|
www.recyclechon.com=>
นานาสาระ ->
พาไป ประมูล ซื้อ เหมา เครื่องจักรเก่า โรงงาน
| |||||||
อื่นๆที่คล้ายกัน |
พาไป ประมูล ซื้อ เหมา เครื่องจักรเก่า โรงงาน
จำนวนผู้เข้าชม : 5866 คน
รายละเอียด
พาไป ประมูล ซื้อ เหมา เครื่องจักรเก่า โรงงาน ประเภท : นานาสาระ หัวข้อ: เจาะลึกวิชา "ประมูลเครื่องจักรเก่า" กำไรท่วม หรือ ขาดทุนยับ? เผยกลยุทธ์จากประสบการณ์จริงบทนำ: โลกของขยะสีทองในอาชีพ "รับซื้อของเก่า" หรือการทำธุรกิจรีไซเคิลนั้น หลายคนมักติดภาพลักษณ์ของความเหนื่อยยากและเปื้อนฝุ่น แต่ในสายตาของนักธุรกิจรีไซเคิลมืออาชีพ ทุกพื้นที่คือโอกาส และขยะทุกชิ้นคือ "ขุมทรัพย์" ที่รอการคัดแยก ความน่าสนใจของอาชีพนี้อยู่ที่ความหลากหลายของสินค้าที่หมุนเวียนเข้ามาในแต่ละวัน ตั้งแต่ของใช้ในบ้านอย่าง โต๊ะ ตู้ เตียง เก้าอี้ ไปจนถึงซากรถยนต์ เศษเหล็กก่อสร้าง ขวดแก้ว กระดาษลัง และโลหะมีค่าอย่าง ทองแดง ทองเหลือง หรือสแตนเลสเกรดต่างๆแต่ท่ามกลางสินค้ามากมายเหล่านั้น มีสินค้ากลุ่มหนึ่งที่ถือว่าเป็น "รุ่นเฮฟวี่เวท" ของวงการ นั่นคือ "เครื่องจักรเก่า" ซึ่งเป็นสินค้าที่อยู่ในกลุ่มเศษเหล็ก แต่มีความซับซ้อนในการตีราคาและการขนย้ายมากกว่าเหล็กทั่วไปหลายเท่าตัว วันนี้ผมจะมาเจาะลึกประสบการณ์การประมูลเครื่องจักรในช่วงปลายปี 2564 เพื่อเป็นแนวทางให้กับผู้ที่สนใจจะเปิดร้านรับซื้อของเก่าหรือก้าวเข้าสู่สนามการประมูลเครื่องจักรบทที่ 1: สายตรงจาก YouTube และโจทย์ที่ท้าทายเรื่องราวเริ่มต้นขึ้นในช่วงปลายเดือนพฤศจิกายน 2564 เมื่อผมได้รับสายจากคุณชัยวุฒิ ซึ่งเป็นแฟนคลับที่ติดตามผลงานของผมผ่านทางช่อง Youtube เขาโทรมาปรึกษาด้วยความกังวลเกี่ยวกับการประมูลเครื่องจักรเก่าชุดหนึ่ง โดยเขาต้องการทราบวิธี "ตีราคา" และ "เสนอราคา" อย่างไรให้ไม่ขาดทุนและมีโอกาสได้งานนี่คือโจทย์คลาสสิกของมือใหม่ เพราะเครื่องจักรเก่าไม่เหมือนเหล็กเส้นที่ชั่งกิโลขายได้ทันที แต่มันคือโครงสร้างเหล็กขนาดใหญ่ที่มีน้ำหนักมหาศาล มีส่วนประกอบของโลหะหลายชนิด และที่สำคัญคือ "ค่าใช้จ่ายแฝง" ในการเอาสิ่งเหล่านี้ออกมาจากโรงงานบทที่ 2: 2 กลยุทธ์การตีราคา อาวุธที่นักประมูลต้องเลือกผมได้แบ่งปันความรู้ให้คุณชัยวุฒิฟังว่า ในโลกของการรับซื้อเครื่องจักร มีวิธีการเสนอราคาที่เป็นสากลอยู่ 2 วิธีหลัก:1. การเสนอราคาแบบเหมารวม (Lump Sum Buying)วิธีนี้คือการ "วัดกึ๋น" และประสบการณ์ของผู้ซื้ออย่างแท้จริง ผู้ซื้อจะต้องใช้สายตามองเครื่องจักรแล้วคาดคะเนว่า "น้ำหนักน่าจะอยู่ที่เท่าไหร่" จากนั้นจึงนำมาคำนวณด้วยราคาซื้อต่อกิโลกรัม แล้วหักลบด้วยค่าดำเนินการทั้งหมด (รถยก รถเครน ค่าแรง ค่าขนส่ง)- ข้อดี: ถ้าคาดคะเนแม่นยำและเครื่องจักรหนักกว่าที่คิด กำไรจะมหาศาลมาก- ข้อเสีย: ถ้าคาดคะเนพลาด หรือเครื่องจักรกลวงกว่าที่เห็น ขาดทุนย่อยยับได้ทันที วิธีนี้จึงต้องอาศัย "ความชำนาญ" และประสบการณ์สูงมาก2. การซื้อแบบชั่งน้ำหนักตามจริง (Per Kilogram Buying)วิธีนี้คือการตกลงราคากลางต่อกิโลกรัม แล้วทำการชั่งน้ำหนักจริงที่ตาชั่งก่อนจ่ายเงิน- ข้อดี: ปลอดภัยที่สุด ไม่ต้องแบกรับความเสี่ยงเรื่องน้ำหนักผิดพลาด- ข้อเสีย: ราคาที่รับซื้อต้องต่ำกว่าราคาเศษเหล็กในตลาดพอสมควร เพราะต้องเผื่อค่าบริหารจัดการ ค่ารถยก และค่าขนย้าย ซึ่งมักจะสูงมากสำหรับเครื่องจักรบทที่ 3: กับดักตัวเลข 15 บาท กับราคาตลาด 16.2 บาทคุณชัยวุฒิเล่าให้ผมฟังว่า เขาต้องการซื้อแบบเป็นกิโลกรัมเพราะกลัวพลาด แต่ทางเจ้าของเครื่องจักรเสนอราคาขายมาที่ 15 บาท/กก. ขณะที่ราคาเศษเหล็กในวันนั้นอยู่ที่ประมาณ 16.2 บาท/กก.ผมรีบเตือนคุณชัยวุฒิทันทีว่า "ซื้อไม่ได้แน่นอน" เพราะส่วนต่างเพียง 1.2 บาท/กก. ไม่เพียงพอสำหรับค่าใช้จ่ายในการทำเครื่องจักรแน่นอน ลองคิดดูว่าหากเครื่องจักรหนัก 1 ตัน (1,000 กิโลกรัม) เราจะมีส่วนต่างกำไรเพียง 1,200 บาท แต่ค่ารถเครนและค่าขนส่งต่อตันนั้นสูงกว่านี้มาก การเสนอราคาแบบนี้จึงเท่ากับ "ขาดทุนตั้งแต่ยังไม่เริ่ม"บทที่ 4: หน้างานจริงและเครื่องทอผ้า 28 ตัวเมื่อเห็นว่าคุณชัยวุฒิยังลังเล ผมจึงตัดสินใจขอเข้าไปดูหน้างานด้วยเพื่อหาโอกาสและให้คำปรึกษาที่แม่นยำขึ้น สิ่งที่พบคือโรงงานขนาดใหญ่ที่ปิดกิจการลง ภายในมีเครื่องจักรเก่าเกี่ยวกับการทอผ้าทั้งหมด 28 ตัว แบ่งเป็นเครื่องขนาดใหญ่ 24 ตัว และเครื่องขนาดเล็ก 4 ตัวจากการตรวจสอบสภาพ เครื่องเหล่านี้มีโครงสร้างเหล็กที่ค่อนข้างหนาและแน่น ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดีสำหรับน้ำหนัก แต่ความยากคือ "ตำแหน่งการจัดวาง" และ "เงื่อนไขการขนย้าย" เพราะมีพื้นที่บางส่วนที่มีผู้เช่าอื่นทำงานอยู่ เราจึงต้องทำงานอย่างเป็นระเบียบและรวดเร็วที่สุดบทที่ 5: โลจิสติกส์ หัวใจหลักของกำไรก่อนจะตกลงราคา ผมทำรายการค่าใช้จ่าย (Checklist) ออกมาดังนี้:1. ค่ารถเทรนเลอร์: บรรทุกได้เที่ยวละ 8 ตัว ต้องใช้ทั้งหมด 4 เที่ยว ราคาเที่ยวละ 4,000 บาท รวมเป็น 16,000 บาท2. ค่ารถโฟล์คลิฟท์: สำหรับยกและจัดเรียง ราคาเหมาต่อวัน 5,000 บาท3. ค่าแรงคนงาน: สำหรับตัดแยกส่วนประกอบหรือช่วยจัดเรียง4. ค่าส่วนต่าง (Commission): ให้กับผู้ประสานงาน 3 คน ซึ่งเป็นเรื่องปกติในวงการเพื่อเป็นการขอบคุณและสร้างพันธมิตรในระยะยาวบทสรุป: บทเรียนจากการลงสนามการประมูลเครื่องจักรไม่ใช่แค่เรื่องของ "ราคาเหล็ก" แต่มันคือเรื่องของ "การจัดการ" หากเราประเมินค่าขนส่งพลาด หรือไม่เผื่อค่าส่วนต่างให้กับผู้นำพา งานที่คิดว่าจะได้กำไรอาจกลายเป็นภาระทันทีสำหรับใครที่กำลังจะเปิดร้านรับซื้อของเก่า ผมขอแนะนำว่า อย่าปฏิเสธโอกาสที่เข้ามาแม้เราจะยังไม่ชำนาญ ให้ลองเข้าไปดูหน้างาน ลองไปเสนอราคา และเรียนรู้จากของจริง เหมือนที่ผมเข้าไปช่วยคุณชัยวุฒิในเคสนี้ เพราะทุกหน้างานคือ "ตำราเรียนเล่มใหญ่" ที่ไม่มีสอนในห้องเรียนครับ![]() ![]() ![]() |
||||||







