www.recyclechon.com=> นานาสาระ -> แนวโน้ม ร้านรับซื้อของเก่าในปี 2564


แนวโน้ม ร้านรับซื้อของเก่าในปี 2564

FaceBook Twitter
จำนวนผู้เข้าชม : 10665 คน

แนวโน้ม ร้านรับซื้อของเก่าในปี 2564


รายละเอียด

แนวโน้ม ร้านรับซื้อของเก่าในปี 2564

ประเภท : นานาสาระ

 

**ผ่าวิกฤตสู่อนาคต: เจาะลึกแนวโน้มธุรกิจรับซื้อของเก่าและรีไซเคิลไทย ปี 2564 โอกาสและความท้าทายในยุค New Normal**

 

ในฐานะนักเศรษฐศาสตร์และผู้คลุกคลีอยู่ในแวดวงธุรกิจรีไซเคิลมาอย่างยาวนาน ปี 2563 ที่ผ่านมานับเป็นบททดสอบที่สาหัสที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์เศรษฐกิจไทยและโลก วิกฤตการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ไม่ได้เพียงแค่คุกคามสุขภาพ แต่ได้ "แช่แข็ง" กิจกรรมทางเศรษฐกิจ จนส่งผลกระทบลูกโซ่มาถึงธุรกิจปลายน้ำอย่าง "ร้านรับซื้อของเก่า"

 

เมื่อเราก้าวเข้าสู่ปี 2564 (ค.ศ. 2021) คำถามสำคัญที่ผู้ประกอบการทุกคนมีอยู่ในใจคือ "ทิศทางลมจะพัดไปทางไหน?" บทความนี้จะขอวิเคราะห์เจาะลึกถึงแนวโน้ม ปัจจัยบวก-ลบ และกลยุทธ์การปรับตัว โดยอ้างอิงจากสถานการณ์จริงและสัญญาณทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้น เพื่อให้ท่านเตรียมพร้อมรับมือกับคลื่นแห่งการเปลี่ยนแปลง

 

---

 

### บทนำ: ภาพสะท้อนจากปี 2563 สู่บทเรียนแห่งความไม่แน่นอน

 

หากมองย้อนกลับไปปี 2563 คำจำกัดความที่ชัดเจนที่สุดคือ "ซบเซา" ปัญหาโรคระบาดทำให้ห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) ขาดสะบั้น โรงงานอุตสาหกรรมจำนวนมากปิดตัวลง หรือย้ายฐานการผลิตไปยังประเทศเพื่อนบ้านเพื่อลดต้นทุน สิ่งที่ตามมาคือภาวะการว่างงาน และการลดลงของโอที (OT) เมื่อประชาชนมีรายได้ลดลง การบริโภคก็ลดลง ส่งผลให้ปริมาณขยะรีไซเคิล (Supply) ในภาคครัวเรือนลดน้อยถอยลงอย่างมีนัยสำคัญ

 

แม้ว่าในปีที่ผ่านมา ร้านรับซื้อของเก่าบางแห่งอาจดูเหมือนมีรายได้เพิ่มขึ้นจากการเข้าไปประมูลรื้อถอนโรงงานที่ปิดกิจการ แต่ในมุมมองทางเศรษฐศาสตร์ ผมขอเรียกสิ่งนี้ว่า **"ความเฟื่องฟูที่ไม่ยั่งยืน" (Unsustainable Boom)** เพราะมันคือการ "ทุบหม้อข้าว" ครั้งสุดท้าย เมื่อโรงงานปิดไปแล้ว แหล่งกำเนิดของเก่าแหล่งนั้นก็หายไปตลอดกาล ความรู้สึกหดหู่ที่เกิดขึ้นขณะเข้าไปรับซื้อของจากกิจการที่ล้มละลาย คือสัญญาณเตือนว่าโครงสร้างพื้นฐานของอุตสาหกรรมกำลังสั่นคลอน

 

---

 

### ปัจจัยระดับโลก: แรงกระเพื่อมจากสหรัฐฯ และ จีน

 

เมื่อมองข้ามพรมแดนไทยออกไป ในปี 2564 มีปัจจัยมหภาค (Macro Factors) ที่ส่งผลโดยตรงต่อราคาสินค้าโภคภัณฑ์ ดังนี้:

 

**1. การเปลี่ยนผ่านผู้นำสหรัฐอเมริกา:**

การเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ที่เสร็จสิ้นลง นำมาซึ่งความชัดเจนในนโยบายเศรษฐกิจโลก ส่งผลให้บรรยากาศการลงทุนผ่อนคลายขึ้น นักลงทุนเริ่มกล้าที่จะเสี่ยง (Risk-on) ในสินทรัพย์อื่นมากกว่าการถือครองทองคำ ทำให้ราคาทองคำปรับตัวลดลง ในทางเศรษฐศาสตร์ เมื่อความเชื่อมั่นกลับมา ภาคการผลิตจะเริ่มขยับตัว ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดีต่อความต้องการใช้วัตถุดิบ

 

**2. จีนกับการรุกคืบตั้งฐานการผลิตในไทย:**

นี่คือ "Game Changer" หรือจุดเปลี่ยนสำคัญ จีนได้เข้ามาลงทุนตั้งเตาหลอมเหล็กในประเทศไทยโดยตรง สิ่งนี้ส่งผลให้เกิดการแข่งขันในการรับซื้อวัตถุดิบ (Demand-Pull) ภายในประเทศ ทำให้ราคาเหล็กและเศษเหล็กมีการปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งเป็นนิมิตหมายที่ดีอย่างยิ่งสำหรับร้านรับซื้อของเก่า

 

---

 

### ปัจจัยในประเทศ: การเมือง สาธารณสุข และเศรษฐกิจรากหญ้า

 

กลับมามองที่ประเทศไทย เรามีความย้อนแย้งที่น่าสนใจ ในด้านหนึ่ง ทั่วโลกต่างยอมรับและชื่นชมระบบสาธารณสุขของไทยในการจัดการกับโควิด-19 ได้อย่างยอดเยี่ยม แต่ในอีกด้านหนึ่ง เรากลับเผชิญกับความเปราะบางทางเศรษฐกิจและการเมือง

 

*   **สถานการณ์ทางการเมือง:** การประท้วงที่มีแนวโน้มรุนแรงขึ้นเป็นปัจจัยเสี่ยง (Risk Factor) สำคัญที่อาจฉุดรั้งความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างชาติ หากการเมืองไม่นิ่ง การลงทุนใหม่ๆ อาจชะลอตัว ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อปริมาณของเก่าในภาคอุตสาหกรรม

*   **กำลังซื้อภาคประชาชน:** แม้เศรษฐกิจจะเริ่มฟื้นตัว แต่ก็ยังอยู่ในลักษณะ "ทรงตัว" ประชาชนยังระมัดระวังการใช้จ่าย ซึ่งหมายถึงปริมาณขยะรีไซเคิลจากภาคครัวเรือนอาจจะยังไม่กลับมาพีคเหมือนในอดีต

 

---

 

### การวิเคราะห์เจาะลึกรายวัสดุ: ดาวรุ่งและดาวร่วงปี 64

 

เพื่อให้เห็นภาพที่ชัดเจนในการบริหารจัดการสต็อกและการตั้งราคารับซื้อ เรามาวิเคราะห์วัสดุหลัก 3 ประเภท ดังนี้:

 

#### 1. เหล็ก (Steel) – "ทิศทางขาขึ้นจากการแข่งขัน"

จากอานิสงส์ที่ทุนจีนเข้ามาตั้งเตาหลอมในไทย ทำให้เกิดกลไกการแข่งขันด้านราคาที่สมบูรณ์ขึ้น ราคาเศษเหล็กมีการปรับตัวขึ้น (จากข้อมูลระบุว่าขึ้นประมาณ 40 สตางค์/กก. จากเดือนก่อนหน้า)

*   **วิเคราะห์:** นี่คือสัญญาณบวกที่สุดของปี การมีผู้รับซื้อปลายทาง (โรงหลอม) มากขึ้นในประเทศ ช่วยลดอำนาจการผูกขาดและทำให้ราคาเศษเหล็กอิงกับตลาดโลกได้ดีขึ้น ผู้ประกอบการควรติดตามราคาอย่างใกล้ชิดและหมุนเวียนสต็อกให้เร็วเพื่อทำกำไร

 

#### 2. กระดาษ (Paper) – "เสถียรภาพจากกลไกประกันราคา"

สถานการณ์ของกระดาษลังและกระดาษจับจั๊ว (กระดาษคละ) มีแนวโน้มที่ "ทรงตัวแต่แข็งแรง" เนื่องจากการมีการประกันราคา

*   **ราคาอ้างอิง:** หน้าโรงต้มกระดาษอยู่ที่ประมาณ 5 บาทกว่า ส่งผลให้ร้านรับซื้อของเก่าสามารถตั้งราคาได้ที่ 4 บาทกว่า

*   **จิตวิทยาผู้บริโภค:** ระดับราคาที่เกิน 4 บาท เป็นจุดคุ้มทุนทางความรู้สึก (Psychological Price) ที่จูงใจให้ประชาชนและซาเล้งอยากเก็บกระดาษมาขาย เปลี่ยนพฤติกรรมจากที่เคยทิ้งขวาง ให้กลับมาเข้าสู่ระบบรีไซเคิลมากขึ้น

 

#### 3. ขวดแก้ว (Glass) – "ม้านอกสายตาที่น่าลงทุน"

แม้ราคาขวดแก้วจะดูต่ำ (1 กว่า - 2 บาท แล้วแต่พื้นที่) แต่ในมุมมองการลงทุน นี่คือสินทรัพย์ที่มีความผันผวนต่ำมาก (Low Volatility)

*   **วิเคราะห์:** ราคาขวดแก้วมีความนิ่ง การลงทุนต่อกิโลกรัมใช้น้อยกว่าโลหะมาก ทำให้ความเสี่ยงในการขาดทุนสต็อกแทบจะเป็นศูนย์ เหมาะสำหรับเป็นฐานรายได้ที่มั่นคง (Cash Cow) เพื่อประคองธุรกิจในช่วงที่ราคาวัสดุอื่นผันผวน

 

---

 

### บทสรุปและคำแนะนำเชิงกลยุทธ์ (Strategic Outlook)

 

จากปัจจัยพื้นฐานทั้งหมดที่กล่าวมา ผมขอฟันธงว่า **ปี 2564 จะเป็นปีที่ธุรกิจรับซื้อของเก่าอยู่ในภาวะ "ทรงตัว" (Stabilization)** ไม่ใช่ปีแห่งความหวือหวาหรือกำไรก้าวกระโดดเหมือนยุคทองในอดีต ธุรกิจยังคงเดินหน้าไปได้ มีการซื้อขายหมุนเวียน แต่ "ส่วนต่างกำไร" (Margin) อาจไม่ได้หอมหวานนักหากบริหารจัดการไม่ดี

 

#### กลยุทธ์ความอยู่รอดและการเติบโต (Survival & Growth Strategy)

 

เพื่อให้ท่านผู้ประกอบการสามารถทำกำไรได้ "เป็นกอบเป็นกำ" ในสภาวะตลาดที่ทรงตัว ท่านไม่สามารถนั่งรอลูกค้าเดินเข้ามาที่หน้าร้านเพียงอย่างเดียวได้อีกต่อไป ผมขอแนะนำ 3 กลยุทธ์สำคัญ:

 

1.  **การตลาดดิจิทัล (Digital Marketing is a Must):**

    ในยุคที่คนค้นหาทุกอย่างผ่านสมาร์ทโฟน ร้านรับซื้อของเก่าต้องมีตัวตนบนโลกออนไลน์ การทำ **SEO (Search Engine Optimization)** หรือการปักหมุดร้านบน **Google Maps** เป็นเรื่องจำเป็นมาก เมื่อโรงงานหรือสำนักงานต้องการเคลียร์ของเก่า พวกเขาจะค้นหาคำว่า "รับซื้อของเก่าใกล้ฉัน" หากท่านปรากฏชื่อเป็นอันดับแรก โอกาสในการได้งานใหญ่ย่อมมีสูงกว่าคู่แข่ง

 

2.  **บริหารจัดการเงินสดและสต็อก (Cash Flow & Inventory Management):**

    ในเมื่อแนวโน้มราคาเหล็กเป็นขาขึ้นแต่มีความผันผวน และแก้วมีความนิ่ง ท่านต้องจัดพอร์ตสินค้าให้สมดุล อย่าเก็งกำไรด้วยการตุนของไว้นานเกินไปในสภาวะที่เศรษฐกิจยังเปราะบาง "กำไรน้อยแต่หมุนรอบเร็ว" คือหัวใจสำคัญของปีนี้

 

3.  **การสร้างพันธมิตร (Partnership):**

    การสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับแหล่งวัตถุดิบ (เช่น โรงงานที่ยังเปิดดำเนินการ ชุมชน หรือหน่วยงานราชการ) จะช่วยให้ท่านมีสินค้าป้อนเข้าสู่ระบบอย่างต่อเนื่อง ดีกว่าการรอซื้อขาจรเพียงอย่างเดียว

 

**บทส่งท้าย:**

แม้ปี 2564 อาจไม่ใช่ปีที่ง่ายดาย แต่ก็ไม่ใช่ปีที่มืดมน ปัจจัยบวกจากการลงทุนของจีนและการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกเริ่มส่งสัญญาณมาถึงบ้านเรา ขอเพียงผู้ประกอบการมีสติ ปรับตัวเข้าหาเทคโนโลยี และบริหารจัดการอย่างมืออาชีพ ธุรกิจรับซื้อของเก่าของท่านจะไม่เพียงแค่ "รอด" แต่จะสามารถ "รุ่ง" ได้อย่างยั่งยืนในระยะยาวครับ



  เมื่อวันที่ : 2026-02-11 13:43:23


โทร : 083-447-5799 คุณนพดล , 085-900-5698 คุณณัฐณิชา
คลิกที่นี่เพื่อดูวิธีการชำระเงิน