|
www.recyclechon.com=>
นานาสาระ ->
**พาเลทไม้ตัวสุดท้าย: เมื่อความสำเร็จมีราคาที่ต้องจ่ายด้วย...ชีวิต**
| |||||||
อื่นๆที่คล้ายกัน |
**พาเลทไม้ตัวสุดท้าย: เมื่อความสำเร็จมีราคาที่ต้องจ่ายด้วย...ชีวิต**
จำนวนผู้เข้าชม : 13 คน
รายละเอียด
**พาเลทไม้ตัวสุดท้าย: เมื่อความสำเร็จมีราคาที่ต้องจ่ายด้วย...ชีวิต** ประเภท : นานาสาระ **พาเลทไม้ตัวสุดท้าย: เมื่อความสำเร็จมีราคาที่ต้องจ่ายด้วย...ชีวิต****โดย: กบ**กลิ่นของเนื้อไม้แห้ง ฝุ่นละอองที่ลอยคละคลุ้งต้องแสงแดดยามบ่าย และเสียงเครื่องยนต์ของรถบรรทุกที่คำรามกึกก้อง สิ่งเหล่านี้คือบรรยากาศที่ผมคุ้นเคยมาเกือบทั้งชีวิต ในฐานะผู้ประกอบการค้าของเก่าและพาเลทไม้มือสอง โลกของผมหมุนวนอยู่กับการตีราคา ประเมินสภาพไม้ และการเจรจาต่อรอง ท่ามกลางกองไม้ระเกะระกะที่ดูไร้ค่าสำหรับคนอื่น แต่สำหรับพวกเรา มันคือ "ทองคำ" ที่แปรรูปมาจากทรัพยากรธรรมชาติในวงการนี้ เรามักจะรู้จักกันหมด ใครทำอะไร ที่ไหน อย่างไร แต่มีคนคนหนึ่งที่ผมมักจะนึกถึงเสมอด้วยความรู้สึกที่ผสมปนเปกันระหว่างความชื่นชม ความห่วงใย และความเสียใจอย่างสุดซึ้ง เขาเป็นคู่ค้าคนสำคัญ เป็นชายสูงวัยที่ผมเรียกติดปากว่า "ลุง"ลุงเป็นชายวัย 60 กว่า รูปร่างสันทัด แววตาของแกมุ่งมั่นเสมอ ไม่เหมือนคนวัยเกษียณที่ควรจะนั่งจิบกาแฟเลี้ยงหลานอยู่กับบ้าน ย้อนกลับไปเมื่อสิบกว่าปีก่อน ลุงไม่ได้อยู่ในวงการค้าไม้ แกเริ่มต้นมาจากอาชีพขายอาหารตามสั่ง พลิกตะหลิวหน้าเตาไฟร้อนๆ เลี้ยงปากเลี้ยงท้องครอบครัว แต่ด้วยหัวใจของนักสู้ที่ไม่ยอมจำนนต่อโชคชะตา เมื่อแกเห็นช่องทางในธุรกิจพาเลทไม้ แกจึงตัดสินใจกระโดดเข้ามาเต็มตัวจากพ่อค้าขายข้าวแกง สู่นักธุรกิจค้าไม้... มันไม่ใช่เรื่องง่าย โดยเฉพาะในวัยที่สังขารเริ่มร่วงโรย แต่ลุงทำได้ และทำได้ดีเสียด้วยทุกครั้งที่ผมส่งทีมงานเข้าไปรับซื้อพาเลทที่โรงงานของลุง ภาพที่เห็นจนชินตาคือชายสูงวัยที่ไม่อยู่นิ่ง แกจะเดินตรวจงาน สั่งลูกน้อง หรือบางครั้งก็ลงมือแบกไม้ด้วยตัวเอง กิจวัตรของลุงโหดหินจนผมที่อายุน้อยกว่ายังต้องลอบถอนหายใจตี 4 ของทุกวัน ในขณะที่คนส่วนใหญ่กำลังนอนหลับฝันหวาน ลุงตื่นขึ้นมาเตรียมงาน เตรียมรถ เตรียมคนช่วงสาย แดดเริ่มแรง ลุงจะนำทีมเข้าโรงงานอุตสาหกรรม เก็บพาเลท คัดแยก ขนย้าย ท่ามกลางความร้อนระอุและฝุ่นผงกว่าจะได้กลับเข้าบ้าน ท้องฟ้าก็มืดสนิท นาฬิกาบอกเวลาสองทุ่ม...เป็นแบบนี้วนเวียนไปทุกวัน ไม่มีวันหยุด ไม่มีคำว่าพักความขยันของลุงเริ่มผลิดอกออกผล แกประมูลงานโรงงานใหญ่ๆ ได้ กิจการขยายตัวอย่างรวดเร็ว ลุงตัดสินใจลงทุนครั้งใหญ่ สร้างโกดังเก็บสินค้าแห่งใหม่ และถอยรถบรรทุก 6 ล้อคันงามออกมาเพื่อรองรับงานที่ล้นมือ แววตาของลุงในช่วงนั้นเปี่ยมไปด้วยความหวัง แกคงมองเห็นอนาคตที่มั่นคงของลูกหลาน และความภาคภูมิใจในสิ่งที่แกสร้างมากับมือแต่ในความรุ่งโรจน์นั้น ผมกลับมองเห็น "เงามืด" ที่ซ่อนอยู่ด้วยความที่ผมเองเคยผ่านประสบการณ์เฉียดตายจากการทำงานหนักมาก่อน ครั้งหนึ่งผมเคยบ้างานจนร่างกายประท้วง ต้องล้มหมอนนอนเสื่อรักษาตัวอยู่นานถึง 3 เดือน ช่วงเวลานั้นสอนให้ผมรู้ซึ้งว่า "เงินทองมากแค่ไหน ก็ซื้อสุขภาพที่เสียไปกลับคืนมาไม่ได้" เมื่อผมเห็นลุงทำงานแบบไม่ถนอมร่างกาย ผมจึงอดไม่ได้ที่จะเตือนด้วยความหวังดี"ลุง... เพลาๆ บ้างนะครับ งานมันเยอะก็จริง แต่สุขภาพเราสำคัญกว่านะ" ผมเคยเปรยกับแกในวันที่เรายืนคุยกันข้างกองไม้"ถ้าลุงเป็นอะไรไป เงินที่หามาได้ใครจะใช้ พักบ้างเถอะครับ"ลุงหันมายิ้มให้ผม รอยยิ้มที่เปื้อนเหงื่อแต่เต็มไปด้วยความมั่นใจ"ไม่เป็นไรหรอกคุณกบ ลุงยังไหว สบายมาก" แกตบที่หน้าอกตัวเองเบาๆ "แค่ได้นอนพักตื่นมาก็หายเหนื่อยแล้ว งานกำลังเดิน รถก็เพิ่งถอย โกดังก็เพิ่งสร้าง ต้องรีบเอาหน่อย"คำว่า "ไหว" ของลุง คือกำแพงที่แข็งแกร่งที่สุดที่กั้นความห่วงใยของผมไว้ ผมเข้าใจดีถึงภาระที่แกแบกไว้บนบ่า การลงทุนก้อนโตมาพร้อมกับความกดดันที่ต้องหาเงินมาหมุนเวียน ผมจึงทำได้เพียงมองดูแกด้วยความเป็นห่วง และไม่กล้าไปเซ้าซี้อะไรมาก เพราะรู้ดีว่าคนวัยนี้ ความดื้อรั้นคือส่วนหนึ่งของศักดิ์ศรีวันเวลาผ่านไป เครื่องจักรที่มีชื่อว่า "ลุง" ยังคงเดินหน้าทำงานอย่างหนักหน่วง เสียงเครื่องยนต์รถ 6 ล้อคันใหม่ยังคงวิ่งเข้าออกโรงงานไม่ขาดสาย จนกระทั่งเช้าวันหนึ่ง... วันที่ทุกอย่างเปลี่ยนไปตลอดกาลเสียงโทรศัพท์ของผมดังขึ้น เป็นเบอร์ของป้า ภรรยาของลุง"คุณกบ..." เสียงปลายสายสั่นเครือ และตามมาด้วยเสียงสะอื้นที่บาดลึกเข้าไปในใจผม "คุณกบ... มาเอาพาเลทหน่อยนะ..."เสียงร้องไห้ของป้าทำให้ผมใจหายวาบ ลางสังหรณ์บางอย่างบอกผมว่า นี่ไม่ใช่การเจรจาธุรกิจปกติ"ป้าครับ... เกิดอะไรขึ้น? ป้าร้องไห้ทำไมครับ?" ผมถามกลับไปเสียงรัว"ลุง... ฮึก... ลุงแกล้ม..." ป้าพยายามรวบรวมสติเล่าเหตุการณ์ "หมอบอกว่าเส้นเลือดในสมองแตก ตอนนี้อยู่โรงพยาบาล..."วินาทีนั้น ภาพของลุงที่เคยแข็งแรง แบกไม้ สั่งงาน ตื่นตี 4 เลิก 2 ทุ่ม ไหลย้อนกลับมาในหัวผมเหมือนฉากในหนัง คำพูดของแกที่ว่า "ไหวอยู่ นอนพักก็หาย" ดังก้องสะท้อนไปมา แต่ความจริงตรงหน้าคือ ร่างกายมนุษย์ไม่ใช่เครื่องจักร มันไม่มีอะไหล่เปลี่ยน และเมื่อมันพังทลายลง บางครั้งมันก็ไม่มีโอกาสครั้งที่สองผมรีบขับรถไปหาป้าที่ร้าน บรรยากาศในโกดังที่เคยคึกคักดูเงียบเหงาลงถนัดตา กองพาเลทไม้ยังคงตั้งตระหง่านอยู่ที่เดิม แต่ "หัวเรือใหญ่" ผู้ขับเคลื่อนมันไม่อยู่แล้ว ผมได้แต่ปลอบใจป้า และบอกว่ามีอะไรให้ช่วยขอให้บอก ไม่ต้องเกรงใจปาฏิหาริย์ไม่ได้เกิดขึ้นกับทุกคน...หลังจากวันที่ป้าโทรมาแจ้งข่าวเพียง 1 สัปดาห์ ลุงก็จากไปอย่างสงบการจากไปของลุง ทิ้งไว้เพียงความว่างเปล่าและความโศกเศร้าให้กับครอบครัว ธุรกิจที่กำลังไปได้สวย โกดังใหม่ที่เพิ่งสร้างเสร็จ รถ 6 ล้อคันใหม่ที่ยังวิ่งได้ไม่กี่หมื่นกิโลเมตร ทั้งหมดนี้กลายเป็นภาระหน้าที่ที่ป้าและลูกๆ ต้องเข้ามารับช่วงต่อ ทั้งที่ยังทำใจไม่ได้วันนี้เหลือเพียงความทรงจำ ผมอดคิดไม่ได้ว่า ถ้าวันนั้นลุงยอมฟังคำเตือน ยอมลดงานลงสักนิด ยอมพักผ่อนให้มากขึ้น วันนี้แกอาจจะยังได้นั่งมองดูความสำเร็จของแก ได้เห็นรถ 6 ล้อวิ่งขนของ ได้เห็นลูกหลานเติบโตเรื่องราวของลุง คือบทเรียนราคาแพงที่สอนใจผมและอยากจะส่งต่อให้ทุกคนได้รับรู้ โดยเฉพาะคนสู้งาน คนที่กำลังสร้างเนื้อสร้างตัว หรือผู้ประกอบการที่ทุ่มเททั้งชีวิตให้กับธุรกิจเรามักจะหลงลืมไปว่า **"พาเลทไม้"** หรือสินค้าใดๆ ก็ตาม ถ้ามันแตกหักเสียหาย เรายังหาไม้ใหม่มาซ่อมแซม หรือซื้อพาเลทใบใหม่มาทดแทนได้ แต่ **"ร่างกายและชีวิต"** ของเรา ไม่มีอะไหล่สำรอง ไม่มีศูนย์ซ่อมที่ไหนจะการันตีได้ว่าจะทำให้กลับมาเหมือนเดิม 100%ความขยันเป็นเรื่องที่ดี ความมุ่งมั่นเป็นสิ่งที่น่ายกย่อง แต่ต้องอยู่บนพื้นฐานของความสมดุล อย่ารอให้ร่างกายส่งสัญญาณเตือนจนถึงขีดสุด เพราะวันนั้นคำว่า "เดี๋ยวค่อยพัก" อาจจะกลายเป็น "การพักผ่อนตลอดกาล"ความสำเร็จทางธุรกิจ จะมีความหมายอะไร หากเราไม่มีลมหายใจอยู่ชื่นชมมัน?รถคันใหม่ โกดังหลังใหญ่ จะมีประโยชน์อะไร หากคนสร้างไม่มีโอกาสได้ใช้?วันนี้ ธุรกิจของลุงยังคงดำเนินต่อไปด้วยฝีมือของป้าและลูกๆ แต่ผมเชื่อว่า ลึกๆ แล้วทุกคนยอมแลกทรัพย์สินทั้งหมดที่มี เพียงเพื่อให้ได้ "เสาหลัก" ของครอบครัวกลับคืนมาสุดท้ายนี้ ขอให้เรื่องราวของลุงเป็นวิทยาทาน เป็นเครื่องเตือนใจให้กับทุกคนที่กำลังทำงานหนักจนลืมดูแลตัวเอง ให้หันกลับมารักร่างกายตัวเองให้มากขึ้น กอดคนที่รักให้นานขึ้น และใช้ชีวิตอย่างมีสติและหากบทความนี้สร้างประโยชน์ สร้างสติ หรือช่วยชีวิตใครสักคนจากการทำงานหนักเกินกำลังได้ ผมขอยกคุณงามความดีและบุญกุศลทั้งหมดนี้ อุทิศให้กับดวงวิญญาณของลุง ขอให้ลุงได้รับรู้และไปสู่ภพภูมิที่ดี พักผ่อนให้สบายนะครับลุง... งานทางนี้ไม่ต้องห่วง คนข้างหลังเขาจะดูแลต่อเองพักให้สบายครับลุง.---เมื่อวันที่ : 2026-02-13 15:18:07 |
||||||




