ได้อยู่ 1 ตัว เวลาผมขายผมก็จะขายเหมารวม 2 ตัวเลย เพราะว่าถ้าแยกขายทีละตัวตัวที่ใช้ได้จะขายได้ก่อนส่วนตัวที่ใช้ไม่ได้ก็จะขายไม่ได้  ทำให้เราไม่สามารถขายได้
  ผมก็จะมีทิคเสริมสำหรับเพื่อนๆ ในการขนย้ายเครื่องจักรก็ได้ส่วนแรกของผมเลยก็คือจะต้องดูแลเรื่องความปลอดภัยมาเป็นอันดับ 1 เพราะถือว่าบุคลากรเป็นสิ่งที่สำคัญไม่ว่าจะเป็นทีมงาน ของคนไทยหรือทีมงานต่างชาติก็แล้วแต่ ส่วนเรื่องที่ 2 คือในส่วนของการประเมินราคา มีอยู่ว่าถ้าเป็นเครื่องจักรที่นิยมใช้ พื้นฐาน ทักษะช่างทั่วไป เช่นเครื่องเชื่อม เครื่องตัดไฟเบอร์ เครื่องกลึง เครื่องมิลลิ่ง พวกนี้จะเป็นเครื่องจักรพื้นฐานถ้าสามารถใช้ได้แล้วก็จะตีให้สูงนิดนึงเพราะว่ามันจะขายง่ายมีคนมีความต้องการสูง ส่วนเครื่องจักรใหญ่ๆที่เป็นงานเฉพาะด้าน ใช้งานได้อย่างเดียวไม่สามารถทำอย่างอื่นได้ ตัวนี้ผมก็จะตีราคาเป็นเศษเหล็ก เนื่องจากว่าจนกว่าที่เราจะขายได้  จนกว่าจะหาลูกค้ามาซื้อได้ต้องใช้ระยะเวลานาน หรือบางครั้งเครื่องอาจจะเสียก่อนเพราะเราไม่ได้วอร์มเครื่องไม่ได้ใช้เครื่อง และอีกอย่าง เครื่องจักรที่มีขนาดใหญ่ เวลาขนย้ายเราจะต้องคำนวณค่าใช้จ่ายเช่นรถขนย้าย เครนสำหรับยก เครื่องจักรที่มีขนาดใหญ่มากๆจนถึงขนาดเราต้องเปิดหลังคาโรงงาน ซึ่งเราจะต้องคำนวณค่าใช้จ่ายให้ดี สรุปง่ายๆเลยคือถ้าเป็นเครื่องจักรพี่ไม่ค่อยนิยมใช้ถ้าขนาดยิ่งใหญ่ราคาก็จะยิ่งถูกลง ราคาถูกลงมานะครับเพราะว่ามันจะต้องมีค่าบริหารจัดการเยอะ แล้วก็การตัดการย่อยในการส่งเข้าเตาหลอม  ขายเป็นเศษเหล็กหล่อก็จะทำได้ยากมีค่าใช้จ่ายสูง ก็หวังว่าบทความนี้จะมีประโยชน์กับเพื่อนๆไม่มากก็น้อยเรา เพื่อนๆสามารถนำไปดัดแปลงใช้ได้กับร้านรับซื้อของเก่าของท่านได้นะครับขอให้ทุกท่านโชคดีสวัสดีครับ




ดูรายละเอียดทั้งหมด -> เมื่อวันที่ : 2019-04-26 21:07:50




การเลือกซื้อตาชั่งใช้ ในร้านรับซื้อของเก่า

การเลือกซื้อตาชั่งใช้ ในร้านรับซื้อของเก่า


การเลือกซื้อตาชั่งใช้ ในร้านรับซื้อของเก่า

ประเภท : นานาสาระ

รายละเอียด

    สวัสดีครับผมนพดลbyรีไซเคิลชนดอทคอมนะครับ ตอนนี้มาทำช่อง YouTube นะครับเกี่ยวกับร้านรับซื้อของเก่า การทำธุรกิจรีไซเคิลต่างๆนะครับ เพื่อนๆท่านใดที่สนใจก็สามารถเข้ามารับชมในเว็บไซต์ของเรา หรือไม่ก็ดูในช่อง YouTube ของเราก็ได้นะครับผมก็ยินดีเป็นอย่างยิ่งและถ้าไม่เป็นการรบกวนมากเกินไป ฝากเพื่อนกดไลค์กดแชร์ไม่ก็ฝากกดติดตามให้หน่อยนะครับเพื่อเป็นกำลังใจในการทำคลิปต่อๆไป
    วันนี้ผมก็จะมาพูดเกี่ยวกับเรื่องเครื่องไม้เครื่องมือที่จำเป็น ในการเปิดร้านรับซื้อของเก่าแล้วกัน ในที่นี้ขอพูดเกี่ยวกับเรื่องของตาชั่ง เริ่มแรกเดิมที ขอแชร์ประสบการณ์ นะครับผมก็ค่อนข้างแชร์จะปล่อย อย่าเพิ่งเบื่อกันเลยนะครับผม เริ่มแรกเต็มที่ตอนเปิดร้านรับซื้อของเก่าใหม่ๆตอนนั้นทุนค่อนข้างมีจำกัด ตอนนั้นซื้อตาชั่งจำได้ว่าเป็นตาชั่ง สปริงที่ว่าชั่งได้ทีละไม่เกิน 60 กิโลกรัม รู้สึกว่าจะซื้อมา 2 ตัว ในกรณีที่เราชั่งน้ำหนักเกิน 60 กิโลกรัมไปนะครับผม เราก็จะเอาตาชั่งตัวที่ 1 มาตั้งแล้วก็เอาตาชั่งตัวที่ 2 มาตั้งด้านข้าง แล้วก็ชั่งของที่ลูกค้ามาขาย พาดกัน 2 ตัว แล้วก็เอาน้ำหนักมารวมกันก็จะได้นน.ที่เที่ยงตรง  ก็เป็นการแก้ไขสถานการณ์เฉพาะหน้าได้อีกอย่างหนึ่ง  และอีกตัวนึงก็เป็นตาชั่ง ลูกเลื่อนพิกัดก็ 500 กิโลกรัม ก็ซื้อมาใช้จะถามว่า ตาชั่งลูกเลือนได้ใช้ไหม จริงๆแล้วไม่ได้ใช้เลยนะครับผม ใช้ได้น้อยมากเลยครับ และผมเข้ามาเปลี่ยนเป็นตาชั่งดิจิตอล ที่ว่าใช้โหลดเซลล์ ตัวนี้เวิร์คมาก  เดี๋ยวจะพาไปเที่ยวไปดูแล้วกันนะครับเดี๋ยวผมพาไปเพื่อนๆไปดูแล้วกันนะครับผม ก็จะเป็นส่วนของตาชั่งสปริง ตอนนั้นถ้าจำไม่ผิดประมาณ 7- 800 บาทนะครับผม รูปทรงก็จะเป็นแบบนี้นะครับผม  เพื่อนๆลองดูนะครับว่าพิกัดมันอยู่ที่ 60 กิโลครับ เวลาซื้อมานะครับผม เพื่อนๆลองสังเกตนิดนึง บริเวณด้านข้างจะมีการปั๊มตราครุฑของกรมการค้าภายใน แสดงว่าได้มาตรฐาน อีกตัวนึงก็จะเป็นตาชั่งลูกเลื่อน พิกัดอยู่ที่ 500 กิโลกรัมสำหรับตัวใหญ่ และพิกัด 200 กิโลกรัมสำหรับตัวเล็ก เวลาช่างก็จะเอาตัวห้อยมาห้อยตรงปลาย แล้วก็เอาตัวถ่วงมาใส่ตรงบริเวณห้อยตัวไป แล้วก็เลื่อนน้ำหนัก ให้อยู่กึ่งกลางก็จะได้น้ำหนักที่ออกมา อีกตัวหนึ่งก็จะเป็นตาชั่งดิจิตอล ถ้าเพื่อนๆจะซื้อตราชั่งลูกเลื่อนแนะนำเป็นตาชั่งดิจิตอลดีกว่า ที่ร้านรับซื้อของเก่าของผมก็จะใช้ตาชั่งขนาด 150 คูณ 150 cm รับน้ำหนักได้ 3000 กิโลกรัม ครับผม ลักษณะการทำงานของเขาคือจะมีโหลดเซลล์อยู่บริเวณมุมทั้งสี่ด้าน เมื่อรับน้ำหนักโหลดเซลล์จะทำงานและส่งสัญญาณไปที่กล่องรับสัญญาณ เมื่อตัวรับสัญญาณรับสัญญาณเรียบร้อยแล้วก็จะส่งค่าออกมาที่จอแสดงผล ว่าเป็นพิกัดกี่กิโลกรัม ข้อดีของตาชั่งดิจิตอลนี้ คือเราสามารถ นำหัวตาชั่งดิจิตอลไปชาร์จแบตได้ บริเวณหัวของตาชั่งน้ำจะมีแบตเตอรี่อยู่ แต่เวลาชั่งน้ำหนัก ก็จะมีปุ่มกดสำหรับต่อเครื่องปริ้น เพื่อปริ้นแสดงค่าน้ำหนักออกมาได้ แล้วก็ในกรณีที่เรา ชั่งน้ำหนักหลายๆตัว เราสามารถนำของขึ้นชั่ง พอช่างเสร็จเราสามารถกด Zero เพื่อเซ็ตน้ำหนักให้เป็น 0 แนะนำสินค้าตัวใหม่ขึ้นชั่งได้เลย โดยที่ไม่ต้องยกวัตถุดิบที่ช่างทีแรกออก ตาชั่งดิจิตอลตัวนี้ตอนที่ผมซื้อมาราคาอยู่ที่ประมาณ 27,000 บาท ถ้าเพื่อนๆท่านใดที่เปิดร้านรับซื้อของเก่าใหม่ แนะนำให้ซื้อตาชั่งดิจิตอลไปเลย เพราะจะได้ไม่ต้องเสียเงินในการซื้อตาชั่งใหม่รอบและเวลาที่ลูกค้ามาขายของเก่าก็เห็นน้ำหนักที่ชั่งก็จะได้มั่นใจใขการขายของเก่า และอยากของของเก่ามาขายที่ร้านรับซื้อของเก่าของเราอีก ข้อแนะนำในการใช้ตาชั่งดิจิตอลคือ เวลาชาร์จแบตเตอรี่ ห้ามชาร์จขณะฝนตกฟ้าร้อง  ห้ามเชื่อมเหล็ก บนตาชั่งโดยเด็ดขาดเพราะจะทำให้ไฟฟ้าลัดวงจร ห้ามนำหัวตาชั่งเปียกฝน ห้ามเอาของหนักมาทับสายสัญญาณ หวังว่าบทความนี้จะเป็นเทคนิคดีๆสำหรับเพื่อนๆที่เปิดร้านรับซื้อของเก่านะครับ ขอให้เพื่อนๆทุกท่านโชคดีครับ






ดูรายละเอียดทั้งหมด -> เมื่อวันที่ : 2019-04-25 21:19:00




การแยกประเภทเศษเหล็ก ตามกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ กับร้านรับซื้อของเก่า

การแยกประเภทเศษเหล็ก ตามกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ กับร้านรับซื้อของเก่า


การแยกประเภทเศษเหล็ก ตามกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ กับร้านรับซื้อของเก่า

ประเภท : นานาสาระ

รายละเอียด

การแยกประเภทเศษเหล็ก ตามกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ กับ ร้านรับซื้อของเก่า ปกติใน  ร้านรับซื้อของเก่า เศษเหล็กที่ทำการซื้อขายทั่วไปก็มีไม่กี่ประเภท เช๋น เศษเหล็กหนา เศษเหล็กบาง กระป๋อง เป็นต้น เรามาดูกันว่า การแยกประเภทเศษเหล็กสำหรับเป็นวัตถุดิบในการผลิตเหล็กกล้า ของกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ มีอะไรบ้าง
  1. เหล็กหนาพิเศษ ได้แก่ แผ่นเหล็กหนาตัดไฟ ล้อกะทะ 10ล้อ เป็นต้น
  2. เศษเหล็กหนา ได้แก่ เหล็กโคลงสร้าง แป๊บ เหล็กข้ออ้อย เหล็กกล่อง เป็นต้น
  3. เศษเหล็กบาง ได้แก่ แผ่นเหล็กเมทัลชีท ถัง200 ลิตร เป็นต้น
  4. เหล็กคละ (เศษเหล็กหนากับเศษเหล็กบางปนกัน)
  5. เศษเหล็กจากกระบวนการผลิต(Process) ได้แก่ เหล็กปั๊มทั่วไป
  6. เหล็กขยี้ ได้แก่ เศษเหล็กปั๊มบางมาเข้าเครื่องขยี้ (เพื่อง่ายและลดเนื้อที่ในการเข้าเตาหลอมเหล็ก)
  7. เศษเหล็กหล่อ (เหล็กที่ผ่านการหล่อขึ้นรูป คาร์บอนจะสูง)
  8. เศษเหล็กลูกอัด ได้แก่ เศษเหล็กบาง อัดขึ้นรูป เพื่อลดค่าขนส่ง
  9. เศษขี้กลึง
  10. กระป๋อง ต่างๆ
       http://recyclechon.com/pic_keep/36.jpg http://recyclechon.com/pic_keep/37.jpg

การแยกประเภทเศษเหล็กนี้ เพื่อง่ายต่อการบริหารจัดการเศษเหล็ก การส่งเศษเหล็กเข้าเตาหลอมเหล็ก และเป็นหลักเกณฑ์อ้างอิงในการซื้อขายเศษเหล็กในท้องตลาด ส่วนในด้านร้านรับซื้อของเก่า ทั่วไปก็จะมีเศษเหล็กไม่กี่ประเภทครับ



ดูรายละเอียดทั้งหมด -> เมื่อวันที่ : 2019-04-25 19:50:49




การทดสอบสแตนเลส ในร้านรับรับซื้อของเก่า

การทดสอบสแตนเลส ในร้านรับรับซื้อของเก่า


การทดสอบสแตนเลส ในร้านรับรับซื้อของเก่า

ประเภท : นานาสาระ

รายละเอียด

    ในการรับซื้อของเก่านั้น มีเศษวัสดุรีไซเคิลมากมาย ให้เราทำการซื้อ เช่น ขวด กระดาษ พาสติก เหล็ก และโลหะมีค่าต่างๆ 
ในแต่ละครั้งก็จะมีของมากมาย ทั้งที่เคยเจอ เคยเห็นและไม่เคยเจอในร้านรับซื้อของเก่า หากเรารับซื้อของที่มีราคาถูกเป็นของแพง นั้นหมายความว่าเราจะต้องขาดทุนในของชิ้นนั้นๆ
     วันนี้จะมาพูดถึงการรับซื้อและทดสอบสแตนเลสเกรด304 (หรือที่เราเรียกจนชินปากว่าสแตนเลสแท้)และสแตนเลสเทียม 210
คุณสมบัติของสแตนเลสของสองตัวนี้จะคล้ายๆกันต่างกันเล็กน้อย คือ สแตนเลส304แม่เหล็กดูดไม่ติด (อันที่จริงดูดติดเล็กน้อย) ทนการกัดกร่อน ใช้หัวแก๊สตัดเหล็ก ตัดได้ยาก ค่าถ่วงจำเพาะเท่าเหล็ก ส่วนเกรด 210 จะคล้ายๆกับเกรด 304 แต่จะต่างกันคือแม่เหล็กจะดูดติด ในการรับซื้อของเก่าของผู้เริ่มต้นเปิดร้านนั้น เราจะเอาแม่เหล็กมาทดสอบสแตนเลสอย่างเดียวไม่พอ เพราะมีหลายๆกรณีที่แม่เหล็กดูดไม่ติด แต่ส่งขายไม่ได้ เลยต้องขาดทุน การทดสอบสแตนเลส 304นั้นไม่ยาก แต่เราจะต้องมีอุปกรณ์ ดังนี้​ 
                              
  • แม่เหล็กแรงสูง
  • แบตเตอรี่ 9V
  • น้ำยาทดสอบสแตนเลส(หากไม่มีใช้น้ำกรดที่อยู่ในแบตแตอรี่รถยนต์มาใช้ได้)
          
         การทดสอบสแตนเลส
  1. ใช้แม่เหล็กแรงสูงทดสอบ หากแม่เหล็กดูดไม่ติดหรือติดเล็กน้อยแสดงว่าผ่านเบื้องต้น
  2. ใช้น้ำยาทดสอบหรือนำ้กรดแบตเตอรี่หยดที่ผิว และแบตเตอรี่ขั้วลบติดที่ผิวของสแตนเลส ขั้วบวกจุ่มติดตรงที่น้ำกรด ปล่อย5 วินาที หากน้ำออกเหลืองๆแสดงว่าใช้ได้ หากออกสีแดง แสดงว่าใช้ไม่ได้ ซื้อเป็นเศษเหล็กได้เลย (สแตนเลสเกรด210 สีจะออกเป็นสีแดงครับ)
                  

                                 (ในภาพคือเกรดสแตนเลส 210ครับ)

ที่จริงแล้วสแตนเลสมีหลายเกรดมาก แล้วแต่คุณสมบัติ แต่คราวๆ ในการรับซื้อของเก่านั้น ก็จะทดสอบประมาณนี้ครับ หวังว่าเพื่อน พี่ๆคงโชคดีนะครับ




ดูรายละเอียดทั้งหมด -> เมื่อวันที่ : 2019-04-25 19:48:32




การขอสินเชื่อ กับ ร้านรับซื้อของเก่า

การขอสินเชื่อ กับ ร้านรับซื้อของเก่า


การขอสินเชื่อ กับ ร้านรับซื้อของเก่า

ประเภท : นานาสาระ

รายละเอียด

 การขอสินเชื่อ กับ ร้านรับซื้อของเก่า เงินทุน เป็นปัจจัยสำคัญอีกอย่างหนึ่งในการดำเนินกิจการ ร้านรับซื้อของเก่า เพราะในแต่ละวัน ร้านรับซื้อของเก่า มีการซื้อ ขาย วัตถุดิบในการรีไซเคิลมากมาย ใช้เงินทุนหมุนเวียนสูง เงินทุนไม่เพียงพอก็จะประสบปํญหาได้ หากต้องใช้เงินทุนหมุนเวียนมาก การขอสินเชื่อก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งของผู้ประกอบการ ร้านรับซื้อของเก่า
 การขอสินเชื่อกับแหล่งเงินทุนเช่น ธนาคารนั้นไม่ยากหากทำถูกวิธี มีการเตรียมตัวและเอกสารที่สมบูรณ์ ยิ่งขอสินเชื่อมาดำเนินกิจการ ร้านรับซื้อของเก่า ยิ่งของ่าย เพราะธนาคารมองดูว่า ร้านรับซื้อของเก่า เป็นธุรกิจ ซื้อมา -ขายไป อัตราเสี่ยงต่ำ สินค้าเกือบทุกตัวขายได้หมด โดยหลักๆเลย จะต้องมีคุณสมบัติดังนี้
  • เป็นบุคคลน่าเชื่อถือ มีเครดิต ไม่ติดแบล็คลิสในด้านธุรกรรมการเงิน
  • มีหลักทรัพย์ ในการค้ำประกัน ในการขอสินเชื่อ (การจะขอได้เงินมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับหลักทรัพย์เป็นหลักเลยครับ)
  • มีเอกสารทางราชการหรืออื่นๆในการประกอบการอนุมัติเงินกู้ เช่น ใบประกอบการ ร้านรับซื้อของเก่า ใบทะเบียนพาณิชย์ สำเนายอดการเดินบัญชีทางการเงินย้อนหลัง เอกสารบิลซื้อขายของ หนังสือรับรองจากเครดิตบูโร (หนังสือรับรองนี้ธนาคารจะแนะนำให้ไปทำเอง)
เมื่อท่านเตรียมเอกสารพร้อม ก็ไปติดต่อธนาคารได้เลย เจ้าหน้าที่จะตรวจดูเอกสาร หากขาดตกบกพร่องเจ้าหน้าที่จะแนะนำให้ไปหาเพิ่มเติม และจะส่งเรื่องไปทางสำนักงานใหญ่ เมื่ออนุมัติขั้นต้น ก็จะส่งทีมงานมาประเมินหลักทรัพย์ในขั้นนี้จะมีค่าใช้จ่าย เราจะเป็นผู้ชำระเงินในส่วนนี้ ธนาคารจะมีระดับในการคิดเงินอยู่ เมื่อประเมินหลักทรัพย์เรียบร้อยก็รอการอนุมัติสินเชื่อหากผ่านท่านก็สามารถนำเงินส่วนนี้มาเป็นหมุนเวียนในร้านรับซื้อของเก่าได้เลย ในส่วนอัตราดอกเบี้ยหรือการขอสินเชื่อแบบเงินกู้ หรือแบบ OD ขอคำแนะนำกับเจ้าหน้าที่ธนาคารได้เลยครับ หวังว่าผู้ประกอบการ ร้านรับซื้อของเก่า หลายๆท่านโชคดีนะครับ




ดูรายละเอียดทั้งหมด -> เมื่อวันที่ : 2019-04-25 19:47:13




เปิดร้านรับซื้อของเก่า จำเป็นต้องใช้เฟรนไชส์หรือไม่?

เปิดร้านรับซื้อของเก่า จำเป็นต้องใช้เฟรนไชส์หรือไม่?


เปิดร้านรับซื้อของเก่า จำเป็นต้องใช้เฟรนไชส์หรือไม่?

ประเภท : นานาสาระ

รายละเอียด

ผมเป็นคนหนึ่งที่ประกอบกิจการร้านรับซื้อของเก่า ในจังหวัดชลบุรี ก่อนหน้าที่จะทำร้านรับซื้อของเก่าเมื่อซัก9ปีที่แล้ว เคยมีคำถามอยู่ในหัวเหมือนกัน ว่าเราจำเป็นต้องซื้อเฟรนไชส์ร้านรับซื้อของเก่าหรือเปล่า วันนี้ผมจะมาแชร์ประสบการณ์ให้ฟัง

เมื่อซัก 9 ปีที่แล้ว อาชีพร้านรับซื้อของเก่าเฟื่องฟูมาก มีหลายๆที่เปิดทำการสอนและอบรมเกี่ยวกับร้านรับซื้อของเก่ารวมถึงการขายเฟรนไชส์ร้านรับซื้อของเก่า มากมาย มีคนสนใจในการอบรมเยอะ จริงๆแล้วผมก็เป็นคนนึงที่สนใจ เพราะอยากทำร้านรับซื้อของเก่า เราไม่มีความรู้ในงาน และอาชีพร้านรับซื้อของเก่าเลย ไม่รู้เลยว่าจะต้องซื้อของเก่าจากไหนและขายของเก่าให้ใคร และเอากำไรเท่าไหร่ดี เป็นคำถามที่วนเวียนอยู่ในหัวมากมาย แต่การไปอบรมหรือการซื้อเฟรนไชส์ต้องให้ทุนสูง


ซึ่งจริงๆแล้วช่วงแรกผมไม่มีเงินมากพอ ต้องใช้จ่ายอย่างประหยัดจริง จึงพยายามหาความรู้เรื่องร้านรับซื้อของเก่าจากอินเตอร์เน็ตบ้างหาหนังสือมาอ่านบ้าง ก็ได้รับความรู้เรื่องเกี่ยวกับการรับซื้อของเก่าในระดับหนึ่ง จนได้เจอเพื่อนที่สนิทกันทำร้านรับซื้อของเก่าเขาบอกว่า ไม่ต้องไปซื้อเฟรนไชส์ เพราะ"การซื้อเฟรนไชส์ใช่ว่าจะเป็นหลักประกันในความประสบความสำเร็จ  มีเพียงตัวเราเท่านั้นที่จะต้องบริหารและทำให้สำเร็จ" มีอะไรถามมา?


ผมก็เริ่มทำอย่างเต็มตัว พอมีปัญหาก็ถามเพื่อน จริงๆแล้วปัญหาในร้านรับซื้อของเก่านั้นไม่มีอะไรมาก เริ่มแรกอาจจะสงสัยว่าเอาของเก่าไปขายที่ไหน ก็สังเกตุดูว่าเขาเอาของเก่าไปขายที่ไหนเยอะก็แสดงว่าที่นั่นรับซื้อของเก่าราคาสูง ก็เข้าไปถามราคาเลยบอกว่าเราจะเปิดร้านรับซื้อของเก่าเราจะเอามาขายให้ ทางร้านเขาก็ให้ราคาหมดแหละเพราะเขาก็ได้ลูกค้า ในร้านรับซื้อของเก่าเขาเพิ่ม ส่วนปัญหาราคาของรีไซเคิลลดลง การแก้ปัญหาก็สต๊อกของน้อยลงป้องกันการขาดทุนจากราคาของเก่าที่ต่ำลง แต่ปัญหาที่เจอบ่อยๆในร้านรับซื้อของเก่าคือเรื่องแรงงาน อันนี้เป็นปัญหาโลกแตกของทุกๆกิจการครับก็ต้องอาศัยการแก้ปัญหาด้วยตัวเองไปครับ5555


   สุดท้ายนี้สรุปเลยว่าการเปิดร้านรับซื้อของเก่า ไม่จำเป็นต้องไปซื้อเฟรนไชส์ครับ(สำหรับผมนะ)แต่ท่านที่มีเงินพอ และต้องการแบรนเนอร์ที่นิยม รวมถึงต้องการคำปรึกษาของแบรนเนอร์เหล่านั้นก็ตามสบายครับ เอาที่ท่านๆสะดวกและชอบครับ หวังว่าทุกๆท่านจะโชคดีในอาชีพ ร้านรับซื้อของเก่าครับ ผม





ดูรายละเอียดทั้งหมด -> เมื่อวันที่ : 2019-04-25 19:45:18




อุปกรณ์ตัดเหล็ก กับ ร้านรับซื้อของเก่า

 อุปกรณ์ตัดเหล็ก กับ ร้านรับซื้อของเก่า


อุปกรณ์ตัดเหล็ก กับ ร้านรับซื้อของเก่า

ประเภท : นานาสาระ

รายละเอียด

   อุปกรณ์ตัดเหล็ก กับ ร้านรับซื้อของเก่า อุปกรณ์อีกชนิดหนึ่งที่มีความสำคัญกับ ร้านรับซื้อของเก่า คือชุดหัวแก๊สตัดเหล็ก  ชุดหัวแก๊สตัดเหล็กนั้น จะว่าไปแล้วหากใช้ถูกวิธีมีประโยชน์อย่างยิ่ง หากใช้อย่างผิดวิธีก็มีโทษพอสมควร ดังนั้น ร้านรับซื้อของเก่า ควรศึกษาและใช้ให้ถูกวิธี
   ชุกหัวแก็สตัดเหล็กประกอบไปด้วย
  • ถังลม เวลาเลือกซื้อ ควรซื้อของใหม่ และเปลี่ยนกับร้านที่ได้มาตราฐาน ร้านรับซื้อของเก่า บางร้านหาก เลือกซื้อมือ2 จุดสังเกตุคือ บนหัวถังจะปั๊ม TP 250 และสัญลักษณ์บ่งชี้ว่า Test มาแล้ว เวลาเคาะถังลม เสียงจะดังกังวาล ถ้าดังไม่กังวาลแสดงว่าถังด้านในมีสนิมขึ้นแล้วไม่ควรซื้อ
  • ถังแก๊ส ก็ถังแก๊ส หุงต้ม LPG ทั่วไป
  • ชุดหัวตัด ชุดหัวตัดนั้นมีหลายเกรด หลายราคา ส่วนที่ผมใช้ก็จะเป็นเกรดธรรมาดา ราคาพันกว่าบาท  ท่านใดอยากจะใช้ของแพง พวก HARRIS ก็ไม่ว่ากัน แต่ผมมองว่าไม่คุ้ม ยิ่งเจอพนักงานไม่ถนอมของยิ่งเสียไว ไม่เหมาะกับ ร้านรับซื้อของเก่า
  • นมหนูตัดเหล็ก ร้านรับซื้อของเก่า ควรเลือกใช้เบอร์ 0 หรือเบอร์ 1 พอหากใหญ่มากก็เปลืองลมเช่นกัน
  • สายลมตัดเหล็ก แนะนำว่าความยาวอย่างน้อย10 เมตรขึ้นไป แต่ไม่ควรยาวมากไป(ไม่ควรเกิน20 เมตร) เพราะเปลืองลม และควรเลือกสาย2ชั้น อย่างดี จะได้ใช้ทน (หากเป็นสายชั้นเดียว สายจะแตกบ่อย เพราะแรงดันสูง)
                             http://recyclechon.com/pic_keep/31.jpg     สายลมสีดำจะเป็นสาย 2 ชั้น
  • วาล์วลม วาล์วแก๊ส ก็เลือกใช้ของใหม่ ไม่ควรใช้ของเก่า
    http://recyclechon.com/pic_keep/32.jpg       http://recyclechon.com/pic_keep/33.jpg
เวลาประกอบก็ไม่ยาก เอาสายลม(สีดำ)ประกอบเข้ากับหัวตัดแก๊สที่เขียนว่า OX  เอาสายแก๊ส(สีแดง)ประกอบเข้ากับหัวตัดแก๊สที่เขียนว่า GAS แล้วก็เอาปลายของสายลม สายแก๊สเข้ากับวาล์วอีกด้าน แล้วก็ประกอบเข้ากับถัง
 ข้อควรระวังอย่างยิ่งสำหรับการใช้ชุดตัดแก๊ส  ในร้านรับซื้อของเก่า
  • เวลาประกอบ วาล์วลม วาล์วแก๊สเข้ากับถังถ้าประกอบไม่ได้ ห้ามใช้น้ำมันหรือจารบีทาที่หัวถังโดยเด็ดขาด เพราะจะทำให้ไฟย้อนแล้วเกิดการระเบิดได้
  • ห้ามให้ถังลมล้มอย่างรุนแรง หากเกิดประกายไฟ ก็ระเบิดได้เช่นกัน
                                  http://recyclechon.com/pic_keep/34.jpg
หากร้านรับซื้อของเก่า ทำอย่างถูกวิธี ก็จะปลอดภัย และใช้อุปกรณ์ได้อย่างคุ้มค่า  และหากทำเป็นรถเข็นสำหรับชุดตัดแก๊สเลยก็จะดีมาก ขนย้ายง่ายครับ



ดูรายละเอียดทั้งหมด -> เมื่อวันที่ : 2019-04-25 19:42:14




เปิดร้านรับซื้อของเก่าไม่กี่ปีทำไมถึงรวย

เปิดร้านรับซื้อของเก่าไม่กี่ปีทำไมถึงรวย


เปิดร้านรับซื้อของเก่าไม่กี่ปีทำไมถึงรวย

ประเภท : นานาสาระ

รายละเอียด

        ครับสวัสดีครับผมนพดล by  www.recyclechon.com ในเว็บไซต์ผมก็ พูดเกี่ยวกับเรื่องการรีไซเคิล การเปิดร้านรับซื้อของเก่านะครับ หรือแม้กระทั่งการใช้เครื่องไม้เครื่องมือต่างๆ ในธุรกิจรีไซเคิล เพื่อนๆท่านใดที่สนใจก็ สามารถเข้ามาอ่านเข้ามาหาข้อมูลในเว็บไซต์ ของผมได้นะครับผม ตอนนี้ผมทำช่อง YouTube ชื่อช่อง Smart Recycle นะครับ ก็จะพูดเรื่องต่างๆเกี่ยวกับ ธุรกิจรีไซเคิล ร้านรับซื้อของเก่าทั่วไปนะครับผม วันนี้ผมก็จะมาพูดเกี่ยวกับเรื่อง "เปิดร้านรับซื้อของเก่าไม่กี่ปีทำไมถึงรวย"
       ก่อนอื่นเพื่อนๆต้องเข้าใจก่อนเลยนะครับผมว่า ธุรกิจรีไซเคิลหรือที่เรียกทั่วๆไปว่า การเปิดร้านรับซื้อของเก่า วัตถุดิบรีไซเคิล พวกนี้นะครับผมสามารถขายได้ง่าย ขายได้เป็นเงินสด มีสภาพคล่องสูงนะครับผม เวลาขายให้ใครก็มีคนอยากจะได้นะครับผม และก็ขายได้เป็นเงินสดด้วยนะครับผม แล้วทำไมเปิดร้านรับซื้อของเก่าไม่กี่ปีทำไมถึงรวยนะครับผม ก่อนอื่นผมต้องขอพูดอย่างนี้ก่อนเลยนะครับผมว่า สาเหตุที่เพื่อนๆมองอย่างนั้นคือ ผมแบ่งให้เป็น 4 หัวข้อหลักๆเลยนะครับผม ที่มองว่าเปิดร้านรับซื้อของเก่าแล้วรวยนะครับ
  1. หัวข้อเกี่ยวกับเรื่องคนที่ทำงานเฉพาะด้าน ทำงานหน้าเดียวแต่เน้นปริมาณเยอะๆ พวกนี้ก็ซื้อขายกันทีเยอะๆเอากำไรส่วนต่าง น้อยนะครับผมเช่น การรับซื้อเหล็ก ส่งเข้าเตาหลอมนะครับผมพวกนี้ก็ จะซื้อจากร้านรับซื้อของเก่าเข้ามาแล้วก็ส่งให้กับทางเตาหลอม เที่ยวนึงหักค่าใช้จ่าย หักค่ารถค่าน้ำมันค่าแรงงาน ก็จะเหลือประมาณสัก 20 สตางค์ถึง 30 สตางค์ต่อกิโลกรัมแต่เขาจะเน้นปริมาณมาก พวกนี้ก็จะได้พอสมควร แต่ถ้าช่วงจังหวะเหล็กขึ้นก็โชคดีไปนะครับผม แต่ถ้าช่วงจังหวะเล็กลงอันนี้ก็จะเจ็บตัว พอสมควรเลยนะครับ พวกนี้ผมมองว่า เขามีอัตราความเสี่ยงสูง แล้วก็ต้องมีฐานลูกค้าเยอะ และต้องมีประสบการณ์มากพอสมควรถึงจะทำได้
  2. คือคนที่ประมูลรับซื้อของเก่าตามโรงงานอุตสาหกรรม พวกนี้ต้องใช้เครื่องไม้เครื่องมือเยอะพอสมควร จะต้องมีรถสิบล้อหลายคัน มีแรงงาน แล้วก็ที่สำคัญชั่วโมงนี้นะครับผมสามารถทำได้ยาก เพราะว่ามีคู่แข่งเข้ามาเยอะ  มีอัตราการแข่งขันสูง ส่วนต่างกำไรก็จะได้น้อยมากนะครับแล้วก็จะต้องคอย support กับโรงงาน อยู่ตลอดเวลาถ้าเป็นหนังสือสัญญา 3 เดือน 6 เดือน ราคาปรับขึ้นก็โชคดีไปนะครับผม แต่ถ้าราคาปรับลงก็เจ็บตัวพอสมควรเลยนะครับ เพราะต้องยืนราคาอยู่ 3 เดือน 6 เดือนตามหนังสือสัญญา ในกลุ่มนี้ต้องเสี่ยงพอสมควร จริงอยู่นะครับผมเมื่อ 15 ปีที่ผ่านมาผู้ที่ประมูลรับซื้อของเก่า ตามโรงงานนี้ผมว่า เขาจะได้ดีนะครับผมมาในวันนี้ณปัจจุบันนี้ มองว่าทำได้ยากนะครับผม
  3. คือกลุ่มคนที่ขยันขันแข็งเก็บหอมรอมริบทีละน้อยๆนะครับผม ก็ตามร้านของเก่าในชุมชนทั่วไป พวกนี้เขาก็จะค่อยๆทำไปเก็บเล็กเก็บน้อยไปนะครับผมแล้วก็สร้างมีรายได้ขึ้นมาในกลุ่มคนพวกนี้ก็ต้องใช้ระยะเวลาสักพักเลยนะครับถึงจะมีเงินมีทองขึ้นมา
  4. คือกลุ่มที่ใช้เงินกู้จากธนาคารมา ซึ่งธนาคารให้มาในการลงทุนซื้อขายวัตถุดิบรีไซเคิล แต่เอาเงินส่วนนี้จะบางส่วน ไปซื้อบ้านซื้อรถ รถยนต์ทำให้ภาพลักษณ์ว่าดูดี  มองดูว่ารวยซึ่งอันที่จริงแล้ว บางคนก็มีรวยบางคนก็รวย น้อยหน่อยแล้วแต่ไปนะครับผม จริงๆแล้วในส่วนนี้ผมมองว่าธุรกิจรีไซเคิลก็จะมีคนที่รวยแล้วก็มี  ฐานะปานกลางพออยู่พอกินก็มี มีหลายระดับนะครับผม เหมือนกับอาชีพทุกอาชีพทั่วไปนะครับผม
      เพื่อนๆก็อย่ามาเหมารวมว่าทำอาชีพร้านรับซื้อของเก่าเปิดร้านรับซื้อของเก่า ไม่กี่ปีเดี๋ยวก็รวยแล้ว ซึ่งอันที่จริงผมว่ามันไม่ใช่นะครับผม ผมว่าการลงทุนนั้นมีความเสี่ยง ไม่อย่างนั้นเวลาที่โฆษณาทางทีวี แต่การขายกองทุน อะไรต่างๆเขาจะต้องลง เพื่อนๆลองสังเกตดูว่าจะมีการพูด การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลก่อนตัดสินใจลงทุน อันนี้ก็เหมือนกันครับผมอันนี้ผมอาจจะไปประมาณนี้เลยละกันครับ วันนี้ก็ขอสรุป เลยนะครับผมว่า การเปิดร้านรับซื้อของเก่านั้นไม่ได้รวยเสมอไปทุกคนนะครับผมบางคนก็รวยบางคนก็ทำไม่รวยก็มีเยอะไปนะครับผม เพื่อนๆก็ต้องใช้วิจารณญาณ ในการดูนิดนึงนะครับผม ครับวันนี้ก็ขออธิบายเพียงเท่านี้ก่อนแล้วกันครับ ถ้ายังไงฝากติดตาม ช่องทาง YouTube ด้วยนะครับ




ดูรายละเอียดทั้งหมด -> เมื่อวันที่ : 2018-12-21 08:52:56




การเลือกทำเลในการเปิดร้านรับซื้อของเก่าให้รวย

การเลือกทำเลในการเปิดร้านรับซื้อของเก่าให้รวย


การเลือกทำเลในการเปิดร้านรับซื้อของเก่าให้รวย

ประเภท : นานาสาระ

รายละเอียด

   การเลือกทำเลในการเปิดร้านรับซื้อของเก่ามีความสำคัญเป็นอย่างยิ่งสำหรับผู้ประการการร้านรับซื้อของเก่า เพราะว่าอะไรการเลือกทำเลที่ดีในการเปิดร้านรับซื้อของเก่าจะเป็นการช่วยลดความเสี่ยงในการดำเนินการกิจการร้านรับซื้อของเก่านะครับผม  การเลือกทำเลที่ดีจะช่วยให้เรามีแหล่งที่มาของวัตถุดิบรีไซเคิลและกลุ่มลูกค้าของเรานะครับ วันนี้ผมจะมาพูดเกี่ยวกับ 5 เทคนิค ในการเลือก ทำเลในการเปิดร้านรับซื้อของเก่า อันดับ1 จะต้องใกล้แหล่งชุมชน 2 จะต้องเดินทางสะดวก 3 จะต้องมี คู่แข่งหรือร้านรับซื้อของเก่า ที่อยู่ใกล้ๆไปจำนวนน้อย 4 ขนาดพื้นที่จะต้องพอสมควร จะไม่เล็กเกินไป และ 5 จะเป็นเรื่องของการทำสัญญา การทำสัญญาก็มีส่วนสำคัญอีกอย่างหนึ่ง ในการเช่าพื้นที่ในการเปิดร้านรับซื้อของเก่า การเลือกทำเลอันดับแรกเลยนะครับ
  1. จะต้องใกล้แหล่งชุมชน เพราะแหล่งชุมชนจะเป็นแหล่งที่มาของวัตถุดิบรีไซเคิล ต่างๆ การเลือกสถานที่ใกล้ชุมชนก็เช่น ใกล้หมู่บ้านใกล้โรงงาน ใกล้เซเว่นใกล้โลตัส ประมาณนี้นะครับผม เพราะสถานที่พวกนี้จะเป็นแหล่งที่มาของวัตถุดิบรีไซเคิล ที่ทำให้ช่วยให้ร้านเรามีอัตราการเข้า ของวัตถุดิบรีไซเคิลได้ดี แต่มีข้อแม้อยู่นิดนึง เวลาเพื่อนๆเลือกอย่าเลือกใกล้โรงเรียนมากเกินไป เพราะว่าแรกๆที่เราทำร้านรับซื้อของเก่า อาจจะไม่มีผลกระทบแต่ในระยะยาวอาจจะมีผลกระทบ เกี่ยวกับร้านรับซื้อของเก่าแล้วได้นะครับผม หรือเราใกล้หมู่บ้านมากเกินไป อันนี้ก็จะมีผลกระทบในภายหลัง 
  2. คือการเดินทางสะดวก การเดินทางสะดวก ผมให้เลือกประมาณนี้นะครับผมคือ เป็นถนนสายรองจากเส้นหลัก เพราะว่าเพื่อนๆลองนึกสภาพดูนะครับผม ถนนสายหลักก็ประมาณ 4 เลน 2 ฝั่งก็ 8 เลน คือมันจะมีเกาะกั้นกลาง เวลาลูกค้าจะมาติดต่อขายวัตถุดิบรีไซเคิลถ้าเขาหยุดเดินไปไกล กลับรถมันก็ไกลเพื่อที่ว่า เข้ามาขายร้านเรา ทำให้เขาไม่อยากเข้ามาขายวัตถุดิบรีไซเคิลให้เรา แต่ในขณะเดียวกัน เราเลือกถนนสายรองประมาณถนน 2 เลน คือฝักขับไป 2 เลงขากลับ 2 เลน แล้วไม่มีเกาะกั้นกลาง เวลาที่ลูกค้าจะเข้ามาขายวัตถุดิบรีไซเคิลให้เรา ก็จะเท่าถึงเราได้ง่าย ทางเข้าทางออกสะดวกสบาย ประมาณนี้จะช่วยให้ ลูกค้าเข้ามาขายวัตถุดิบรีไซเคิลให้เราได้ง่ายเลยนะครับผมหรืออาจจะมีที่จอดหน้าร้านเยอะ อันนี้ก็จะเป็นการเลือกที่ดีนะครับผม 
  3. เกี่ยวกับเรื่องคู่แข่งหรือรับซื้อของเก่าใกล้ๆ ถ้ามีคู่แข่งน้อยนะครับผม จะช่วยให้เรามีวัตถุดิบรีไซเคิล ได้มากขึ้นนะครับผม เพราะถ้าแบบบริเวณใกล้ๆ หรือพื้นที่ใกล้เคียงที่เป็นเพื่อนๆเปิดร้านรับซื้อของเก่าอยู่มีร้านรับซื้อของเก่า 4 ร้าน ร้านของเราเป็นร้านที่ 5และ 4 ร้านแรกเปิดมาก่อน ร้านเราเป็นร้านที่ 5 จนกว่าที่ลูกค้าจะเข้าถึงเราได้ หรือจะเปลี่ยนใจจากที่เดิมขายอยู่ร้าน 1234 เปลี่ยนมาขายให้กับเราก็จะเป็นเรื่องยากนะครับผมทำให้ของ หรือวัตถุดิบรีไซเคิลของเรา ก็จะน้อยนะครับผม
  4. ก็คือเรื่องของขนาดของพื้นที่ นะครับผมขนาดของพื้นที่ผมแนะนำให้ อย่างน้อยนะครับผม 3 งานทั่วไป 3 งานก็จะช่วยให้เรา วางวัตถุดิบรีไซเคิลต่างๆได้ง่ายนะครับผม เวลาลูกค้าติดต่อขายของให้เราหรือว่าเวลาขึ้นลงของเพื่อที่ว่าจะไปส่งวัตถุดิบรีไซเคิล มันก็จะทำได้ง่ายแล้วก็สะดวกสบาย เมื่อเราสะดวกสบายเสร็จลูกค้าสะดวกสบาย เขาก็จะอยากจะมาติดต่อ ขายให้เราอีกนะครับผม
  5. คือเรื่องสัญญาเช่านะครับผม เรื่องสัญญาเช่า ผมแนะนำว่าอย่างนี้น้อย ทำสัญญาเช่า 3 ปี เพราะว่าหากเป็นสัญญาปีต่อปี ในกรณีที่ ปีแรกเราทำร้านรับซื้อของเก่าได้ดี และปีที่ 2 ทางผู้ ให้เราเช่าพื้นที่ไม่ต่อสัญญาให้เรา อันนี้ก็จะเป็นผลกระทบของเราอีกนะครับผม เมื่อไม่ต่อสัญญาให้เราเราก็ต้อง เปลี่ยนสถานที่เปิดร้านรับซื้อของเก่า ใหม่นะครับผม ซึ่งกลุ่มลูกค้าของเรา เดิมทีที่มีอยู่แล้ว ก็ต้อง ย้ายเข้าไปอีก ซึ่งบางคนก็ย้ายตามเราไป บางคนก็มาย้ายตามเราไป จะทำให้เราขาดลูกค้าเข้าไปอีก อันนี้ก็จะเป็นเทคนิคง่ายๆ ในการเลือกทำเล เปิดร้านรับซื้อของเก่า แล้วก็จะมีรายละเอียดปลีกย่อย ก็คือเช่น ค่าเช่า ถ้าหากเพื่อนๆ เลือกหรือหา พื้นที่ในการเช่าเปิดร้านรับซื้อของเก่า ได้ในราคาที่ถูกก็จะเป็นการดีเข้าไปใหญ่ ช่วยให้เป็นเพื่อนๆลดต้นทุน แต่ถ้าเปิดร้านรับซื้อของเก่า ได้ดีแล้วครับผม แล้วก็ผมแนะนำอีกเรื่องนึง การเลือกทำเลตอนนี้ มันจะมีแอพพลิเคชั่นหลายตัว มีเทคโนโลยีเข้ามา การใช้ Google Map ในการเลือกทำเลเปิดร้านรับซื้อของเก่า มีส่วนเหมือนกันนะครับผม จะช่วยให้เราคัดกรองได้ง่ายขึ้น ช่วยให้เราสำรวจพื้นที่ เปิดร้านรับซื้อของเก่าได้ง่ายขึ้นนะครับผม เดี๋ยวผมจะทำคลิปให้ดูนะครับผม รายการเปิดใช้ App Google Map ในการเลือกพื้นที่ การเปิดร้านรับซื้อของเก่า สุดท้ายนี้นะครับผม ผมมองว่าการเลือกทำเลการเปิดร้านรับซื้อของเก่าเป็นเรื่องที่ยากนะครับผมแต่ผมแนะนำว่าถ้าหากไปทำงานยากตั้งแต่เริ่มต้นนะครับผม พอระยะยาวมันก็จะง่ายๆๆขึ้นไปนะครับผมแต่สมมุติว่าเรา เลือกทำเลที่ หาได้ง่ายแต่ไม่มีกลุ่มลูกค้า เราก็จะเปิดวาดง่ายๆ แต่ถามว่าการดำเนินการกิจการ ในธุรกิจของเรา มันก็จะไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร ดังนั้นเราควรเสียสละเวลาในการเลือก พื้นที่ในการเปิดร้านรับซื้อของเก่านะครับผม เพื่อที่ว่าธุรกิจของเราจะได้ต่อยอด ดำเนินกิจการไปได้ด้วยดีครับชุดนี้ผมก็ไม่มีอะไรมากนะครับผมหวังว่าเพื่อนๆ หลายๆท่านคงโชคดี ฝากติดตามกันด้วยนะครับผม ขอขอบคุณมากนะครับผม สวัสดีครับ





ดูรายละเอียดทั้งหมด -> เมื่อวันที่ : 2018-12-21 08:30:20




อยากทำ ร้านรับซื้อของเก่า เตรียมตัวอย่างไร

อยากทำ ร้านรับซื้อของเก่า เตรียมตัวอย่างไร


อยากทำ ร้านรับซื้อของเก่า เตรียมตัวอย่างไร

ประเภท : นานาสาระ

รายละเอียด

      อยากทำ ร้านรับซื้อของเก่า เตรียมตัวอย่างไร มีผู้สนใจมากมายในอาชีพ ร้านรับซื้อของเก่า หากสนใจและอยากทำ ร้านรับซื้อของเก่า มีคำแนะนำในการเตรียมตัว สำหรับการลงทุนให้เหมาะสมกับธุรกิจอาชีพร้านรับซื้อของเก่า
 
   ปัจจุบันมีการเจริญเติบโตในภาคอุตสาหกรรม สังคมและสิ่งแวดล้อมเป็นอย่างมาก ขณะเดียวกันก็มีปัญหาของเสีย มลพิษตามมามาก เช่น มลพิษทางน้ำ ทางอากาศ ทางเสียง เป็นต้น และมีอาชีพหนึ่งที่เป็นกลไกหลักในการลดของเสีย ลดขยะเหล่านี้ คือ  อาชีพร้านรับซื้อของเก่า ซึ่งก่อนหน้านี้ประมาณ5-6 ปีที่ผ่านมาถือว่าเป็นปีทองของอาร้านรับซื้อของเก่า มีคนสนใจ อยากทำอาชีพนี้มาก ธนาคารก็เช่นกัน ปล่อยสินเชื่อให้กับผู้ประกอบการร้านรับซื้อของเก่าเหล่านี้ง่าย เพราะถือว่าเป็นอาชีพที่สินค้าขายได้ทุกตัว ได้เงินสด เป็นการซื้อมาขายไป มีอัตราการเสี่ยงต่ำ อีกทั้งวัตถุดิบมีมาก มีการพลักดันจากภาครัฐบาล ด้วยเหตุผลเหล่านี้จึงเป็นที่สนใจและอยากทำในอาชีพร้านรับซื้อของเก่าอย่างรวดเร็ว
 สำหรับผู้สนใจและอยากทำ ร้านรับซื้อของเก่า  เราแบ่งประเภทย่อยๆดังนี้

  • ซาเล้ง/รถรับซื้อของเก่าในชุมชน   ในเขตชุมชนเมืองเหล่าบรรดาซาเล้งนี้จะมีมาก เขาจะทำการเก็บหรือซื้อ และนำมาจำหน่ายให้กับร้านรับซื้อของเก่าอีกที
  • พ่อค้าคนกลาง กลุ่มบุคคลในประเภทนี้จะทำการรับซื้อของจากร้านรับซื้อของเก่าในชุมชน ส่งให้ยี่ปั๊วอีกที เช่น เก็บทองแดง ก็จะรับซื้อทองแดง จากหลายๆที่ส่งยี่ปั๊ว ทางยี่ปั๊วก็จะขายให้กับโรงหลอม หรืออาจบรรจุตู้คอนเทนเนอร์ส่งขายต่างประเทศอีกที
  • ร้านรับซื้อของเก่า ก็จะทำการรับซื้อของเก่าในชุมชนใกล้ ส่งให้กับเจ้าใหญ่ที่ทำเฉพาะด้านอีกที เช่นกระดาษลัง ก็จะส่งให้โรงงานที่รับซื้อกระดาษและทำการอัดก้อนส่งให้โรงผลิตกระดาษอีกที
  • รับประมูลของโรงงาน กิจการประเภทนี้จะต้องการสร้างเป็นโรงงาน ได้รับอนุญาติจากกรมโรงงาน มีใบอนุญาติถูกต้อง
  • โรงงานที่ทำเฉพาะด้าน คือรวบรวมวัตถุดิบ แปลสภาพ และส่งต่อให้ผู้ผลิตอีกที เช่นโรงอัดกระดาษ โรงโม่ขวดแก้วเป็นต้น
 


      หากท่านสนใจและอยากทำ ร้านรับซื้อของเก่ามาดูกันว่าต้องมีอะไรกันบ้าง

  • เงินทุน เป็นปัจจัยหลักอันดับต้น ในการทำธุรกิจรับซื้อของเก่า เพราะกิจการนี้ใช้ลักษณะเงินหมุนเวียน หากเงินทุนไม่พอจะเกิดปํญหาสภาพคล่องเมื่อเกิดบ่อยๆ แทนที่จะเก็บวัตถุดิบไว้ขายตอนราคาขึ้นก็ต้องยอมขายขาดทุน เกิดภาวะขาดทุน และจะต้องปิดกิจการในที่สุด
  • สถานที่ ควรเลือกที่ใกล้แหล่งชุมชน การคมนาคมสะดวก หรือสถานที่ ที่มีสิ่งปลูกสร้างอยู่แล้วก็จะช่วยลดต้นทุนเราไปได้  หรือห่างจากแหล่งชุมชนพอสมควร แต่การเดินทางสะดวก ค่าเช่าถูก ก็เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ การทำร้านรับซื้อของเก่า สถานที่จะต้องล้อมรอบขอบชิด มีโรงเรือนสำหรับเก็บวัตถุดิบ
  • ความรู้ ปัจจุบันความรู้ในด้านนี้มีเผยแพร่พอสมควร เช่น หนังสือคัดแยกขยะ ข้อมูลทางอินเตอร์เน็ต   บางท่านอาจจะอบรมและซื้อเฟรนไซค์มาเปิดร้านก็ได้ หรืออาจจะไปเป็นลูกจ้างร้านรับซื้อของเก่าก่อนก็ได้ เพื่อได้ความรู้ และทดสอบตนเองไปในตัว เรายังอยากทำ ร้านรับซื้อของเก่าอยู่หรือไม่
  • บุคลากร หมายถึงลูกจ้าง ร้านรับซื้อของเก่านี้เป็นอีกอาชีพหนึ่งที่ค่อนข้างขาดแรงงานพอสมควร ไม่ค่อยมีคนอยากทำเนื่องจากทำงานกับสิ่งสกปรก และงานหนัก (หนักมากๆๆ ผู้เขียนไม่เคยเจอมาก่อน)
  • ยานพาหนะ/เครื่องมือ เราจะต้องมีรถยนต์สำหรับส่งของอาจเป็นรถกะบะปิคอัพมือ2 หรือใหม่ ซึ่งส่วนนี้จะต้องคำนวณว่ามีผลกระทบกับเงินทุนซื้อของเพียงไร  มีเครื่องมือสำหรับทำงาน เช่น ชุดแก็สตัดเหล็ก หินเจียรมือ  เป็นต้น
  • ร่างกายและกำลังใจที่สมบูรณ์แข็งแรง อย่างที่กล่าวมาอาชีพร้านรับซื้อของเก่านี้สกปรก งานหนัก ถูกกดดันในด้านต่างๆ เราจะต้องมีกำลังใจจากตนเองและคนในครอบครัวเพื่อเป็นแรงผลักดัน ให้ผ่านพ้นอุปสรรคไปได้ ร่างกายต้องแข็งแรงก็เป็นปัจจัยหลัก ในการเปิดร้านรับซื้อของเก่านี้

เมื่อสิ่งที่ต้องการในการทำร้านรับซื้อของเก่ามีแล้ว เราควรมาดูต่อว่าแล้วมีเท่าไหร่ถึงจะพอ

ประเภทต่างๆ                            เงินทุน                    สถานที่       ความรู้    บุคคลากร    ยานพาหนะ

ซาเล้ง/รถรับซื้อของเก่า   5000 บาทขึ้นไป        เล็กน้อย         ดี            ตนเอง         ซาเล้ง/ กะบะ

พ่อค้าคนกลาง                   50000 บาทขึ้นไป      เล็กน้อย         ดีมาก      1คน            กะบะ /6ล้อ

ร้านรับซื้อของเก่า          1000000 บาทขึ้นไป    2 งานขึ้นไป    ดีมาก      2 คนขึ้นไป    กะบะ /6ล้อ

ประมูลของโรงงาน        3000000 บาทขึ้นไป    1 ไร่ขึ้นไป      ดีมาก      4คนขึ้นไป    กะบะ /6ล้อ/10ล้อ/รถเฉพาะงาน

โรงงานเฉพาะด้าน         5000000 บาทขึ้นไป    5 ไร่ขึ้นไป      ดีมาก      6 คนขึ้นไป    กะบะ /6ล้อ/10ล้อ/รถเฉพาะงาน





เรามาดูตัวอย่างกันกรณี เช่น อยากทำ ร้านรับซื้อของเก่า ขนาดเล็ก มีเงินทุน1000000 บาท ว่าเพียงพอหรือไม่

  •  เงินทุน                             .              1000000                        บาท
  • สถานที่ค่าเช่า/เดือน                   10000                        บาท
          ทำโรงเรือน                     ..             150000                         บาท
          ล้อมรั้ว                                              45000                        บาท
          ค่ามัดจำสถานที่                            40000                       บาท

  • ความรู้ในการดำเนินกิจการ          6000                        บาท
  • บุคลากร 2คน คนละ9000          18000                        บาท
  • ยานพาหนะ (มือ2)                    300000                       บาท
เครื่องมือ                                     10000                      บาท
ร่างกายและกำลังใจ                         ฟรี

สรุปจะต้องมีค่าใช้จ่ายแรกเริ่มอยู่ที่            1579000 บาท
ค่าใช้จ่ายอื่น อีกประมาณ  25%            1973790  บาท
สรุป จะต้องมีเงิน ประมาณ2000000 บาทในการลงทุนขั้นแรก

       เมื่อมีอุปกรณ์และพื้นที่เรียบร้อย มีเงินทุน เพียงพอ ตัดสินใจแน่วแน่  (จากที่กินไม่ได้  นอนไม่หลับมาหลายวัน 5555) ก็ดำเนินการด้านเอกสาร

  1. จดทะเบียนพาณิชย์   สำนักงานเขต
  2. ขอใบอนุญาติรับซื้อของเก่า  สำนักงานเขต โดยใช้เอกสารในการขอดังนี้ (เอกสารจะต้องถ่ายสำเนา 2ชุด )
  • สำเนาทะเบียนบ้าน บัตรประชาชน
  • สำเนาทะเบียนพาณิชย์
  • สัญญาเช่าหรือหนังสือยินยอมให้ใช้สถานที่
  • สำเนาทะเบียนบ้าน บัตรประชาชนของผู้ให้ความยินยอมใช้สถานที่
  • สำเนาโฉนดที่ดิน
  • แผนผังที่ตั้งร้านค้า
  • รูปถ่ายผู้ขออนุญาติ ขนาด 2นิ้ว 3 รูป
  • รูปถ่ายป้ายหน้าร้าน และบริเวณร้าน(ถ่ายประมาณ 6 รูป แต่ทำสำเนาเป็น2 ชุด)

   หลังจากที่ได้เอกสารเรียบร้อย ท่านก็สามารถเปิดร้านรับซื้อของเก่าได้อย่างถูกต้อง   ส่วนการบริหารงานก็ขึ้นอยู่กับ ความรู้ การจัดการ ซึ่งแต่ละบุคคลจะมีไม่เท่ากัน  โดยท่านจะต้องคำนึงว่า “การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูล ก่อนตัดสินใจลงทุน”

             หมายเหตุ ขอสงวนลิขสิทธิ์ในบทความชุดนี้  หากมีการเผยแพร่ข้อมูล กรุณาระบุแหล่งที่มาของข้อมูล  บทความนี้เป็นแนวทางการลงทุนของผู้ที่สนใจในอาชีพรับซื้อของเก่าเท่านั้น มิได้ชี้นำแต่ประการใด 

หากท่านเกิดข้อสงสัยสามารถติดต่อสอบถามที่นี่
http://recyclechon.com/contact.php

    วิรัชรุ่งเรืงกิจ ค้าของเก่า
    นพดล ผู้เขียน







ดูรายละเอียดทั้งหมด -> เมื่อวันที่ : 2018-12-18 19:05:38




​เหล็กหล่อชิ้นใหญ่ จะขาย และจะตัดยังไงดี?

​เหล็กหล่อชิ้นใหญ่ จะขาย และจะตัดยังไงดี?


​เหล็กหล่อชิ้นใหญ่ จะขาย และจะตัดยังไงดี?

ประเภท : นานาสาระ

รายละเอียด

     ​เหล็กหล่อชิ้นใหญ่จะขาย และจะตัดยังไงดี จะตัดเหล็กหล่อ ตัดท้ายโฟล์คลิฟให้ชิ้นเล็กส่งเข้าเตาหลอมเหล็กก็ไม่ได้
ปกติแล้วในร้านรับซื้อของเก่า เวลาจะส่งเหล็กแต่ละครั้ง ก็จะต้องตัดเศษเหล็กให้ได้ขนาดมาตรฐาน สำหรับเตาหลอมเหล็ก ซึ่งขนาดที่เตาหลอมเหล็กต้องการคือ ความกว้างและความยาวไม่เกิน 80 cm หรืออาจจะเลยได้นิดหน่อยไม่เกิน 1 เมตร ซึ่งสาเหตุที่จำกัดความยาวของเศษเหล็ก ขนาดนี้เพราะว่า เวลาใส่เศษเหล็กเข้าเตาหลอมเหล็กรวมกันแล้ว  ถ้าเป็นเศษเหล็กที่มีขนาดชิ้นใหญ่มาก ก็จะเป็นขวางบริเวณปากเตาหลอม ซึ่งทำให้ไม่สามารถนำเศษเหล็กใส่เตาหลอมเหล็กเพื่อทำการหลอมได้อีก  และหากในกรณีที่เป็นเหล็กหล่อ ก็จะไม่สามารถตัดด้วยชุดหัวตัดแก๊สได้ เพราะเนื่องจากเหล็กหล่อมีคาร์บอนสูง เวลาตัดเหล็ก เหล็กหล่อจะละลาย ซึ่งไม่เหมือนกับเศษเหล็กเหนียวซึ่งตัดแล้วขาดเลย แต่สำหรับร้านรับซื้อของเก่าทั่วไปก็ไม่มีผลเท่าไหร่เพราะไม่ค่อยได้ซื้อเศษเหล็กพวกนี้เท่าไหร่ แต่สำหรับร้านรับซื้อของเก่าที่ประมูลเศษวัสดุออกจากโรงงาน หรือประมูลตามลานตู้คอนเทรนเนอร์ก็จะต้องเจอไปโดยปริยาย เมื่อก่อนก็เป็นปัญหาของร้านรับซื้อของเก่าผมอยู่เหมือนกัน ผมไม่สามารถส่งเศษเหล็กพวกนี้ได้ เพราะเนื่องจากชิ้นใหญ่เกินไป ตัดก็ตัดไม่ได้ ไม่รู้จะทำอย่างไร ต้องเก็บไว้นาน  และพรรคพวกที่รู้จักกันก็แนะนำ ให้เอามาขายกับร้านรับซื้อของเก่าที่รับซื้อเฉพาะเหล็กหล่ออย่างเดียว  ร้านรับซื้อเหล็กหล่อเขาก็จะทำการตัดจากชิ้นใหญ่ๆ ให้เป็นชิ้นเล็กๆ แต่การตัดของเขาจะไม่ใช้หัวตัดแก๊สซึ่งตัดเหล็กเหนียวทั่วไปใช้แต่ทางร้านเขาจะตัดด้วยไฟเบอร์ตัดเหล็ก โดยผ่าแล้วทุบออกมาให้เป็นชิ้นเล็กๆ และทำการส่งเตาหลอมเหล็กหล่ออีกที  แต่เวลาการรับซื้อเหล็กหล่อนั้น ทางร้านจะรับซื้อเหล็กหล่อชิ้นใหญ่พวกนี้ราคาถูกกว่าเศษเหล็กหล่อชิ้นเล็ก  เพราะเนื่องจากจะต้องมีการบริหารการจัดการเข้ามาเพิ่ม เช่นจ้างแรงงานในการผ่า ใช้รถแม็คโครในการทุบให้เศษเหล็กหล่อเป็นชิ้นเล็ก ซึ่งจะต้องใช้ระยะเวลาและค่าแรงพอสมควร หากเพื่อนๆท่านใด หรือร้านรับซื้อของเก่าร้านใด ยังมีปัญหาเรื่องการขายเหล็กหล่อชิ้นใหญ่อยู่ ก็สามารถหาแหล่งขาย เหล็กหล่อได้เลยครับในพื้นที่ใกล้เคัยงกับร้านรับซื้อของเก่าของท่าน  จะได้ไม่ต้องเสียเวลาบริหารจัดการเอง จะคุ้ม มากกว่า ขอให้ทุกๆท่านโชคดีครับ






ดูรายละเอียดทั้งหมด -> เมื่อวันที่ : 2018-12-09 19:23:46




"หลุมพราง" ในอาชีพร้านรับซื้อของเก่า

"หลุมพราง" ในอาชีพร้านรับซื้อของเก่า


"หลุมพราง" ในอาชีพร้านรับซื้อของเก่า

ประเภท : นานาสาระ

รายละเอียด

     หลุมพรางในอาชีพร้านรับซื้อของเก่า วันนี้ผมจะมาพูดเกี่ยวกับหลุมพลางหรือกับดักของอาชีพร้านรับซื้อของเก่า เรื่องนี้จะเป็นเรื่องใกล้ตัวมากๆ เป็นปัญหาพอสมควรเลยของผู้ประกอบการร้านรับซื้อของเก่ากันเลยทีเดียวแต่ไม่ได้เป็นกันทุกคนนะ เป็นเรื่องเกี่ยวกับสุขภาพร่างกายของคนที่ประกอบอาชีพร้านรับซื้อของเก่า
      สิ่งแวดล้อมในร้านรับซื้อของเก่านั้นทุกคนย่อมรู้ดีว่า สภาพเต็มไปด้วย วัสดุรีไซเคิลที่มีของดีและของเสียปะปนกันไป การที่เราประกอบอาชีพร้านรับซื้อของเก่านั้น ก็จะต้องเจอกับสิ่งแวดล้อมเหล่านี้เป็นเรื่องปกติ ก็จะเจอทั้งฝุ่นควัน ทำให้เกิดเป็นโรคภูมิแพ้  ระบบทางเดินหายใจบ้าง ตาแดงเนื่องจากฝุ่นควัน ซึ่งก็เป็นปกติของคนที่ทำอาชีพรับซื้อของเก่า  และจะต้องยกของ แบกของ ค่อนข้างบ่อยทำให้เกิดอาการปวดหลังขึ้นมาถ้ามีเครื่องทุนแรงบ้างก็จะช่วยได้เยอะ แต่หลายๆครั้งเครื่องทุ่นแรงก็ไม่สามารถทำงานได้ เนื่องจากขีดจำกัดเรื่องสถานที่หรืออื่นๆ  ในวันนี้ผมจะมาพูดเกี่ยวกับ อาการปวดหลัง สาเหตุมาจากการยกขึ้น ยกลงของสินค้า ในระยะเริ่มแรกของการปวดหลัง ก็จะมีอาการตึงเล็กน้อยไปหาหมอฉีดยาก็หาย วันรุ่งขึ้นสามารถมาทำงานได้ต่อเป็นปกติ แต่หากคนที่ทำงานอยู่ในสภาพแวดล้อมอย่างนี้ทุกๆวันอาการปวดหลังก็จะเริ่มเยอะขึ้น จนบางครั้งต้องหยุดพักงาน 3-4 วัน หนักๆเข้า เป็นโรคหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท ทำให้ต้องรักษาตัว เป็นระยะเวลานานและค่ารักษาที่แพงมาก   
       ผมเป็นคนหนึ่ง ที่เป็นโรคหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท เดินไม่ได้อยู่ 1 เดือน แล้วต้องเริ่มหัดเดินใหม่อีก 1 เดือน รวมแล้วเป็น 2 เดือน ตอนนั้นหมอบอกให้ผ่าตัด ผมวิตกกังวลมากกลัวจะกลับมาเดินไม่ได้ เพราะจากที่หาข้อมูลมาการผ่าตัดถ้าเจอหมอที่เก่งและดีก็จะหาย แต่ถ้าเจอหมอไม่เก่งก็อาจจะไม่เดินได้เหมือนเดิม  ผมตัดสินใจอยู่นาน  แต่แล้วผมก็ฝืนไมผ่าตัด หันไปทำกายภาพบำบัดอยู่นาน  จนหายขึ้นมา หลังจากที่ผมหาย    ผมได้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการทำงานใหม่หมด จากที่เป็นคนขยันทำงานช่วยลูกน้องทำงานกันทุกอย่าง ทีมงานเหนื่อยเราก็เหนื่อย  มาวันนี้ผมเลิกทำไปเกือบหมดให้ทีมงาน(ลูกน้อง)ทำแทนและหาเครื่องมือทุ่นแรงเข้ามาช่วยเยอะๆ เพราะไม่อยากให้ทีมงาน เป็นเหมือนสภาพกับผม ลำพังพวกเขาหาเงินมาจุนเจือครอบครัวก็เพียงพอแล้ว ยิ่งถ้ามาเป็นเหมือนผมก็จะยิ่งลำบาก
       เพื่อนๆที่ทำร้านรับซื้อของเก่าอยู่ก็ระมัดระวังเรื่องสุขภาพร่างกายกันด้วยนะครับ   เพราะจริงๆแล้ว หากเราทำงานได้เงินมาเยอะแต่สุขภาพไม่ดีเงินที่หามาได้  ก็จะเอาไปรักษาตัวหมด ซึ่งไม่มีผลดีไม่อะไรเลย หวังว่าเพื่อนๆท่านที่ทำอาชีพรับซื้อของเก่าจะโชคดีและมีสุขภาพที่ดีมีความสุขมากๆครับ ขอบคุณครับ






ดูรายละเอียดทั้งหมด -> เมื่อวันที่ : 2018-12-05 19:35:26




ราคาเศษเหล็กปลายปี 61 ลงอย่างนี้ แล้วร้านของเก่าอย่างเราจะอยู่กันอย่างไร?

ราคาเศษเหล็กปลายปี 61 ลงอย่างนี้ แล้วร้านของเก่าอย่างเราจะอยู่กันอย่างไร?


ราคาเศษเหล็กปลายปี 61 ลงอย่างนี้ แล้วร้านของเก่าอย่างเราจะอยู่กันอย่างไร?

ประเภท : นานาสาระ

รายละเอียด

    ราคาเศษเหล็กปลายปี 61 ลงอย่างนี้ แล้วร้านรับซื้อของเก่าอย่างเราจะอยู่กันอย่างไร ?
    ท่านผู้อ่าน เข้าใจถูกต้องแล้วครับ ปลายปี 2561 นี้ ราคาเศษเหล็กปรับลงอย่างต่อเนื่อง และราคาลงน่าตกใจเป็นอย่างยิ่ง ทำให้ผู้ประกอบการร้านรับซื้อของเก่าหลายๆท่าน ปรับเปลี่ยนสถานการณ์แทบไม่ทัน  รวมทั้งร้านรับซื้อของเก่าผมด้วย   ก่อนหน้านี้ผมก็รู้อยู่แล้วว่า เศรษฐกิจเริ่มไม่ดี แต่ไม่คิดว่า จะหนักถึงขนาดนี้  ในตอนนี้ราคาเศษเหล็กปรับลงอาทิตย์ละ 2-3 ครั้ง ครั้งละ 30 สตางค์ถึง 50 สตางค์ ซึ่งไม่เคยมีมาก่อน เมื่อก่อนราคาเศษเหล็กปรับลงอาทิตย์ละ 30 สตางค์ก็ถือว่าเยอะแล้ว 
    เมื่อวานได้คุยกับเพื่อนที่เป็นตัวแทนส่งเหล็กเจ้าใหญ่รายหนึ่งในชลบุรี  เขาบอกว่าช่วงนี้สถานการณ์ไม่ดีเลย ต้องระมัดระวังตัวอย่างยิ่ง ก่อนจะส่งเหล็กต้องเช็คราคาก่อน ต้องเผื่อราคาไว้ในระดับหนึ่งเพื่อกันการขาดทุน  ส่วนเรื่องการสต๊อกเศษเหล็กนั้น ไม่น่าที่จะสต๊อกเหล็ก เพราะแนวโน้มราคาลงอย่างต่อเนื่อง   รวมถึงเพื่อนๆของเขา ที่เป็นตัวแทนส่งเหล็กรายใหญ่ในเขตพื้นที่กทม ก็ไม่สต๊อกเหล็กไว้เหมือนกัน เพราะเขาบอกว่าลงคราวนี้ยังไม่รู้เลยว่าอีกเมื่อไหร่ราคาเศษเหล็กจะปรับขึ้นอีก
ส่วนตัวผมนั้นกลัวราคาเศษเหล็กปรับลงเหมือน 3-4 ปีที่แล้วที่ราคาเศษเหล็กปรับลงจาก 11 บาท จนเหลือ 7 บาท และต้องใช้ระยะเวลาอีกนานหลายปีจนถึงจะขึ้นมาถึงราคาที่ 11 บาท ผมก็ถามไปอีกว่า ทำไมราคาถึงปรับลงได้เยอะขนาดนี้ ? เขาบอกว่า ตอนนี้การลงทุนในภาคอุตสาหกรรมลดลง และเศรษฐกิจโลกไม่ดี  เนื่องจากเกิดสงครามการค้าระหว่างประเทศยักษ์ใหญ่่ 2 ประเทศ ถึงทำให้เศรษฐกิจซบเซา ซึ่งรวมถึงประเทศไทยด้วยที่อาศัยการส่งออกของเหล็ก และที่ว่าอุตสาหกรรมรถยนต์มีการยอดขายเติบโตขึ้น20% เติบโตก็จริงแต่ก็ใช้เหล็กไปแล้วซึ่งไม่เกี่ยวกับราคาเศษเหล็กตอนนี้ 
       ส่วนตัวผมนั้น ในช่วงนี้ร้านรับซื้อของเก่าต่างๆ ควรจะเช็คราคาก่อนซื้อของให้ดี แล้วเผื่อราคาไว้สักนิดเผื่อราคาปรับลง และป้องกันการขาดทุน ทำการตลาดช่วงระยะเวลาสั้นๆ ซื้อมาขายไป เป็นการลดความเสี่ยงที่ดีที่สุด สุดท้ายนี้ขอให้ร้านรับซื้อของเก่าทุกๆท่านโชคดี ในปลายปี 2561 นี้ครับ





ดูรายละเอียดทั้งหมด -> เมื่อวันที่ : 2018-12-03 11:43:03




สถานการณ์ ร้านรับซื้อของเก่า ปี 2562

สถานการณ์ ร้านรับซื้อของเก่า ปี 2562


สถานการณ์ ร้านรับซื้อของเก่า ปี 2562

ประเภท : นานาสาระ

รายละเอียด

    ในวันนี้ก็เป็นช่วงปลายปี 2561 จะบอกว่าช่วงปลายปีแบบนี้ ร้านรับซื้อของเก่าผม งานเยอะมาก เพราะแต่ละบริษัทแต่ละโรงงานที่ขายวัสดุรีไซเคิลหรือเก็บของเก่าให้อยู่นั้น เริ่มทยอยเคลียร์งานออก ทยอยขายของเก่า เพื่อจะปิดงานช่วงปลายปี และเริ่มงานใหม่ในปี 2562 และหลายๆษริษัทนั้นก็เคลียร์ของออก เพื่อเอาเงินในส่วนนี้มาจ่ายโบนัสให้กับพนักงานของเขาเหล่านั้น ซึ่งผมก็ดีใจด้วยนะครับ
     แต่จะบอกว่าผมนั้นทำงานรับซื้อของเก่าได้ยากมาก ราคาเศษเหล็กช่วงนี้(20/11/61-30/12/61) ปรับตัวลงอย่างต่อเนื่อง เวลาเสนอราคาเศษสแคร๊ปให้ลูกค้านั้นทำได้ยากมาก ต้องระบุวัน เวลาไปในใบเสนอราคา ว่ามีระยะเวลากี่วัน ไม่อยากมาเสียรู้สึกกับลูกค้ากันทีหลัง แต่ก็มีหลายๆตัวที่ปรับราคาขึ้น เช่น เศษกระดาษก็ปรับตัวขึ้นมานะครับ อยูในเกณฑ์ที่ดีเลย ส่วนโลหะมีค่า พวกทองแดง ทองเหลือง ก็อยูราคาทรงๆไม่ได้ขึ้นสูงเหมือนก่อนหน้านี้ 
    ในปี2561นี้ ร้านรับซื้อของเก่าหลายที่ ที่เก็บของเก่าจากโรงงานอุตสาหกรรมยิ่งบ่นเป็นเสียงเดียวเลย เช่น ของเก่าไม่ค่อยมี ของมีน้อย คนงานไม่มีงานทำ เพราะเนื่องจากโรงงานหลายๆที่เน้นการส่งออก ยิ่งสหรัฐกับจีนเกิดสงครามการค้าด้วยยิ่งสนุกเลย ส่วนผมนั้นไม่ต้องพูดเลยครับ เจอมาพักใหญ่ๆแล้ว โรงงานที่เคยเก็บสแคร๊ป เก็บของเก่า อาทิตย์ละ1ครั้งก็มาเป็นเดือนละ1ครั้งแทน และจากที่เก็บสแคร๊ปเดือนละ1ครั้ง ก็มาเป็น 2-3 เดือนครั้ง ยอดหายเยอะมาก แต่ก็ต้องหาอยากอื่นมาทำทดแทน 
     ในปี2562 ผมมองว่ายังไม่ใช่ปีทองของ ร้านรับซื้อของเก่า  ถึงแม้ว่าปี2562 จะมีการเลือกตั้งก๊จริง แต่ไม่ได้หมายความว่า เศรษฐกิจจะดี ส่วนที่ว่ากระตุ้นระเบียงเศรษฐกิจก็ยังเป็นแค่นโยบายยังไม่มีอะไรชัดเจนขึ้นมา สรุปว่าร้านรับซื้อของเก่าทรงๆไม่ได้หวือหวาอะไรมากมาย ร้านรับซื้อของเก่าต่างๆต้องประคองตัวไปก่อน เน้นการทำกำไรระยะสั้น ซื้อมาขายไปจะเป็นการลดอัตราการเสี่ยงที่ดีที่สุด สุดท้ายนี้ขอให้ร้านรับซื้อของเก่าหลายๆร้าน โชคดี ร่ำรวยๆตลอดปี2561และ2562 สุขภาพแข็งแรงถ้วนหน้าครับ
    




ดูรายละเอียดทั้งหมด -> เมื่อวันที่ : 2018-11-30 14:41:32




ขยะอิเล็กทรอนิกส์ นำเข้ามาเพื่ออะไร? เกี่ยวอะไรกับร้านรับซื้อของเก่า?

ขยะอิเล็กทรอนิกส์ นำเข้ามาเพื่ออะไร? เกี่ยวอะไรกับร้านรับซื้อของเก่า?


ขยะอิเล็กทรอนิกส์ นำเข้ามาเพื่ออะไร? เกี่ยวอะไรกับร้านรับซื้อของเก่า?

ประเภท : นานาสาระ

รายละเอียด

   เมื่อเดือนมิถุนายน 2561 มีข่าวการตรวจสอบและจับกุม โรงงานหลายๆโรงงานและร้านรับซื้อของเก่าบางแห่ง ที่นำเข้าขยะอิเล็กทรอนิกส์ โดยแจ้งกับกรมโรงงานว่านำพาสติกเข้ามารีไซเคิลแต่จริงๆแล้ว นำขยะอิเล็กทรอนิกส์เข้ามาคัดแยก และเคยสงสัยหรือไม่ว่าเขานำเข้ามาเพื่ออะไร และเกี่ยวอะไรกับร้านรับซื้อของเก่า 

   "ขยะอิเล็คทรอนิค" คือชิ้นส่วนของเครื่องใช้ไฟ คอมพิวเตอร์ โทรศัพท์มือถือ และอื่นๆซึ่งหากชำรุด เสียหรือตกรุ่นก็จะเอาไปทิ้ง เอาไปขายให้กับรถเร่รับซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าหรือร้านรับซื้อของเก่า ซึ่งร้านรับซื้อของเก่าก็จะเก็บรวบรวมไว้ และก็จะมีคนมารับซื้อเพื่อไปคัดแยกอีกที ส่วนใหญ่เครื่องใช้ไฟ้ฟ้าพวกนี้ก็จะมี พาสติก เหล็ก ทองแดง บรอดอิเล็กทรอนิกส์ เป็นต้น

ที่เป็นข่าวใหญ่โตคือการนำเข้าบรอดอิเล็กทรอนิกส์เข้ามา เพื่อแยกแร่แปรธาตุ ภายในบรอดอิเล็กทรอนิกส์ ก็จะมีโลหะหนักอยู่มากมาย เช่นตะกั่ว ทอง ทองแดง เงิน ปรอท แคดเมี่ยม ซึ่งบริษัทที่นำเข้ามา เขาต้องการแยกโลหะมีค่าออก เช่น ทอง เงิน ทองแดง เป็นต้น

การคัดแยกบรอดอิเล็คทรอนิคคือ นำเข้าไปลงบ่อคัดแยก เติมสารเคมีที่ใช้คัดแยกโลหะเข้าไป และใช้กระแสไฟตรงปล่อยลงไปให้เกิดการเหนี่ยวนำของกระแสไฟฟ้า เพื่อดึงโลหะมีค่าออกมา เมื่อทำได้สักพักสารเคมีก็จะเริ่มหมดคุณภาพไม่สามารถใช้งานได้อีก จึงต้องเปลี่ยนสารเคมีใหม่ สารเคมีที่หมดคุณภาพนั่นแหละเป็นแหล่งรวบรวมโลหะหนักที่อันตรายต่อสุขภาพ

หากกำจัดอย่างถูกวิธีก็ไม่เป็นอะไร  แต่หากทิ้งในแหล่งน้ำธรรมชาติจะมีภัยมหัน ทั้งสิ่งแวดล้อม และชาวบ้านในชุมชนข้างเคียง ทางกรมโรงงานอุตสาหกรรมเลยต้องเข้ามาควบคุมไม่ให้เกิดผลเสียภายในอนาคต และเคยสังเกตุหรือไม่ว่า นายทุนส่วนใหญ่จะเป็นนายทุนต่างชาติ เพราะตอนนี้หลายๆประเทศ ห้ามนำเข้าขยะอันตราย นายทุนต่างชาติเลยเลยต้องย้ายฐานการผลิตมาไทยและประเทศใกล้เคียงเพื่อทำการคัดแยกโลหะมีค่าดังกล่าว
  
ตอนนีร้านรับซื้อของเก่าอย่างเราๆก็ต้องโดนหางเลขไปด้วยครับ หน่วยงานราชการเข้ามาตรวจสอบโรงงานและร้านรับซื้อของเก่าบางร้าน ในแถบชลบุรี ฉะเชิงเทรา หรือจังหวัดต่างๆทางที่ดีคือร้านรับซื้อของเก่าหรือโรงงานทำให้ถุูกต้อง ขอใบอนุญาตให้เรียบร้อย ให้ความร่วมมือกับภาครัฐ  หากร้านรับซื้อของเก่าใดที่ไม่มีอนุญาตก็อย่าไปรับสินค้าประเภทนี้เลยครับ จะได้ไม่คุ้มเสียและยังทำให้ผู้ประกอบการเสียเวลาอีกด้วยครับ






ดูรายละเอียดทั้งหมด -> เมื่อวันที่ : 2018-07-17 11:10:37




ขยะ พลังงานมหาศาลกลางใจเมือง

ขยะ พลังงานมหาศาลกลางใจเมือง


ขยะ พลังงานมหาศาลกลางใจเมือง

ประเภท : นานาสาระ

รายละเอียด

    วันนี้ต้องยอมรับเลยว่า น้ำมันมีการดีดตัวราคาขึ้นเรื่อยๆ และพลังงานเริ่มลดน้อยลง ปัญหาขยะในแหล่งชุมชนมีเพิ่มมากขึ้นทุกวันๆ และก็ไม่มีท่าทีว่าจะกำจัดไปได้หมด ถึงแม้จะเพิ่มสถานที่ฝังกลบแล้วก็ตาม ส่วนตัวผมนั้นอยากจะแนะนำแหล่ง ขยะ ซึ่งเป็นแหล่งพลังงานมหาศาลกลางใจเมือง"ที่หลายๆคนมองข้าม และหากทำโรงงานกำจัดที่ถูกวิธี ประชาชนส่วนใหญ่ก็ไม่เห็นด้วยเลยแม้แต่น้อย 
     หากพูดเรื่องขยะ หลายๆท่านจะร้องยี้ สกปรก แหล่งเพาะเชื้อโรค แต่คุณรู้หรือไม่ว่าขยะเหล่านั้น หากมีการคัดแยกให้ถูกประเภท ถูกที่ และมีการบริหารจัดการให้เป็นระบบระเบียน ขยะก็จะสามารถเข้ามาสู่การรีไซเคิล และนำมาใช้ได้อีก ทดแทนการใช้ทรัพยากรอย่างสิ้นเปลือง ในที่นี้จะไม่พูดถึงขยะรีไซเคิล ตามร้านรับซื้อของเก่านะครับ
     จากข้อมูล กรมควบคุมมลพิษ ในปี พศ.2558 ขยะจะมี 26.85ล้านตัน ในพศ.2559ขยะจะมี27.06 ล้านตัน ซึ๋งมีปริมาณมหาศาล หากเราบริหารจัดการขยะหล่านี้ได้ ก็จะเป็นผลดีมาก
      ประเภทของเสียในถังขยะ และสามารถนำไปใช้ประโยชน์อะไรได้บ้าง
  • ของเสียจากพาสติก ถุงพาสติก/กล่องใส่อาหารพาสติก/เชือกไนล่อน/โฟม ของเสียเหล่านี้สามารถนำกลับมาใช้ได้อีก เช่น  ถุงพาสติกนำมาล้างเพื่อหลอมกลับไปใช้อีกหรืออาจจะผ่านกระบวนการผลิตหลอมกลั่นเพื่อเป็นน้ำมันออกมาอีกที โฟมก็สามารถหลอมและนำกลับมาใช้ได้อีก ส่วนพาสติกจากซองกาแฟนำมาอัดก้อนใช้เป็นพลังงานทดแทนในการให้ความร้อนอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์
  

  • ของเสียจากกระดาษ  เช่นกระดาษขาว ดำ กระดาษลัง กรดาษหนังสือพิมพ์ เศษกระดาษต่างๆพวกนี้แยกเพื่อเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิล หากเลอะมากอัดก้อนเป็นพลังงานทดแทนในการให้ความร้อน
  • ขวดแก้ว แยกเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิล
  • เศษอาหาร เปลือกผลไม้ เศษไม้ กิ่งไม้ แปรรูปใช้ทำเป็นก๊าซชีวมวล บางส่วนใช้ทำเป็นปุ๋ย เศษอาหารที่เหลือจากการทำก๊าซอัดก้อนใช้ทำป็นพลังงานทดแทนความร้อน
  • ยางรถยนต์แยกเพื่อ เข้าสู่กระบวนการรีไซเคิล เพื่อแยกเอาน้ำมัน ผงคาร์บอน เศษเหล็กออกมา
    



หากเราทุกคนช่วยกันคัดแยกขยะจากครัวเรือน สนับสนุนให้มีโรงกำจัดอย่างถูกวิธี ภาครัฐภาคเอกชนร่วมมือกันลงทุนและค้นคว้าวิจัยเครื่องมือในกระบวนการรีไซเคิลให้รวดเร็ว ประเทศไทยก็อาจจะเป็นประเทศที่ได้ใช้พลังงานต้นทุนต่ำ และขยะในบ้านเราก็จะลดน้อยลงไม่เป็นปัญหาของสังคมอีกต่อไป




ดูรายละเอียดทั้งหมด -> เมื่อวันที่ : 2018-05-28 11:54:08




เริ่มต้นทำร้านของเก่า ทำอย่างไร

เริ่มต้นทำร้านของเก่า ทำอย่างไร


เริ่มต้นทำร้านของเก่า ทำอย่างไร

ประเภท : นานาสาระ

รายละเอียด

       เริ่มต้นทำร้านของเก่า ทำอย่างไร?  ต้องติดต่อที่ไหน? กำหนดราคาของเก่าอย่างไร? จะขายเหล็กให้ใคร? ต้องลงเครื่องอัดเศษกระดาษไหม? เห็นว่าอัดก้อนแล้วได้กำไรดี ต้องมีรถคีบเหล็กหรือป่าว คันเท่าไหร่ เป็นคำถามที่ผมเจอบ่อยมาก มีคนถามผมมากมาย ตอบคำถามไปเยอะมากสำหรับผู้ที่อยากจะเปิดร้านรับซื้อของเก่า วันนี้ผมพอมีเวลาก็จะเล่าและอธิบายให้ฟังเกี่ยวกับการทำร้านรับซื้อของเก่า ก่อนอื่นผมออกตัวก่อนเลยครับว่าผมเขียนให้อ่านเป็นวิทยาทาน ไม่มีส่วนได้เสียใดทั้งสิ้น จะเชื่อก็ได้หรือไม่เชื่อก็ได้ แล้วแต่วิจารณ์ญาณครับ
       ทุกวันนี้อย่างที่เห็นกันคือหากินยาก มีเงินอยู่หนึ่งก้อนจะทำอะไรดี?และหลายๆคนก็ตอบกันว่าทำร้านรับซื้อของเก่าซิ เห็นแต่ละคนทำแล้วดี ไม่กี่ปี มีรถมีบ้านมากมาย แต่ทุกวันนี้ผมตอบว่าธุรกิจนี้ ทำยาก มีอัตราการแข่งขันสูงมากกกกกก ราคาของรีไซเคิลสวิงตัวพอๆกับทองคำ ที่เขามีรถมีบ้าน ไอ้ที่มีจริงๆก็เยอะ ไอ้ที่กู้ธนาคารมาใช้ก็แยะ ดังนั้นจึงมีคำพูดให้คิดคือ "การลงทุนมีความเสี่ยงผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลก่อนตัดสินใจลงทุน" คำพูดนี้คุ้นๆไหมครับ ผมจำคำเขามาพูด5555
  1.       สมมุตว่าท่านสนใจทำร้านรับซื้อของเก่า ต้องเริ่มจากอะไร คือ  เริ่มต้นจากเงินทุน แล้วประมาณเท่าไหร่ถึงจะพอ คำตอบผมคือทุน3แสนบาทสำหรับการซื้อของอย่างเดียวในการรับซื้อของเก่าขนาดเล็ก ไม่รวมรถ สถานที่ ที่พักคนงานและอื่น ๆ อันนี้คือรับซื้อแค่ในเขตชุมชน เช่นขวก กระดาษ พาสติก
  2.        ข้อมูลในการซื้อขายของเก่า  ควรหาแหล่งขายวัตถุรีไซเคิลใกล้บ้าน เพื่อเป็นการลดต้นทุนในการขนส่ง และจะหาอย่างไร? อันนี้ถามผมบ่อยมาก  เทคนิคของผมคือ เดินเข้าไปหาร้านรับซื้อของเก่านั่นแหละที่ใหญ่ๆ สังเกตุดูว่ามีคนไปส่งเยอะๆ แล้วไปบอกเขาตรงๆว่าเราจะเปิดร้านของเก่า อยากจะมาส่งให้ ขอราคาที่รับซื้อหน่อยได้ไหม ส่วนใหญ่เขาก็ตอบให้ เพราะเขาก็อยากได้ลูกค้า ส่วนบางตัวที่เขาไม่รับซื้อ เช่น ซื้อเหล็กอยู่แต่ไม่ซื้อกระดาษ ก็ถามเขาไปตรงๆว่า พอจะทราบที่ส่งกระดาษไหม ขอความรู้หน่อยครับ ส่วนใหญ่เขาก็ตอบให้ถ้าเขาไม่รู้ก็หาไปเรื่อยๆจนกว่าจะได้ แต่ถ้าคิดว่าแค่นี้ยากมากแนะนำว่าอย่าไปทำ เพราะการทำธุรกิจนี้ต้องอึดมาก อดทนสุงและเหนื่อยมากๆ
  3.    ทำใบประกอบการ ข้อมูลว่าต้องใช้อะไรนั้นไปอ่านบทความ อยากทำร้านรับซื้อของเก่าทำอย่างไร และก็มีคนถามอีกว่าและไม่ทำได้ไหม ทำเล็กเอง ตอบว่าได้ แต่หากคุณโดนหน่วยงานท้องถิ่นมาตรวจสอบ จะโดนปิด และหากมีปัญหาเรื่องรับซื้อของโจรมาคุณจะโดนหนักมาก
  4.    ทำร้านรับซื้อของเก่า ทำรั้ว ทำที่พัก ให้เรียบร้อย และทำการเปิดรับซื้อของเก่าได้
      ข้อแนะนำในการทำร้านรับซื้อของเก่า
 คืออย่ารีบลงทุนอะไรไปมากในสิ่งที่ไม่ควรเสีย เช่นทำโรงเรือนใหญ่เพื่อรองรับของแยอะๆแต่ไม่ทราบว่าจะเอาของมาจาไหน ค่อยๆลงทุนเก็บเงินไว้ซื้อของ และอย่าสต๊อกของเยอะเพื่อรอราคาสูงๆ พอได้จำนวนหน่อย ก็ควรขายออกเพื่อมีทุนหมุนเวียน อย่าลงเครื่องจักรที่ตนเองไม่มีความรู้ ค่อยๆคิด ค่อยๆทำไปให้ชำนาญแล้วช่องทางจะมาเอง หวังว่าบทความนี้น่าจะพอมีความรู้บ้าง ขอให้ทุกๆท่านโชคดี ร่ำรวยสมดั่งตั้งใจ สาธุ



ดูรายละเอียดทั้งหมด -> เมื่อวันที่ : 2018-01-13 18:54:59




แกะของเก่า หางานให้ลูกน้องทำ

แกะของเก่า หางานให้ลูกน้องทำ


แกะของเก่า หางานให้ลูกน้องทำ

ประเภท : นานาสาระ

รายละเอียด

    จริงๆแล้วเราต้องยอมรับเลยว่า งานรับซื้อของเก่า เป็นงานที่หนัก บางวันงานก็เยอะ บางวันก็น้อย จะไม่มีลูกน้องก็ไม่ได้ แล้วช่วงที่ร้านรับซื้อของเก่าอย่างเราๆไม่มีงานจะให้ลูกน้องทำอะไร ?
    แกะของเก่า เป็นอีกทางเลือกนึง ที่ช่วยให้ร้านรับซื้อของเก่าอย่างเราอยู่ได้ พอมีเงินจ่ายค่าแรงลูกน้อง ปกติแล้วเวลาเรารับซื้อของเก่า จะมีพวกมอเตอร์ พัดลม ตู้เย็น เครื่องซักผ้าหรือแม้กระทั่งสายไฟ



     
 

      
    
   
 
  
 

ซึ่งของพวกนี้ จะมีทองแดง อลูมิเนียม อยู่ข้างใน เวลาเรารับซื้อของเก่าก็อาจจะเหมาเป็นตัวหรือจะชั่งเป็นน้ำหนักเลยก็ได้แล้วแต่ถนัดเลยครับ ไม่ว่ากัน ปกติส่วนตัวผมจะเก็บรวบรวมไว้ พอมีคนมาขอซื้อก็ไม่ค่อยขาย เพราะเรามีลูกน้องเยอะ เอาไว้แกะ ส่วนจะได้มากหรือได้น้อยนั้นต้องอยู่กับฝีมือการแกะเลยครับ ถ้าช่วงทองแดงราคาดีเป้นเวลาที่เหมาะเลยครับ เพราะขายได้ราคา แต่หากงานเยอะเราก็ทำงานของเราก่อนว่างค่อยมาทำ เอางานหลักๆของเราก่อน
    การใช้เวลาว่างมาแกะของ อาจจะเป็นแนวทางอย่างนึง ในการทำร้านรับซื้อของเก่าครับ หากเพื่อนๆพี่ๆน้องๆมีอะไร ทีดีก็แนะนำกันได้นะครับ





ดูรายละเอียดทั้งหมด -> เมื่อวันที่ : 2017-09-24 09:52:24




รับซื้อของเก่าโดยการเก็บอะไหล่รถ ก็รวยได้

 รับซื้อของเก่าโดยการเก็บอะไหล่รถ ก็รวยได้


รับซื้อของเก่าโดยการเก็บอะไหล่รถ ก็รวยได้

ประเภท : นานาสาระ

รายละเอียด

   รับซื้อของเก่า โดยการเก็บอะไหล่รถ ก็รวยได้
วันนี้เรามาพูดเกี่ยวกับการรับซื้อของเก่า ไม่ต้องเปิดหน้าร้านรับซื้อของเก่า มีงบจำกัด แต่รวยได้ เพื่อนๆหลายคนคงสงสัยกันแล้วว่าจะทำอย่างไร 
การเปิดร้านรับซื้อของเก่าต้องมีหน้าร้าน ต้องมีเงินทุนเยอะต้องมีลูกน้อง ไม่ใช่หรือ แต่ในที่นี้ผมจะหมายถึงการรับซื้อของเก่าที่แยกเป็นประเภทย่อยๆที่สามารถทำงานและทำเงินได้จริงเพียงแต่ว่าจะต้องมีความรู้ และความชำนาญในเรื่องเครื่องยนต์ และอะไหล่ต่างๆ รู้แหล่งส่งอะไหล่รถ
 ปกติแล้วร้านรับซื้อของเก่าของผมนั้น อยู่ในจังหวัดชลบุรี มีกลุ่มลูกค้ามากมาย เช่นโรงงานอุตสาหกรรม ไซค์งานก่อสร้าง โรงโม่หิน หรือแม้แต่บริษัทขนส่ง ขนถ่ายสินค้า ตู้คอนเทรนเนอร์ต่างๆ ซึ่งที่จะมีอะไหล่รถเยอะๆจริงนั้นมาจากโรงโม่หิน และบริษัทขนส่ง มีหลากหลายชนิดเริ่มตั้งแต่ ยางรถยนต์ คอมแอร์ เกียร์ เฟืองท้าย ชุดโบกี้รถยนต์ เทอร์โบ ซึ่งโดยปกติแล้วก็เสียตามสภาพ บางตัวเสียน้อย บางตัวเสียมากปนๆกันไป








เวลาซื้อเข้ามาก็เป็นราคาเศษเหล็กครับ พอถึงร้านรับซื้อของเก่าของเราก็แยกประเภทอะไหล่ออกซักหน่อย
แล้วทางคนเก็บอะไหล่รถก็เข้ามาทำการเลือกซื้อ แล้วแต่ว่าจะถนัดอะไร บางคนก็เก็บตลับลูกปืน แผ่นคลัช ไดสตาร์ท ไดชาร์ต ชุดเฟือง เวลาขายก็เป็นก็ขายเป็นกิโลกรัมเหมือนกันครับราคาประมาณ 20 บาท/กก. แล้วทางคนเก็บอะไหล่รถก็เอาไปซ่อม ไปรวมชุดกับของที่ได้มา ประกอบเป็นชุดใหม่ ขายเป็นของเชียงกงอีกทีครับ บางทีก็ใช้ได้ บางทีก็ไม่ได้ปนนๆกันไป






 สรุปคือหากเพื่อนๆมีความรู้ เชี่ยวชาญทางด้านรถยนต์ ก็ลองเข้าร้านรับซื้อของเก่า ตระเวณหารับซื้ออะไหล่ ส่งขายก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่สร้างรายได้ เพราะต้นทุนการรับซื้อไม่สูงมาก ซื้อเป็นกิโลกรัมแต่ขายเป็นชิ้น  ก็น่าสนใจอยู่ครับ ซึ่งจะใช้งบต้นทุนน้อยกว่าการเปิดร้านรับซื้อของเก่า แบ่งๆตลาดกันไปทำครับ

   




ดูรายละเอียดทั้งหมด -> เมื่อวันที่ : 2017-07-30 15:05:31




แนวโน้มราคา เศษเหล็ก 2559 "ราคาเศษเหล็กพอๆกับราคาเศษกระดาษลัง"

แนวโน้มราคา เศษเหล็ก 2559  "ราคาเศษเหล็กพอๆกับราคาเศษกระดาษลัง"


แนวโน้มราคา เศษเหล็ก 2559 "ราคาเศษเหล็กพอๆกับราคาเศษกระดาษลัง"

ประเภท : นานาสาระ

รายละเอียด

  แนวโน้มราคา เศษเหล็ก 2559 จากปลายปี2557จนถึงปี2558ทั้งปี ตลาดวัตถุดิบรีไซเคิลประเภทเศษเหล็กปรับตัวลงเรื่อยๆ จากราคาหน้าเตาหลอม 10 บาทต้นๆปรับลงเรื่อยมาจนถึง 5บาทกว่า ยังไม่มีปัจจัยบวกทำให้ราคาปรับขึ้น เรามาดูกันว่าทำไมเหล็กถึงปรับลงขนาดนี้จนมีคำพูดว่า" ราคาเศษเหล็กพอๆกันกับราคาเศษกระดาษลัง" และจะปรับตัวกันอย่างไรให้ร้านรับซื้อของเก่าอย่างเราๆอยู่รอด

   "ราคาเศษเหล็กพอๆกับราคาเศษกระดาษลัง"เป็นคำพูดที่ได้ยินบ่อยๆในวงการร้านรับซื้อของเก่า ผู้ที่ทำเศษเหล็กหลายๆท่านฟังแล้วปวดใจผมเองก็คิดเช่นนั้น ปัญหาที่เป็นแบบนี้เกิดมาจากก่อนหน้านี้จีนมีความต้องใช้เหล็กภายในประเทศจีนสูงจากการเติบโตของเศรษฐกิจจีนในช่วงปี2005-2011 หลังจากนั้นจีนได้มีการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ จาก11%ลดลงมาเหลือ7% ส่งผลทำให้จีนผลิตเหล็กออกมามากเกินความต้องการ จึงหันไปสู่การส่งเหล็กไปยังไปตลาดต่างประเทศมากขึ้น และเมื่อปี2014-2015เหล็กจีนทะลักเข้าไทย มากถึง 60% ราคาเหล็กในประเทศตกต่ำในรอบ 10 ปี สวนทางกับความต้องการของตลาดอาเซียนที่เพิ่ม 4.3%แต่ไทยกับไม่ได้รับผลประโยชน์กับความต้องการที่เพิ่มขึ้น แม้ว่าจะมีมาตราการ Anti-Dumping duty  และอีกหลายมาตราการ แต่เหล็กจีนก็ยังทะลักเข้าสู่ตลาดอย่างต่อเนื่อง ส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมเหล็กของไทยอย่างมาก จนถึงผู้ส่งวัตถุดิบเหล็กอย่างร้านรับซื้อของเก่าอย่างเราๆ มีผลกระทบไปด้วย

   ในปี2559  การเข้ามาของเหล็กจีนน่าจะเข้ามาอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าจะมีหลายๆมาตราการแล้วก็ตาม ส่งผลทำให้ราคาเศษเหล็กน่าจะปรับลงอีกเรื่อยๆ โอกาสปรับตัวสูงขึ้น น่าจะยังไม่เกิดขึ้นในเวลาอันใกล้ๆ ผู้ประกอบการร้านรับซื้อของเก่า ไม่ควรทำสต๊อกเหล็กไว้จำนวนมาก เน้นการตลาดเป็นเวลาช่วงสั้นๆ น่าจะเป็นทางออกที่ดี หวังว่าหลายๆท่านโชคดีนะครับ

 แหล่งที่มา www.thansettakij.com
                   www.scbeic.com
                  



ดูรายละเอียดทั้งหมด -> เมื่อวันที่ : 2016-01-18 10:46:35




การพับเหล็กข้ออ้อยเพื่อง่ายในการขนส่ง สำหรับร้านรับซื้อของเก่า

การพับเหล็กข้ออ้อยเพื่อง่ายในการขนส่ง สำหรับร้านรับซื้อของเก่า


การพับเหล็กข้ออ้อยเพื่อง่ายในการขนส่ง สำหรับร้านรับซื้อของเก่า

ประเภท : นานาสาระ

รายละเอียด

  การพับเหล็กข้ออ้อยเพื่อง่ายในการขนส่ง สำหรับร้านรับซื้อของเก่า เหล็กข้ออ้อยความยาวมาตราฐานคือ 10 เมตรกับ 12 เมตร หากการขนย้ายเหล็กข้ออ้อยความยาวเต็มเส้นก็ต้องใช้รถเทรนเลอร์ในการขนย้าย วันนี้เรามาดูการลดต้นทุนในการขนส่งกัน
  หากท่านผู้ประกอบการร้านรับซื้อของเก่า ประมูลหรือได้งานที่เป็นเหล็กเส้น ยาวเต็มเส้น น้ำหนักประมาณ4-5ตัน กำลังคิดอยู่ว่าจะขนย้ายยังไง จะตัดครึ่งก็เสียราคาขายได้ยาก จะจ้างรถเทรนเลอร์ก็ไม่คุ้ม เราต้องลองพับเหล็กข้ออ้อย หากจะใช้คนพับทีละเส้นก็คงไม่ดีแน่ ลองใช้วิธีของผมกัน ลองแล้วได้ผลดี ง่ายในการทำงาน
วิธีพับเหล็กข้ออ้อยคือ
  • ทำการหาสายพานหรือโซ่รัดเกือบกึ่งกลางของเหล็กเส้น เพื่อเป็นตัวยึดสำหรับการพับโค้ง(ที่รัดเกือบกึ่งกลางเพื่อเหลือเนื้อที่ช่วงโค้ง หากรัดตรงกลางเลยเวลาพับมาจะไม่ค่อยเท่ากัน)
                                                                                                            
  • รัดเหล็กตรงปลายอีกด้านเพื่อกันการดิ้นหนีของเหล็ก                                          
  • ใช้เฮี๊ยบคล้องกับโซ่แล้วใช้ปลายโซ่ผูกกับปลายเหล็ก(ผูกทีละ4-5เส้นก็พอครับ)แล้วใช้เฮี๊ยบสวิงกับมาอีกด้านเพื่อเป็นการพับ
​                         

                                                                       
             
  • เมื่อพับแล้วใช้คนกดอีกนิดครับเพื่อง่ายต่อการพับ
​                                  
                        

  • ใช้สายพานยาวๆคล้องแล้วรูดขึ้น ทำการใช้เหล็กเส้นมัด เป็นอันเสร็จครับ
     ผู้ประกอบการร้านรับซื้อของเก่าหากเจอสถานการณืแบบนี้ลองทำดูนะครับ น่าจะเป็นทางเลือกที่ดีอีกวิธีนึง ที่ผมพับนี้เป็นเหล็กข้ออ้อย16 มม.ครับ  ใช้การพับแบบอื่นค่อนข้างยากครับ วิธีนี้แลจะดีที่สุดครับ ใครมีเทคนิคดีๆก็บอกมาเป็นวิทยาทานได้ ยินดีรับฟังครับ



ดูรายละเอียดทั้งหมด -> เมื่อวันที่ : 2015-08-27 17:04:11




แนวโน้มราคา เศษเหล็กครึ่งปีหลัง 2558

แนวโน้มราคา เศษเหล็กครึ่งปีหลัง 2558


แนวโน้มราคา เศษเหล็กครึ่งปีหลัง 2558

ประเภท : นานาสาระ

รายละเอียด

   แนวโน้มราคา เศษเหล็กครึ่งปีหลัง 2558 จากที่เคยคาดการณ์ราคาเศษเหล็กว่าปี 2558 เศษเหล็กจะปรับตัว ขึ้นลงไม่มากนัก มาวันนี้จากราคาเศษเหล็กหน้าเตาหลอมปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่องจนน่าใจหายและไม่มีวี่แววว่าจะปรับขึ้น เรามาดูแนวโน้มกันว่าเศษเหล็กครึ่งปีหลังจะเป็นย่างไร
   ปัจจัยที่มีผลต่อราคาเศษเหล็ก
  • ภาวะวิกฤตการณ์ทางการเงินของกรีซ ซึ่งส่งผลภาพในรวมเศรษฐกิจของสหภาพยุโรปไม่ดีขึ้น ซ้ำมีแนวโน้มว่าจะหนักกว่าเดิม
  • เศรษฐกิจของโลกและหลายๆประเทศชั้นนำ เติบโตไม่เป็นไปตามเป้าหมาย
  • ตลาดหุ้นของจีนตกถึง30%จนจีนต้องออกกฏหมายมาว่า ผู้ที่ถือหุ้นของษริษัทมากกว่า5% ห้ามขายหุ้นภายใน6เดือน เนื่องจากกลัวปัญหาด้านเศรษฐกิจ ทำให้มีผลตลาดหุ้นของจีนและฮ่องกงปรับขึ้น แต่ระยะยาวไม่น่าไว้วางใจ
  • เหล็กจีนซึ่งราคาถูกทะลักเข้าอาเซี่ยน ทำให้ราคาเศษเหล็กในประเทศปรับตัวลง
  • มีการย้ายฐานการผลิตของบริษัทยักษ์ใหญ่ในอุตสาหกรรมไฟฟ้าไปต่างประเทศ
  • การลงทุนภาครัฐยังไม่ชัดเจน
   ปัจัยต่างๆเหล่านี้มีผลด้วยกันทั้งสิ้น สรุปคือแนวโน้มราคาเศษเหล็กน่าจะปรับตัวลงอีก พอสมควร เจ้าของกิจการขนาดใหญ่ที่ทำเกี่ยวกับ Scrap หรือเจ้าของร้านรับซื้อของเก่าควรปรับตัวให้ทันกับตลาด ซื้อมาขายไป น่าจะเป็นทางเลือกที่ดีในสถานการณ์แบบนี้ หวังว่าหลายๆท่านโชคดีและผ่านช่วงนี้ไปได้นะครับ
 



ดูรายละเอียดทั้งหมด -> เมื่อวันที่ : 2015-07-12 17:43:02




กระแส ร้านรับซื้อของเก่า

กระแส ร้านรับซื้อของเก่า


กระแส ร้านรับซื้อของเก่า

ประเภท : นานาสาระ

รายละเอียด

        กระแส ร้านรับซื้อของเก่า จากอาชีพร้านรับซื้อของเก่าที่เคยนิยมทำกันมากๆเมื่อปี 2553-2557 มีหลายๆคนจับตามอง และอยากทำกัน จนมีคำเอ่ยที่ว่า "ทำอาชีพร้านรับซื้อของเก่า ไม่มีวันขาดทุน ของขายได้ทุกตัว "มาวันนี้ ปี2558 เรามาดูกันว่า สถานการณ์เป็นอย่างไร
        จากปี 2558นี้ กระแสภาวะเศรษฐกิจโลก และภายใประเทศ ส่งผลทำให้ภาคอุตสาหกรรมไม่ดี ปัญหาค่าแรงสูง เริ่มมีการย้ายฐานการผลิตบางอุตสาหกรรม การส่งออกของสินค้ารีไซเคิลตกต่ำ ขาดแคลนแรงงาน ปัญหาต่างๆทำให้ผู้ประกอบการร้านรับซื้อของเก่าหลายๆแห่งเริ่มมีปัญหา ต้องมีการปรับตัวเพื่อธุรกิจ  มาวันนี้คำพูดที่ว่า  "ทำอาชีพร้านรับซื้อของเก่า ไม่มีวันขาดทุน ของขายได้ทุกตัว " ผมว่าไม่จริง     มาวันนี้คำพูดที่จริงๆคือ" การลงทุนมีความเสี่ยง  ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูล ก่อนตัดสินใจลงทุน" จะลงทุนทำอะไรควรคิดให้ดีๆ คิดให้รอบครอบ
       ปี2558 นี้ กระแส ร้านรับซื้อของเก่า ค่อนข้างตกต่ำ ต้องประคองตัว ลดต้นทุนให้ได้มากที่สุด เพื่อธุรกิจ หวังว่าผู้ประกอบการร้านรับซื้อของเก่าหลายๆท่านโชคดีนะครับ
       




ดูรายละเอียดทั้งหมด -> เมื่อวันที่ : 2015-06-09 14:22:21




การใช้รถกะบะบรรทุกหนัก ใน ร้านรับซื้อของเก่า

การใช้รถกะบะบรรทุกหนัก ใน ร้านรับซื้อของเก่า


การใช้รถกะบะบรรทุกหนัก ใน ร้านรับซื้อของเก่า

ประเภท : นานาสาระ

รายละเอียด

 การใช้รถกะบะบรรทุกหนัก ใน ร้านรับซื้อของเก่า รถกะบะเป็นพาหนะการขนส่งอย่างหนึ่งในร้านรับซื้อของเก่าที่สะดวก รวดเร็ว ประหยัด การบรรทุกนั้นมีหลายรูปแบบ เช่น ขนส่งพาสติก ขนส่งกระดาษ ขนส่งขี้กลึง ขนส่งเศษเหล็กจำนวนเยอะๆ ซึ่งการขนส่งแต่ละชนิดมีการทำช่วงล่างของรถยนต์ไม่เหมือนกัน ต้องมีการทำช่วงล่างเป็นอย่างดี
  วันนี้จะคุยเกี่ยวกับรถกะบะบรรทุกเศษเหล็กกันครับ เป็นรถของคู่ค้าที่ทำการซื้อขายเศษเหล็กกันอยู่ เจ้าของชื่อพี่นเรศครับ พี่นเรศบอกกับเราว่าปกติแล้วรถของเขาจะบรรทุกของได้ไม่มาก จำนวนไม่เยอะซึ่งเสียเวลาการขนส่ง หากวิ่ง2รอบก็ไม่คุ้มค่าน้ำมัน พี่เขาเลยทำการเปล๊๋ยนช่วงล่าง ถอดเพลาเดิมออก ใส่เพลาลอยของรถบรรทุก4 ล้อเล็กของนอก เสริมแหนบบรรทุกเข้าไป ทำระบบเบรคให้พร้อมเพราะบรรทุกหนัก อย่างเพลาลอยพี่เขาบอกว่าซื้อมา2หมื่นบาท แหนบบวกค่าแรงก็รวมกัน2 หมื่น รวมแล้วแล้วก็ประมาณ4หมื่นบาทครับ ซึ่งคุ้มกับการใช้งาน และที่สำคัญยางที่ใส่ก็มีผลครับ พี่เขาใช้ยางบรรทุกของมิชลิน ประมาณ5หมื่นกิโลเมตรก็จะเปลื่ยนเลย หรือหากยางบวม เวลาวิ่งสะท้านก็เปลี่ยนเช่นกันครับ เพื่อป้องกันอุบัติเหตุ หลักๆก็ตามที่บอกเลยครับ
                                                     http://recyclechon.com/pic_keep/43.jpg

                                                     http://recyclechon.com/pic_keep/44.jpg

                                                     http://recyclechon.com/pic_keep/45.jpg
                                                  
 
  หากร้านรับซื้อของเก่าท่านใดมีการบรรทุกของหนักลองทำดูก็ได้นะครับ แต่ระวังเรื่องน้ำหนักด้วยนะครับ ตอนนี้ชั่งลอยก็จับน้ำหนักรถกะบะแล้วเหมือนกันครับผม ขอบคุณครับ



ดูรายละเอียดทั้งหมด -> เมื่อวันที่ : 2015-04-04 10:20:45