www.recyclechon.com=> หน้าหลัก

ร้านวิรัชรุ่งเรืองกิจ ค้าของเก่า (Recyclechon.com)รับซื้อของเก่าทุกชนิดในจังหวัดชลบุรี และยังรับประมูลเศษวัสดุเหลือใช้ในพื้นที่จังหวัดชลบุรีและใกล้เคียง เรารับซื้อของเก่าหลายชนิด เช่น ทองแดง, ทองเหลือง , อลูมิเนียม , สแตนเลส , ตัวกั่ว , เหล็ก , เหล็กแมงกานีส นอกจากของเก่าจำพวกโลหะแล้ว เราก็ยังรับซื้อของเก่าจำพวกอโลหะด้วย เช่น พาสติก , กระดาษ และวัสดุเหลือใช้อื่นๆ ซึ่งการรับซื้อของเก่าของเรานั้นเราจะนำวัตถุดิบไปส่งรีไซเคิลเพื่อนำกลับมาใช้ใหม่ เป็นการช่วยประหยัดพลังงาน  รักษาสิ่งแวดล้อม และทำให้บ้านเมืองสะอาดน่าอยู่

สนใจติดต่อ รับซื้อของเก่ากับเรา
โทร : 083-447-5799 คุณนพดล
     
 : 085-9005698  คุณณัฐณิชา

Line : 0834475799
         : 0859005698
         

E-Mail :  recyclechon01@gmail.com
               
frogmetal42@gmail.com

แผนที่ - พิกัด : 13.256554, 100.991312





    

 



รับซื้อของเก่า ชลบุรี

     เรายินดีบริการรับซื้อของเก่า รับเศษวัสดุเหลือใช้(Scarp)จากโรงงานขนาดใหญ่และย่อมในจังหวัดชลบุรี ในกรณีที่มีเศษ(Scarp) หรือเศษเหล็กจำนวนเยอะ น้ำหนักและปริมาณมาก เรามีบริการรถบรรทุกติดตั้งอุปกรณ์พิเศษสำหรับงานรับซื้อของเก่าโดยเฉพาะ  เพื่อประหยัดเวลาและอำนวยความสะดวกให้แก่ท่าน

รถรับซื้อของเก่า
เรารับซื้อของเก่าในชลบุรีและจังหวัดใกล้เคียง ซึ่งในชลบุรีน้้นมีหลายบริษัทได้ใช้ด้วยบริการกับเราและความสะดวกจึงทำให้ลูกค้าที่ใช้บริการรับซื้อของเก่ากับเราไว้วางใจและใช้บริการกับเราเรื่อยมา

หากท่านอยู่ในจังหวัดชลบุรี มีความต้องการจะขายของเก่า
สามารถติดต่อโทรมาสอบถามกับเราได้ที่
เบอร์โทรศัพท์ 083-447-5799 คุณนพดล หรือ 085-900-5698 คุณณัฐณิชา

ที่อยู่ : 9/5 หมู่ 11  ต.บางพระ อ.ศรีราชา ชลบุรี



รับซื้อของเก่า เศษเหล็ก

รับซื้อของเก่า ชลบุรี ถังเหล็ก

รับซื้อของเก่า ชลบุรี เศษเหล็กกลึง



   ค้นหา

ขายพาเลทไม้มือสอง ชลบุรี ราคาตัวละ 40 บาท เท่านั้น

ขายพาเลทไม้มือสอง ชลบุรี ราคาตัวละ 40 บาท เท่านั้น


ขายพาเลทไม้มือสอง ชลบุรี ราคาตัวละ 40 บาท เท่านั้น

ประเภท : สินค้าจัดจำหน่าย

รายละเอียด

ขายพาเลทไม้มือสอง ชลบุรี ราคาตัวละ 40 บาท เท่านั้น เราเป็นผู้ประกอบการเกี่ยวกับรีไซเคิล และรับซื้อของเก่า เรามีพาเลทไม้มือสอง สภาพดี สวย ราคาประหยัด ขายให้กับผู้ประกอบกิจการหรือษริษัทห้างร้านต่างๆ เพื่อลดต้นทุน และต้องการเพิ่มประสิทธิภาพในการขนส่ง ขนถ่ายสินค้าลดปัญหาลูกค้าไม่คืนพาเลท เรามีพาเลทไม้มือสอง จำหน่าย ราคาเพียงตัวละ 40 บาท 
       
 
  
  ขนาด 100*120*14 ซม. เป็นแบบขาเต๋า ซึ่งเดือนนึงเราจะพาเลทไม้มือสอง ประมาณ 1000 ตัว
                 
พาเลทไม้มือสองนี้จะมีไม้แผ่นด้านบน 7 แผ่น ด้านล่างเป็นขาไม้เต๋า รูปสี่เหลี่ยม จำนวน9 ตัว ความหนาของไม้อยู่ที่ประมาณ1 ซม.เป็นพาเลทไม้ปอ
                 
                 
   พาเลทไม้มือสองของเรานั้น เป็นพาเลทไม้มือสองราคาประหยัดเหมาะกับการขนย้าย ขนส่ง วัสดุ อุปกรณ์ที่มีน้ำหนักเบา ประหยัดเนื้อที่ในการจัดเก็บ เพราะสามารถทำการคว่ำและหงายพาเลทไม้ในการจัดเก็บได้เลย
    และยังเป็นพาเลทไม้ที่ให้กับลูกค้าได้เลย โดยไม่ต้องขนวัสดุ อุปกรณ์เพื่อเอาพาเลทไม้กลับมายังบริษัท เนื่องจากเป็นพาเลทไม้มือสองที่ราคาถูก ต้นทุนต่ำ
   
หากท่านใดสนใจ  สามารถเข้ามาเลือกชมพาเลทไม้มือสองของเราก่อนได้ หรือต้องการสั่งซื้อจำนวนมากๆ นำพาเลทไม้มือสอง ไปขายต่อ สามารถติดต่อได้ที่ 083-4475799 คุณนพดล 085-9005698 คุณณัฐณิชา เรายินดีให้บริการ
    
    หมายเหตุ พาเลทรับน้ำหนักได้300กก. เฉลี่ยเต็มพื้นที่  ทางเราไม่มีบริการจัดส่ง ต้องขออภัยในความไม่สะดวก






ดูรายละเอียดทั้งหมด -> เมื่อวันที่ : 2019-05-19 18:10:40




รับซื้อของเก่า!!!! ระวังรับซื้อของโจร

รับซื้อของเก่า!!!! ระวังรับซื้อของโจร


รับซื้อของเก่า!!!! ระวังรับซื้อของโจร

ประเภท : นานาสาระ

รายละเอียด

รับซื้อของเก่า!!!! ระวังรับซื้อของโจร
   จริงๆแล้วผมมองว่ามันจะเป็นลักษณะเนื้อคู่กัน คล้ายๆกับกิ่งทองใบหยก เพราะว่าอาชีพร้านรับซื้อของเก่าค่อนข้างที่จะสุ่มเสี่ยงในการเจอของที่ลักขโมยมาขาย
   บทลงโทษของร้านรับซื้อของเก่าในการรับซื้อของโจร การจำคุกไม่เกินห้าปีหรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือว่าทั้งจำทั้งปรับ จริงๆแล้วผมมองว่าบทลงโทษนี้ค่อนข้างที่จะเยอะ  มีโทษพอกับคนลักขโมยมาขายเลยครับ เพื่อนๆลองนึกภาพดูนะครับถ้าหากถูกจำคุก 5 ปีก็จะเสียอิสรภาพไปเยอะ
 วิธีการพิจารณาของศาลคือ เวลาศาลตัดสิน ศาลเขาจะมองดูถึงเจตนารมณ์ของเราเป็นหลัก
  1. พิจารณาจากราคาที่เราซื้อเป็นหลัก คือเราจะต้องซื้อของเก่าที่อยู่ในราคาตลาด ถ้าซื้อต่ำกว่าราคาท้องตลาดให้เราสันนิษฐานไว้ก่อนเลยนะครับผมว่าเป็นการรับซื้อของโจร อย่างเช่นถังแก๊สเก่าก็จะมีมาขายบ่อยในร้านรับซื้อของเก่า  " เฮียผมเอาถังแก๊สมาขาย ผมขายให้ถูกๆเลย ตอนนี้ผมเดือดร้อนเงิน ผมต้องการใช้เงินนะครับผมผมขายให้ถูกๆแค่ 500 บาทเอง"  ซึ่งเราจะต้องนึกถึงก่อนเลยนะครับผมว่าราคาถังแก๊สใหม่หลายพันแล้วมาขายให้ร้านรับซื้อของเก่าในราคา 500 บาท มันต้องผิดสังเกตแล้ว ศาลก็จะดูในส่วนนี้ก่อนเลยนะครับผม ว่าเราซื้อของต่ำกว่าราคาเป็นจริงหรือเปล่า
  2. เวลาในการซื้อ เวลาการซื้อก็สำคัญ คือเราอย่าไปซื้อช่วงเวลากลางคืนหลังพระอาทิตย์ตกดินไปแล้วเพราะศาลจะมองว่าเรามีเจตนาไม่บริสุทธิ์ในการรับซื้อของเก่า ถ้าซื้อในเวลากลางวันมีคนพลุกพล่าน ก็จะถือว่าเราไม่มีเจตนา  ถ้าซื้อของเก่าเวลกลางคืนก็คือเราจะต้องสันนิษฐานไว้แล้วว่าเป็นการรับซื้อของโจร
  3.  การรับซื้อของเก่าก็คือทางราชการจะอนุญาตให้เราซื้อเฉพาะเศษสแคป เช่น ขวด กระดาษ พาสติก เศษเหล็ก พวกที่เป็นเศษของเสียหาย ของพวกนี้เราสามารถรับซื้อได้ หลักเกณฑ์หลักๆก็จะประมาณนี้นะครับ
   สินค้ายอดนิยมที่เขาถ้าจะมีปัญหาบ่อย ที่ว่าร้านรับซื้อของเก่าเจอนะครับผม เช่น ถังแก๊ส ปั๊มน้ำ รถมอเตอร์ไซค์ เครื่องยนต์ สินค้าเหล่านี้ก็จะเป็นสินค้ายอดนิยมที่ร้านรับซื้อของเก่าเจอกันอยู่บ่อยๆ ของเก่าพวกนี้เราก็ต้องระมัดระวังกัน อย่างถังแก๊สโดยส่วนตัวผมผมไม่รับซื้อเลย  ถ้ามีคนเสนอมาขายให้ผม ก็บอกเฮียผมไม่เอาแล้วกัน ตัดปัญหาเลยจบครับส่วนถ้าเป็นพวกซากมอเตอร์ไซค์หรือพวกเครื่องยนต์ถ้าเป็นซากมาก็ต้องขอดูเอกสารสิทธิ์ เช่นทะเบียนรถใครเป็นเจ้าของ ถ้ามาในร้านรับซื้อของเก่า "บอกเฮียผมเขาซากมาขายผมชำระให้เรียบร้อยแล้วเหลือแต่เศษเหล็กอย่างเดียวรับ  เฮียรับซื้อไหมพวกนี้"คือผมไม่รับซื้อเลยนะครับ  เราก็จะต้องดูเอกสารสิทธิ์  บัตรประชาชนจะต้องถ่ายไว้เพื่อป้องกันตัวเราได้ดีมาก พวกเครื่องมือช่างหินเจียร เครื่องตัดไฟเบอร์ ที่จริงแล้วผมว่าร้านรับซื้อของเก่าอย่างเรา อย่าไปเสี่ยงในการซื้อเข้าเลยแนะนำว่าไปซื้อของใหม่เลยจะดีกว่า เวลาเราจะมาใช้ก็ไม่กล้าใช้ กลัวรับซื้อของโจรหรือเปล่า
  วิธีทางป้องกันเพื่อที่ว่าไม่ให้เกิดกรณีรับซื้อของโจร
  1.  คือกรณีที่เพื่อนๆเปิดร้านรับซื้อของเก่า ก็คือจะต้องไปขออนุญาตเปิดร้านรับซื้อของเก่าให้เรียบร้อย ค่าธรรมเนียมปีละ 5,000 บาท ก็ไปทำเอกสารรับซื้อของเก่าให้ถูกต้อง เพราะถ้าหากเกิดกรณีอย่างนี้หากมีการตรวจสอบคือหนึ่งเลยเขาก็จะดูใบอนุญาตร้านรับซื้อของเก่า
  2.  ของที่สุ่มเสี่ยงอย่างตัวอย่างที่ผมพูดไป เช่นถังแก๊ส เครื่องตัดไฟเบอร์ ปั๊มสูบน้ำ อะไรต่างๆพวกนี้ก็แนะนำว่าอย่าไปซื้อเลยครับผม แต่ถ้าจะซื้อจะต้องขอเอกสารสิทธิ์ให้เรียบร้อย ขอถ่ายบัตรประชาชน ถ้าเขาไม่ให้บอกเลยเราไม่ซื้อ ตัดปัญหาไปเลยนะครับผม
  3. อย่าไปรับซื้อช่วงเวลากลางคืน ช่วงเวลากลางคืนอันตรายมากเพราะถ้าเกิดกรณีอย่างนี้มาจะได้ไม่คุ้มเสีย ผมเจอเพื่อนร่วมอาชีพหลายท่าน ที่เจอในส่วนนี้ไป ในส่วนของเพื่อนๆที่เปิดร้านรับซื้อของเก่าใหม่ บางท่านก็อยากจะซื้อของเก่า คือมีคนเอาของมาขาย แล้วเป็นพ่อค้า รับซื้อของเก่า อยากจะรับซื้อของเก่า แนะนำว่าหักห้ามใจเลยครับอย่ารับซื้อของเก่าช่วงเวลากลางคืน อย่าไปพลาดเลยครับมันไม่คุ้ม
  4. การรับซื้อของเก่า ให้ที่เป็นจำพวกเศษดีกว่า เช่นเศษเหล็ก เศษกระดาษ พลาสติกต่างๆพวกนี้เราก็สามารถซื้อได้
   แนะนำเพิ่มเติมนะครับผม สินค้ายอดนิยมนะครับผม มันก็จะมีพวกฝาท่อ ป้ายบอกทางตามข้างทางต่างๆอย่าไปรับซื้อของเก่าพวกนี้เลย ของหลวงอันตรายมาก อย่างกรณีที่เรารับซื้อของเก่าพวกป้ายต่างๆ หรือแม้กระทั่งฝาท่อแล้วพอมีการตรวจสอบขึ้นมา เราบอกว่าคุณพี่ตำรวจ ผมไม่รู้เลยว่าเป็นป้าย ทางตำรวจเขาจะไม่เชื่อเรานะครับ เพราะว่าโดยอาชีพร้านรับซื้อของเก่าอย่างเรา เราจะเจอสินค้าค่อนข้างที่จะเยอะ ตำรวจไม่มีทางเชื่อก็จะทำการส่งฟ้องศาลอย่างเดียว
   ในข้อมูลนี้ก็ขออธิบายเพื่อนๆไว้เพียงเท่านี้ก่อนละกันครับหวังว่าเป็นประโยชน์แก่ผู้สนใจและผู้ดำเนินกิจการร้านรับซื้อของเก่า ไม่มากก็น้อยขอบคุณมากครับ




ดูรายละเอียดทั้งหมด -> เมื่อวันที่ : 2019-05-19 10:55:53




ของพวกนี้ ขายได้ด้วยหรือ

ของพวกนี้ ขายได้ด้วยหรือ


ของพวกนี้ ขายได้ด้วยหรือ

ประเภท : นานาสาระ

รายละเอียด

  ของพวกนี้ ขายได้ด้วยหรือ?
  วันนี้เราจะมาคุยเกี่ยวกับเรื่องวัตถุดิบ รีไซเคิลที่ขายได้ ซึ่งปกติโดยทั่วไปแล้วหลายๆท่านอาจจะไม่ทราบว่าวัตถุดิบรีไซเคิลพวกนี้สามารถขายได้ ปกติโดยทั่วไปตามร้านรับซื้อของเก่าก็จะซื้อของหลักๆทั่วไป คือ เหล็ก กระดาษ พลาสติก ทองเหลือง ทองแดง อลูมิเนียม เป็นต้น ซึ่งวัตถุดิบต่างๆเหล่านี้ก็จะเป็นสินค้ายอดนิยมที่ทำการซื้อขายในร้านรับซื้อของเก่าต่างๆ ที่ทำการซื้อขายอยู่เยอะ ก็จะมีบางส่วนที่ทำการซื้อขายเฉพาะเจาะจง ซึ่งจะมีหลายตัวซึ่งจะทำให้หลายๆท่าน ไม่ทราบว่าสามารถขายได้
    ซึ่งอันที่จริงทีแรกตอนที่ผมเปิดร้านรับซื้อของเก่าใหม่ๆผมก็ไม่ทราบว่าสามารถขายได้ พ่อทำร้านรับซื้อของเก่าไปหลายปีก็เริ่มมีประสบการณ์เริ่มมีความรู้เกี่ยวกับของเก่า วันนี้ผมเข้ามาแชร์ประสบการณ์ให้ฟังแล้วกันว่าสินค้ารีไซเคิลตัวไหนที่สามารถขายได้บ้าง ที่สามารถที่จะขายได้เลยก็มีเช่น โฟม เศษผ้า เทียน น้ำมันพืชเก่า น้ำมันเครื่องเก่า ยางรถยนต์ ยางรถบรรทุก 10 ล้อ ขี้ตัดแก๊สจากเหล็ก กระสอบปุ๋ยถุงพลาสติกต่างๆ เชือกเรือเก่า เศษไม้ ท่อ PE สายรัดพลาสติก PP กล่องฟิวเจอร์บอร์ด แผงวงจร อิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งของต่างๆเหล่านี้ก็จะมีกระบวนการรีไซเคิลต่างกันไป
  อย่างเช่นในกลุ่มพลาสติกเช่น ถุงพลาสติกก็จะทำการล้างให้สะอาดแล้วก็เข้า หลอมเพื่อผลิตเป็นถุงพลาสติกใหม่ อย่างวงจรอิเล็กทรอนิกส์ ก็จะเข้าสู่ขบวนการกัดกรดแยกแร่โลหะต่างๆ แล้วก็ทำกระบวนการคัดกรองให้เหลือเป็นทองอย่างเดียว  ในส่วนของเศษผ้าก็จะทำการขึ้นรูปใหม่เพื่อที่ว่าทำเป็นผ้าเช็ดในงานอุตสาหกรรม เศษไม้ก็จะทำการโม่และคัดแยกเศษเหล็กออกและเข้าสู่กระบวนการเป็นพลังงานทดแทน โฟมก็จำทำการหลอมเป็นเม็ดพาสติกและทำการผลิตขึ้นมาใหม่ ซึ่งหลายๆตัวก็จะทำให้เพื่อนเสียดายบ้าง ว่าสามารถขายได้ด้วยหรือ จริงๆแล้ววัตถุดิบรีไซเคิลพวกนี้ก็จะมีกลุ่มซื้อของเขาต่างหาก   ซึ่งโดยปกติทั่วไปตามร้านรับซื้อของเก่าจะไม่ค่อยนิยมซื้อเพราะเนื่องจาก จะต้องใช้ระยะเวลาในการรวบรวมสอนค้ารีซเคิลพวกนี้ค่อนข้างที่จะนานทำให้ เปลืองเนื้อที่ในการจัดเก็บจนทำให้ร้านรับซื้อของเก่าหลายๆร้านตัดใจไม่ซื้อวัตถุดิบรีไซเคิลพวกนี้ สำหรับเพื่อนๆที่ต้องการการขายในวัตถุดิบรีไซเคิลในกลุ่มพวกนี้ก็ต้องค้นหาตลาดกันนิดนึง หวังว่าข้อมูลนี้จะเป็นประโยชน์แก่เพื่อนๆและผู้สนใจที่อยากจะเปิดร้านรับซื้อของเก่าบ้างนะครับ ขอบคุณครับ






ดูรายละเอียดทั้งหมด -> เมื่อวันที่ : 2019-05-19 09:48:40




เศษกระดาษ ร้านรับซื้อของเก่าเอาไปทำอะไร

เศษกระดาษ ร้านรับซื้อของเก่าเอาไปทำอะไร


เศษกระดาษ ร้านรับซื้อของเก่าเอาไปทำอะไร

ประเภท : นานาสาระ

รายละเอียด

      เศษกระดาษ ร้านรับซื้อของเก่าเอาไปทำอะไร

หลังจากที่เพื่อนๆเอาเศษกระดาษไปขายตามร้านรับซื้อของเก่านั้น จะมีขั้นตอนและกระบวนการอะไรต่อบ้างจนกว่าจะมาเป็นเศษกระดาษที่เราใช้ใหม่ วันนี้ผมจะมาอธิบายให้ฟังครับ
     สวัสดีครับผมนพดล วันนี้ผมจะมาเล่าเรื่องการรีไซเคิลของเศษกระดาษหลังจากที่เพื่อนๆหลายท่านนำเศษกระดาษ กระดาษลังหรือแม้กระทั่งกระดาษขาวดำไปขายให้กับทางร้านรับซื้อของเก่า ทางร้านรับซื้อของเก่านั้น ก็จะทำการรวมเศษกระดาษต่างๆโดยแยกเป็นแต่ละประเภท แล้วทำการส่งให้กับทางโรงอัดกระดาษ ซึ่งการส่งแต่ละครั้งของร้านรับซื้อของเก่านั้นก็แล้วแต่ อาจจะส่งเป็นเที่ยวรถกะบะหรืออาจจะเป็นเที่ยวรถ10ล้อ
   โรงอัดกระดาษนั้น มีหน้าที่รวบรวมเศษกระดาษจากตามร้านรับซื้อของเก่าต่างๆและทำการอัดเป็นก้อน เพื่อทำการส่งให้กับโรงงานรีไซเคิลกระดาษ ในการอัดก้อนของเศษกระดาษแต่ละครั้งนั้นน้ำหนักแต่ละก้อนจะอยู่ที่ประมาณ 500-800 กิโลกรัม จะมีขนาด 80*100*250 เซนติเมตรโดยเฉลี่ย สาเหตุที่ต้องอัดเศษกระดาษนั้นคือ ต้องการลดเนื้อที่ในการขนส่ง และต้องการให้การขนส่งแต่ละรอบมีประสิทธิภาพสูงสุด หลังจากที่โรงอัดกระดาษส่งให้กับทางโรงงานรีไซเคิลกระดาษแล้ว โรงงานรีไซเคิลกระดาษก็จะทำการตรวจเช็ครับเศษกระดาษ โดยจะมีขั้นตอนการเช็คความชื้นของก้อนกระดาษ เช็คสิ่งเจือปนต่างๆที่อยู่ในก้อนกระดาษ หลังจากที่ทำการเช็คเสร็จ โรงงานรีไซเคิลกระดาษ ก็จะทำการ คัดแยกสิ่งเจือปนอีก 1 รอบ และทำการ ใช้โฟล์คลิฟท์ตักเข้าสู่สายพานลำเลียง เพื่อสู่กระบวนการ ต้มกระดาษ ในการต้มใส่กระดาษนั้นเครื่องมือในการต้มกระดาษจะเป็นลักษณะถังใหญ่ๆ มีใบพัดตีเศษกระดาษ เพื่อให้เศษกระดาษยุ่ยแล้วเป็นเยื่อกระดาษออกมา ส่วนสิ่งเจือปนที่มีอยู่ใน เศษกระดาษนั้น ในถังจะมี ตัวคัดแยกสิ่งเจือปน ซึ่งจะเป็นลักษณะคล้ายๆคาด เครื่องเกี่ยวเศษถุงพลาสติก เชือก กระสอบต่างๆ เมื่อได้เยื่อกระดาษเรียบร้อย  ก็จะส่งไปตามท่อลำเลียงไปสู่ถังพักของเยื่อกระดาษ หลังจากนั้นทางโรงงานรีไซเคิลกระดาษก็จะนำเยื่อกระดาษเหล่านั้นเข้ามาสู่กระบวนการเรียงเยื่อกระดาษและทำการรีดน้ำออก ให้ความร้อนเพื่อ ไล่ความชื้นออกจากกระดาษ แล้วก็จะม้วนออกมาเป็นกระดาษม้วน หลังจากที่ได้เป็นกระดาษม้วนแล้ว เขาจะไปสู่กระบวนการผลิตเป็นกล่องกระดาษ ในการผลิตนั้นจะมีกระดาษเข้าไปสู่ กระบวนการ แล้วจะมีเครื่องทำลอนกระดาษ โดยจะมีกาวเป็นตัวกลางเพิ่มความแข็งแรง หลังจากทำรอนกระดาษแล้วก็จะติดกระดาษด้านบนและด้านล่าง เพื่อให้เป็นกระดาษลอนออกมา ซึ่งจะเหมาะในการทำกล่องกระดาษสำหรับบรรจุภัณฑ์ แล้วก็จะไปสู่ถึงขั้นตอนกระบวนการ การทำกล่องคือการพิมพ์ลายและการไดคัทให้เป็นรูปกล่องกระดาษออกมาตามที่ลูกค้าต้องการ เป็นอันเสร็จสิ้นกระบวนการ
  การรีไซเคิลเศษกระดาษนั้น จะเป็นการลดต้นทุนในการผลิตเป็นอย่างมาก และช่วยลด การใช้ทรัพยากรต้นไม้ในการผลิตกระดาษได้มาก ซึ่งในปัจจุบันเศษกระดาษในประเทศเราไม่เพียงพอในการผลิตกระดาษรีไซเคิล ทางโรงงานรีไซเคิลกระดาษต่างๆจึงได้มีการนำเข้าเศษกระดาษ จากต่างประเทศ เพื่อใช้ในอุตสาหกรรมรีไซเคิลกระดาษ ซึ่งการใช้แต่ละครั้งนั้นจะใช้จำนวนมากส่วนราคาของเศษกระดาษนั้น ทางโรงงานรีไซเคิลกระดาษ จะเป็นคนกำหนดราคารับซื้อออกมา และ ทางโรงอัดกระดาษและ ร้านรับซื้อของเก่า ก็จะหาราคาที่เหมาะสมสำหรับการซื้อเศษกระดาษจากลูกค้าอีกทีนึง หวังว่าเพื่อนๆ คงได้ประโยชน์ในบทความนี้ไม่มากก็น้อยนะครับ ขอให้ทุกท่านและร้านรับซื้อของเก่าต่างๆโชคดีครับ




ดูรายละเอียดทั้งหมด -> เมื่อวันที่ : 2019-05-08 21:04:46




ทำไม "รถรับซื้อของเก่าให้ ราคาโหดจริงๆ"

ทำไม "รถรับซื้อของเก่าให้ ราคาโหดจริงๆ"


ทำไม "รถรับซื้อของเก่าให้ ราคาโหดจริงๆ"

ประเภท : นานาสาระ

รายละเอียด

   ทำไมรถรับซื้อของเก่าให้ ราคาโหดจริงๆ
จริงๆแล้วหลายๆท่าน คงจะมีประสบการณ์ ในการขายเครื่องใช้ไฟฟ้าเก่า ให้กับรถรับซื้อของเก่า หรือ ซาเล้ง ซึ่งพอถามราคารับซื้อของเก่า ก็เจอกับราคาที่น่าตกใจ เช่น คอมพิวเตอร์เสียให้เครื่องละ 50 บาท เครื่องซักผ้าเสียให้เครื่องละ 50 บาท เห็นราคารับซื้อของเก่าแล้วแทบจะไม่อยากขาย 
     "
เอาไปซ่อมขายได้ราคาตั้งเยอะ ซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้ามาราคาตั้งแพง เป็นคำถามที่มีมากมายในหัว"
    
 แต่เมื่อเรียกมารถรับซื้อของเก่ามาแล้ว ก็เลยขายของเก่าไปให้ชิ้นนึง ก่อนที่ผมจะมาทำร้านรับซื้อของเก่าผมก็เคยมีความรู้สึกแบบนี้ ว่าทำไมถึงให้ราคาน้อยจัง  วันนี้ผมจะมาอธิบายให้ฟังสาเหตุที่ รถรับซื้อของเก่า ต้องซื้อราคาของเก่าขนาดนี้เป็นเพราะว่าอะไร สาเหตุที่ทำให้รถรับซื้อของเก่า หรือ ซาเล้ง ต้องซื้อเครื่องไฟฟ้าในราคาถูก เพราะเนื่องจากเวลาแกะเครื่องใช้ไฟฟ้าแล้ว ของที่ได้มีมูลค่าค่อนข้างต่ำ และใช้ระยะเวลาในการแกะค่อนข้างนาน เช่นเครื่องซักผ้า 1 ตัว น้ำหนักประมาณ  15 กิโลกรัม เวลาแกะจะได้ พลาสติกกรอบ ประมาณ 6กิโลกรัม ราคากิโลกรัมละ 5 บาท จะเป็นเงินค่าพลาสติกกรอบ 30 บาท ได้มอเตอร์ 2 ตัว แกะมาจะได้ เศษเหล็กประมาณ 3 กิโล กิโลกรัมละ 9 บาท เป็นเงินอยู่ 27 บาท ได้ทองแดงจากมอเตอร์ประมาณ 3 ขีด ราคากิโลกรัมละ 165 จะเป็นเงิน 49 บาท ต้องใช้ระยะเวลาในการแกะประมาณ 40 นาที ได้เศษสายไฟประมาณ 1 ขีด ต้องเสียเวลาปอกเปลือกพลาสติกออกจากสายไฟ ใช้ระยะเวลาสักพักหนึ่ง ขายได้ประมาณ 10 บาท มีชิ้นส่วนอื่นๆที่ยังพอได้อีกเช่น แผง บอร์ดวงจรอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งน้ำหนัก ประมาณ 2 ขีด ขายได้กิโลกรัมละ 25 บาท เป็นเงิน 5 บาท และเป็นส่วนวัสดุอื่นๆที่ไม่สามารถขายได้ จะต้องเป็นหน้าที่ของรถรับซื้อของเก่าเพื่อเอาไปทิ้งอีก รวมๆแล้วเงินที่ได้จากการแกะเครื่องซักผ้าจะได้ประมาณ 121 บาท พวกอุปกรณ์อื่นๆที่ยังพอขายได้อีกประมาณ 30 บาทคิดให้เต็มที่จะได้เงินอยู่ประมาณ 150 บาท ต้นทุนซื้อมา 50 บาทจะเหลือกำไรอยู่ 100 บาทหักค่าน้ำมันรถ หักค่าแรงงานในการแกะและระยะเวลาในการแกะเครื่องใช้ไฟฟ้า แทบจะไม่เหลือกำไรอะไรเลย แต่ที่รถรับซื้อของเก่า เขารับซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้า เขาหวังว่า อาจจะนำไปซ่อมและขายเป็นของใช้ไฟฟ้ามือสองได้ ซึ่งซ่อมได้บ้างและซ่อมไม่ได้บ้าง ในส่วนที่ซ่อมได้ก็ถือว่าเป็นผลพลอยได้ไป จริงๆแล้ว ผมมองว่า ทางรถรับซื้อของเก่าเขาตั้งราคาที่สมเหตุสมผลแล้ว เขาไม่ได้เอากำไรมากมายเลย หากเพื่อนๆที่กำลังจะขาย ก็อย่าไปว่าเขาเลยครับ ดีซะอีกที่เขาเก็บออกไปให้เรา บ้านเราก็ได้สะอาด แถมยังให้ เงินเราอีก วันนี้ขออธิบายเพียงเท่านี้ก่อนครับ ขอบคุณครับ





ดูรายละเอียดทั้งหมด -> เมื่อวันที่ : 2019-05-01 11:07:06




ตีฝ้าใช้เองใน ร้านรับซื้อของเก่า

ตีฝ้าใช้เองใน ร้านรับซื้อของเก่า


ตีฝ้าใช้เองใน ร้านรับซื้อของเก่า

ประเภท : นานาสาระ

รายละเอียด

   สวัสดีครับผมนพดล by  www.recyclechon.com ครับ วันนี้ผมก็จะมาสาธิตวิธีการการตีฝ้าสำหรับออฟฟิศร้านรับซื้อของเก่าของเรานะครับผม ซึ่งก่อนหน้านี้ออฟฟิศของผมก็จะเป็นที่ปลูกต้นไม้ต่างๆ  แล้วผมก็เริ่มขยับขยายมาก่ออิฐทำเป็น ออฟฟิศเพื่อใช้ในร้านรับซื้อของเก่านะครับ ซึ่งก็เป็นออฟฟิศดัดแปลงแล้วกัน แล้ววันนี้ผมก็จะให้ลูกน้องในร้านรับซื้อของเก่าของผมมาตีฝ้าให้
    อันดับแรกก็คือทางผมก็ไปซื้ออุปกรณ์เครื่องไม้เครื่องมือต่างๆอุปกรณ์(ก่อนหน้านี้อุปกรณ์ตีฝ้าพวกนี้ที่ร้านรับซื้อของเก่าผมก็มีแต่ขายไปหมดแล้ว พอจะใช้เลยต้องซื้อใหม่555)  ก็จะมีแผ่นยิปซั่ม  ซีลาย ตัวล็อคซีลาย สกรูDriver แล้วก็ปูนฉาบเรียบ อุปกรณ์ก็จะประมาณนี้
  ขั้นตอนการทำงาน
  1.  วัดระดับน้ำของห้องนะครับผมทั้ง 4 มุมให้ได้ระดับนะครับผม หลังจากที่เราวัดระดับน้ำเรียบร้อยแล้วนะครับผมทางเราก็จะเอาฉาก สำหรับตีฝ้านะครับผมมายึดติดทั้ง 4 มุมนะครับโดยให้บ่าของฉากอยู่ด้านบนทั้ง 4 มุม เพื่อเป็นตัวรองรับซีลาย ขั้นตอนนี้เราจะเอาตะปูยึดผนัง
  2. เราก็จะวัดซีลายให้ได้ขนาดของห้อง  เราก็จะเอาซีลายวางแนวนอนนะครับผม วางเข้าไปบนบ่า ของฉากของห้องโดยเว้นระยะห่างช่วงระยะ 40 cm นะครับ หลังจากที่เราวางช่วงระยะ 40 cm เรียบร้อยแล้วทางเราก็จะเอาสกรูยิงยึดเข้าไประหว่างบ่ากับซีลาย
  3.  เมื่อเรายึดติดเรียบร้อยแล้วทางซีลายก็จะเป็นแนวขวางหลังจากนั้นทางเราก็จะ เอาซีลายมาวาง เป็นแนวยาว เพื่อทำเป็นคานขอบฝ้า โดยเว้นระยะ 40 cm เหมือนกัน โดยตัวนี้ทางเราจะเอาซีลายจะเป็นแนวตั้ง เพื่อเน้นความแข็งแรงและยึดด้วยตัวยึดซีลาย ซึ่งเราซื้อมาตัวนี้จะเป็นตัวยึดสำเร็จซึ่งใช้งานสะดวกมาก
  4.  หลังจากที่เราวางขาเสร็จเรียบร้อยวางเป็นแนวตั้งทั้งเราก็ยึดให้เรียบร้อยก็จะเป็นลักษณะตารางคล้ายๆกับตารางหมากฮอส หลังจากที่เรายึดแต่ละยึดคานโดยใช้ตัวล็อค เสร็จเรียบร้อยแล้วนั้นทางเราก็จะเอาฉากที่เหลือจากการตีขอบนั้นมายึดตรงช่วงคานกับโครงหลังคาเพื่อรั้งไว้ให้ได้ระดับและจะได้แข็งแรง โดยเราจะใช้สกรูเป็นตัวยิงยึด
  5. เราก็จะใช้แผ่นยิปซั่มที่ซื้อมาสำเร็จ มายิงเข้ากับตัวโครงซีไลน์ที่เราทำไว้ โดยใช้สกรูไดร์เวอร์เป็นตัวยิง ยิงเข้าไปให้ทั่ว หลังจากที่เรายึดฝ้าเสร็จเรียบร้อยแล้ว
  6. ผสมปูนทยิปซั่มมา โป๊ลงไปในส่วนที่เป็นรอยเช่นรอยบุ๋มของสกรูต่างๆ  ตามมุมต่างๆให้เรียบร้อย ซึ่งขั้นตอนการ โป๊ฝ้า ก็ค่อนข้างที่จะใช้ระยะเวลา นานพอสมควร
  7. ทำการขัด ให้เกิดความเรียบและความสวยงามในการทำงาน
  8. เราก็จะทาสีได้เลย การทาสีนั้นก็แนะนำเป็นสีใช้ทาภายในและใช้เป็นลูกกลิ้ง เพื่อความสะดวกในการทำงานส่วนบริเวณขอบนั้นแนะนำว่าใช้แปรงในการทาเพื่อที่จะได้เข้าถึงมุมจากต่างๆ จะได้เกิดความสวยงามในการทำงานซึ่งทั้งหมดนี้ก็เป็นเทคนิคง่ายๆในการตีฝ้า
  สำหรับเพื่อนๆท่านใดที่ทำร้านรับซื้อของเก่าก็สามารถนำไปดัดแปลงใช้ กับสำนักงานของตัวเองได้นะครับผมก็ไม่สงวนลิขสิทธิ์ใดๆครับสวัสดีครับ




ดูรายละเอียดทั้งหมด -> เมื่อวันที่ : 2019-04-30 13:58:27




เทคนิคการย้ายเครื่องจักร

เทคนิคการย้ายเครื่องจักร


เทคนิคการย้ายเครื่องจักร

ประเภท : นานาสาระ

รายละเอียด

วันนี้ผมก็จะมาพูดเกี่ยวกับเรื่องการขนย้ายเครื่องจักรในร้านรับซื้อของเก่านะครับผม ปกติแล้วผมไม่ค่อยได้ซื้อกระดาษ ขวด กระป๋อง ประมาณนี้นะครับเนื่องจากเป็นร้านรับซื้อของเก่าของผมไม่ได้อยู่ในเขตของแหล่งชุมชนนะครับผม ผมเลยต้องแก้ไขปัญหาสถานการณ์คือต้องไปหาเก็บตามโรงงาน จริงๆแล้วของผมก็ไม่ได้เก็บโรงงานขนาดใหญ่นะครับเป็นการเก็บโรงงานขนาดกลางและขนาดเล็ก ใช้คนงานไม่เยอะ
   ก่อนหน้านี้ก็มีโรงงานอยู่โรงงานนึง  เขาต้องการที่จะขายเครื่องปั๊มเหล็ก เขาก็พาผมเข้าไปดูเครื่องจักร เป็นเครื่องปั๊มผมกะน้ำหนักประมาณตัวละ 2 ตัว  น้ำหนักประมาณตัวละ 2000 กิโลกรัม นะครับผม เครื่องจักรเขาจะอยู่ในโรงงาน แล้วก็จะมีกำแพงกั้น เราไม่สามารถเอาออกได้เลยนะครับ ต้องใช้เครื่องไม้เครื่องมือในการเอาเครื่องจักรออกนะครับ  ผมอธิบายให้ฟังว่าขั้นตอนการทำงานของผมเป็นอย่างไร เครื่องจักรจะอยู่ในส่วนของโรงงาน จะมีทางเข้าอยู่ทางด้านขวามือ เครื่องจักรจะอยู่ซ้ายมือติดกำแพง 2 ตัว เวลาขนย้ายออก ผมจะต้องย้ายเครื่องจักรมาตรงฝั่งประตู และเอาแป๊บรองเพื่อเอาเฮี๊ยบลากเครื่องจักรมาที่โล่ง แล้วทำการใช้รถเฮี๊ยบทำการยกเครื่องจักร จริงๆแล้วผมไม่มีประสบการณ์การย้ายเครื่องจักรเลยนะครับ ก็เลยไปขอคำปรึกษาจากเพื่อน ซึ่งมีเพื่อนอยู่ท่านหนึ่ง เขารับย้ายเครื่องจักร  แล้วเขาก็ให้คำตอบว่าในกรณีแบบนี้จะต้องดีดขึ้นจากให้ลอยขึ้นแล้วเอาเต่าลองได้เครื่องจักรแล้วลากออกมา เต่าก็จะเป็นแผ่นเหล็กสี่เหลี่ยมอยู่ด้านบนมีความหนาประมาณ 10 mm แล้วจะมีล้อด้านล่าง 4 มุมล้อตัวนี้จะหมุนรอบสละ 360 องศาเพื่อที่ว่าสามารถลากเครื่องจักรออกมาได้ เขาก็เลยแนะนำประมาณนี้  ผมก็เลยขอยืมเครื่องมือเข้ามาใช้  ทีแรกก็ไม่รู้จะทำยังไงดีนะที่เพื่อนให้คำตอบมา 
 
    เครื่องมือที่ใช้ในการขนย้ายเครื่องจักร 
  1. จะเป็นแม่แรง แม่แรงจุดนี้จะแตกต่างจากแม่แรงรถยนต์ ซึ่งเขาจะมีการออกแบบมาเป็นพิเศษคือจะมีเหล็กออกมาและเป็นบ่ารองรับ เพื่อที่ว่าเสียบใต้เครื่องจักรแล้วติดขึ้น 
  2. คือเต่า สำหรับการลากเครื่องจักรออกมา วันนี้ผมก็จะใช้เต่าอยู่ประมาณ 2 ตัวพอเนื่องจากเครื่องจักรไม่ใหญ่มาก 
  3. คือแป๊บเหล็กสะหรับกรณีที่เต่าไม่สามารถขนได้ 
  4. ขอนไม้และอุปกรณ์ทั่วไปเช่นโซ่ในการยกและสายเบลท์
   วันนั้นที่ผมเข้าไปผมเอารถสิบล้อเข้าไป 2 คัน เนื่องจากว่าเครื่องจักร จากการที่ประเมินด้วยสายตาเครื่องจักรน้ำหนักประมาณตัวละ 2 ตัน และเฮี๊ยบของผมมันยกได้อยู่ 2 ตัน ปัญหาของผมมีอยู่ว่า รถเฮี๊ยบของผมคอกมันจะสูง พอสูงมากเวลายก อาจจะแรงไม่เพียงพอในการยก เลยนำรถเฮี๊ยบเข้าไป 2 คันเพื่อช่วยทำการยก
   เริ่มแรกเดิมทีเลยที่เข้าไปเอาเครื่องจักรก็จะเอาแท่นแม่แรง สอดเข้าใต้เครื่องจักรและทำการยกดีดขึ้นมาเอาขอนไม้รอง เมื่อลองได้ระดับแล้ว ก็จะเอาเต่าทำการเสียบเข้าไปแล้วลากออกมา พอถึงประตู ก็จะเอาแป๊บลอง แล้วเอาเฮี๊ยบลากออกมา ให้อยู่บริเวณพื้นที่โล่ง แล้วก็นำรถสิบล้อ 2 คันมาช่วยทำการยกขึ้น กรณียกลงผมก็จะใช้เฮี๊ยบยกลงเหมือนกัน ในส่วนเครื่องจักรนี้ ซึ่งมันจะมีตัวที่ใช้ได้อยู่และจะมีตัวที่ใช้ได้อยู่ 1 ตัวและตัวใช้ไม่ได้อยู่ 1 ตัว เวลาผมขายผมก็จะขายเหมารวม 2 ตัวเลย เพราะว่าถ้าแยกขายทีละตัวตัวที่ใช้ได้จะขายได้ก่อนส่วนตัวที่ใช้ไม่ได้ก็จะขายไม่ได้  ทำให้เราไม่สามารถขายได้
  ผมก็จะมีทิคเสริมสำหรับเพื่อนๆ ในการขนย้ายเครื่องจักรก็ได้ส่วนแรกของผมเลยก็คือจะต้องดูแลเรื่องความปลอดภัยมาเป็นอันดับ 1 เพราะถือว่าบุคลากรเป็นสิ่งที่สำคัญไม่ว่าจะเป็นทีมงาน ของคนไทยหรือทีมงานต่างชาติก็แล้วแต่ ส่วนเรื่องที่ 2 คือในส่วนของการประเมินราคา มีอยู่ว่าถ้าเป็นเครื่องจักรที่นิยมใช้ พื้นฐาน ทักษะช่างทั่วไป เช่นเครื่องเชื่อม เครื่องตัดไฟเบอร์ เครื่องกลึง เครื่องมิลลิ่ง พวกนี้จะเป็นเครื่องจักรพื้นฐานถ้าสามารถใช้ได้แล้วก็จะตีให้สูงนิดนึงเพราะว่ามันจะขายง่ายมีคนมีความต้องการสูง ส่วนเครื่องจักรใหญ่ๆที่เป็นงานเฉพาะด้าน ใช้งานได้อย่างเดียวไม่สามารถทำอย่างอื่นได้ ตัวนี้ผมก็จะตีราคาเป็นเศษเหล็ก เนื่องจากว่าจนกว่าที่เราจะขายได้  จนกว่าจะหาลูกค้ามาซื้อได้ต้องใช้ระยะเวลานาน หรือบางครั้งเครื่องอาจจะเสียก่อนเพราะเราไม่ได้วอร์มเครื่องไม่ได้ใช้เครื่อง และอีกอย่าง เครื่องจักรที่มีขนาดใหญ่ เวลาขนย้ายเราจะต้องคำนวณค่าใช้จ่ายเช่นรถขนย้าย เครนสำหรับยก เครื่องจักรที่มีขนาดใหญ่มากๆจนถึงขนาดเราต้องเปิดหลังคาโรงงาน ซึ่งเราจะต้องคำนวณค่าใช้จ่ายให้ดี สรุปง่ายๆเลยคือถ้าเป็นเครื่องจักรพี่ไม่ค่อยนิยมใช้ถ้าขนาดยิ่งใหญ่ราคาก็จะยิ่งถูกลง ราคาถูกลงมานะครับเพราะว่ามันจะต้องมีค่าบริหารจัดการเยอะ แล้วก็การตัดการย่อยในการส่งเข้าเตาหลอม  ขายเป็นเศษเหล็กหล่อก็จะทำได้ยากมีค่าใช้จ่ายสูง ก็หวังว่าบทความนี้จะมีประโยชน์กับเพื่อนๆไม่มากก็น้อยเรา เพื่อนๆสามารถนำไปดัดแปลงใช้ได้กับร้านรับซื้อของเก่าของท่านได้นะครับขอให้ทุกท่านโชคดีสวัสดีครับ




ดูรายละเอียดทั้งหมด -> เมื่อวันที่ : 2019-04-26 21:07:50




การเลือกซื้อตาชั่งใช้ ในร้านรับซื้อของเก่า

การเลือกซื้อตาชั่งใช้ ในร้านรับซื้อของเก่า


การเลือกซื้อตาชั่งใช้ ในร้านรับซื้อของเก่า

ประเภท : นานาสาระ

รายละเอียด

    สวัสดีครับผมนพดลbyรีไซเคิลชนดอทคอมนะครับ ตอนนี้มาทำช่อง YouTube นะครับเกี่ยวกับร้านรับซื้อของเก่า การทำธุรกิจรีไซเคิลต่างๆนะครับ เพื่อนๆท่านใดที่สนใจก็สามารถเข้ามารับชมในเว็บไซต์ของเรา หรือไม่ก็ดูในช่อง YouTube ของเราก็ได้นะครับผมก็ยินดีเป็นอย่างยิ่งและถ้าไม่เป็นการรบกวนมากเกินไป ฝากเพื่อนกดไลค์กดแชร์ไม่ก็ฝากกดติดตามให้หน่อยนะครับเพื่อเป็นกำลังใจในการทำคลิปต่อๆไป
    วันนี้ผมก็จะมาพูดเกี่ยวกับเรื่องเครื่องไม้เครื่องมือที่จำเป็น ในการเปิดร้านรับซื้อของเก่าแล้วกัน ในที่นี้ขอพูดเกี่ยวกับเรื่องของตาชั่ง เริ่มแรกเดิมที ขอแชร์ประสบการณ์ นะครับผมก็ค่อนข้างแชร์จะปล่อย อย่าเพิ่งเบื่อกันเลยนะครับผม เริ่มแรกเต็มที่ตอนเปิดร้านรับซื้อของเก่าใหม่ๆตอนนั้นทุนค่อนข้างมีจำกัด ตอนนั้นซื้อตาชั่งจำได้ว่าเป็นตาชั่ง สปริงที่ว่าชั่งได้ทีละไม่เกิน 60 กิโลกรัม รู้สึกว่าจะซื้อมา 2 ตัว ในกรณีที่เราชั่งน้ำหนักเกิน 60 กิโลกรัมไปนะครับผม เราก็จะเอาตาชั่งตัวที่ 1 มาตั้งแล้วก็เอาตาชั่งตัวที่ 2 มาตั้งด้านข้าง แล้วก็ชั่งของที่ลูกค้ามาขาย พาดกัน 2 ตัว แล้วก็เอาน้ำหนักมารวมกันก็จะได้นน.ที่เที่ยงตรง  ก็เป็นการแก้ไขสถานการณ์เฉพาะหน้าได้อีกอย่างหนึ่ง  และอีกตัวนึงก็เป็นตาชั่ง ลูกเลื่อนพิกัดก็ 500 กิโลกรัม ก็ซื้อมาใช้จะถามว่า ตาชั่งลูกเลือนได้ใช้ไหม จริงๆแล้วไม่ได้ใช้เลยนะครับผม ใช้ได้น้อยมากเลยครับ และผมเข้ามาเปลี่ยนเป็นตาชั่งดิจิตอล ที่ว่าใช้โหลดเซลล์ ตัวนี้เวิร์คมาก  เดี๋ยวจะพาไปเที่ยวไปดูแล้วกันนะครับเดี๋ยวผมพาไปเพื่อนๆไปดูแล้วกันนะครับผม ก็จะเป็นส่วนของตาชั่งสปริง ตอนนั้นถ้าจำไม่ผิดประมาณ 7- 800 บาทนะครับผม รูปทรงก็จะเป็นแบบนี้นะครับผม  เพื่อนๆลองดูนะครับว่าพิกัดมันอยู่ที่ 60 กิโลครับ เวลาซื้อมานะครับผม เพื่อนๆลองสังเกตนิดนึง บริเวณด้านข้างจะมีการปั๊มตราครุฑของกรมการค้าภายใน แสดงว่าได้มาตรฐาน อีกตัวนึงก็จะเป็นตาชั่งลูกเลื่อน พิกัดอยู่ที่ 500 กิโลกรัมสำหรับตัวใหญ่ และพิกัด 200 กิโลกรัมสำหรับตัวเล็ก เวลาช่างก็จะเอาตัวห้อยมาห้อยตรงปลาย แล้วก็เอาตัวถ่วงมาใส่ตรงบริเวณห้อยตัวไป แล้วก็เลื่อนน้ำหนัก ให้อยู่กึ่งกลางก็จะได้น้ำหนักที่ออกมา อีกตัวหนึ่งก็จะเป็นตาชั่งดิจิตอล ถ้าเพื่อนๆจะซื้อตราชั่งลูกเลื่อนแนะนำเป็นตาชั่งดิจิตอลดีกว่า ที่ร้านรับซื้อของเก่าของผมก็จะใช้ตาชั่งขนาด 150 คูณ 150 cm รับน้ำหนักได้ 3000 กิโลกรัม ครับผม ลักษณะการทำงานของเขาคือจะมีโหลดเซลล์อยู่บริเวณมุมทั้งสี่ด้าน เมื่อรับน้ำหนักโหลดเซลล์จะทำงานและส่งสัญญาณไปที่กล่องรับสัญญาณ เมื่อตัวรับสัญญาณรับสัญญาณเรียบร้อยแล้วก็จะส่งค่าออกมาที่จอแสดงผล ว่าเป็นพิกัดกี่กิโลกรัม ข้อดีของตาชั่งดิจิตอลนี้ คือเราสามารถ นำหัวตาชั่งดิจิตอลไปชาร์จแบตได้ บริเวณหัวของตาชั่งน้ำจะมีแบตเตอรี่อยู่ แต่เวลาชั่งน้ำหนัก ก็จะมีปุ่มกดสำหรับต่อเครื่องปริ้น เพื่อปริ้นแสดงค่าน้ำหนักออกมาได้ แล้วก็ในกรณีที่เรา ชั่งน้ำหนักหลายๆตัว เราสามารถนำของขึ้นชั่ง พอช่างเสร็จเราสามารถกด Zero เพื่อเซ็ตน้ำหนักให้เป็น 0 แนะนำสินค้าตัวใหม่ขึ้นชั่งได้เลย โดยที่ไม่ต้องยกวัตถุดิบที่ช่างทีแรกออก ตาชั่งดิจิตอลตัวนี้ตอนที่ผมซื้อมาราคาอยู่ที่ประมาณ 27,000 บาท ถ้าเพื่อนๆท่านใดที่เปิดร้านรับซื้อของเก่าใหม่ แนะนำให้ซื้อตาชั่งดิจิตอลไปเลย เพราะจะได้ไม่ต้องเสียเงินในการซื้อตาชั่งใหม่รอบและเวลาที่ลูกค้ามาขายของเก่าก็เห็นน้ำหนักที่ชั่งก็จะได้มั่นใจใขการขายของเก่า และอยากของของเก่ามาขายที่ร้านรับซื้อของเก่าของเราอีก ข้อแนะนำในการใช้ตาชั่งดิจิตอลคือ เวลาชาร์จแบตเตอรี่ ห้ามชาร์จขณะฝนตกฟ้าร้อง  ห้ามเชื่อมเหล็ก บนตาชั่งโดยเด็ดขาดเพราะจะทำให้ไฟฟ้าลัดวงจร ห้ามนำหัวตาชั่งเปียกฝน ห้ามเอาของหนักมาทับสายสัญญาณ หวังว่าบทความนี้จะเป็นเทคนิคดีๆสำหรับเพื่อนๆที่เปิดร้านรับซื้อของเก่านะครับ ขอให้เพื่อนๆทุกท่านโชคดีครับ






ดูรายละเอียดทั้งหมด -> เมื่อวันที่ : 2019-04-25 21:19:00




การแยกประเภทเศษเหล็ก ตามกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ กับร้านรับซื้อของเก่า

การแยกประเภทเศษเหล็ก ตามกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ กับร้านรับซื้อของเก่า


การแยกประเภทเศษเหล็ก ตามกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ กับร้านรับซื้อของเก่า

ประเภท : นานาสาระ

รายละเอียด

การแยกประเภทเศษเหล็ก ตามกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ กับ ร้านรับซื้อของเก่า ปกติใน  ร้านรับซื้อของเก่า เศษเหล็กที่ทำการซื้อขายทั่วไปก็มีไม่กี่ประเภท เช๋น เศษเหล็กหนา เศษเหล็กบาง กระป๋อง เป็นต้น เรามาดูกันว่า การแยกประเภทเศษเหล็กสำหรับเป็นวัตถุดิบในการผลิตเหล็กกล้า ของกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ มีอะไรบ้าง
  1. เหล็กหนาพิเศษ ได้แก่ แผ่นเหล็กหนาตัดไฟ ล้อกะทะ 10ล้อ เป็นต้น
  2. เศษเหล็กหนา ได้แก่ เหล็กโคลงสร้าง แป๊บ เหล็กข้ออ้อย เหล็กกล่อง เป็นต้น
  3. เศษเหล็กบาง ได้แก่ แผ่นเหล็กเมทัลชีท ถัง200 ลิตร เป็นต้น
  4. เหล็กคละ (เศษเหล็กหนากับเศษเหล็กบางปนกัน)
  5. เศษเหล็กจากกระบวนการผลิต(Process) ได้แก่ เหล็กปั๊มทั่วไป
  6. เหล็กขยี้ ได้แก่ เศษเหล็กปั๊มบางมาเข้าเครื่องขยี้ (เพื่อง่ายและลดเนื้อที่ในการเข้าเตาหลอมเหล็ก)
  7. เศษเหล็กหล่อ (เหล็กที่ผ่านการหล่อขึ้นรูป คาร์บอนจะสูง)
  8. เศษเหล็กลูกอัด ได้แก่ เศษเหล็กบาง อัดขึ้นรูป เพื่อลดค่าขนส่ง
  9. เศษขี้กลึง
  10. กระป๋อง ต่างๆ
       http://recyclechon.com/pic_keep/36.jpg http://recyclechon.com/pic_keep/37.jpg

การแยกประเภทเศษเหล็กนี้ เพื่อง่ายต่อการบริหารจัดการเศษเหล็ก การส่งเศษเหล็กเข้าเตาหลอมเหล็ก และเป็นหลักเกณฑ์อ้างอิงในการซื้อขายเศษเหล็กในท้องตลาด ส่วนในด้านร้านรับซื้อของเก่า ทั่วไปก็จะมีเศษเหล็กไม่กี่ประเภทครับ



ดูรายละเอียดทั้งหมด -> เมื่อวันที่ : 2019-04-25 19:50:49




การทดสอบสแตนเลส ในร้านรับรับซื้อของเก่า

การทดสอบสแตนเลส ในร้านรับรับซื้อของเก่า


การทดสอบสแตนเลส ในร้านรับรับซื้อของเก่า

ประเภท : นานาสาระ

รายละเอียด

    ในการรับซื้อของเก่านั้น มีเศษวัสดุรีไซเคิลมากมาย ให้เราทำการซื้อ เช่น ขวด กระดาษ พาสติก เหล็ก และโลหะมีค่าต่างๆ 
ในแต่ละครั้งก็จะมีของมากมาย ทั้งที่เคยเจอ เคยเห็นและไม่เคยเจอในร้านรับซื้อของเก่า หากเรารับซื้อของที่มีราคาถูกเป็นของแพง นั้นหมายความว่าเราจะต้องขาดทุนในของชิ้นนั้นๆ
     วันนี้จะมาพูดถึงการรับซื้อและทดสอบสแตนเลสเกรด304 (หรือที่เราเรียกจนชินปากว่าสแตนเลสแท้)และสแตนเลสเทียม 210
คุณสมบัติของสแตนเลสของสองตัวนี้จะคล้ายๆกันต่างกันเล็กน้อย คือ สแตนเลส304แม่เหล็กดูดไม่ติด (อันที่จริงดูดติดเล็กน้อย) ทนการกัดกร่อน ใช้หัวแก๊สตัดเหล็ก ตัดได้ยาก ค่าถ่วงจำเพาะเท่าเหล็ก ส่วนเกรด 210 จะคล้ายๆกับเกรด 304 แต่จะต่างกันคือแม่เหล็กจะดูดติด ในการรับซื้อของเก่าของผู้เริ่มต้นเปิดร้านนั้น เราจะเอาแม่เหล็กมาทดสอบสแตนเลสอย่างเดียวไม่พอ เพราะมีหลายๆกรณีที่แม่เหล็กดูดไม่ติด แต่ส่งขายไม่ได้ เลยต้องขาดทุน การทดสอบสแตนเลส 304นั้นไม่ยาก แต่เราจะต้องมีอุปกรณ์ ดังนี้​ 
                              
  • แม่เหล็กแรงสูง
  • แบตเตอรี่ 9V
  • น้ำยาทดสอบสแตนเลส(หากไม่มีใช้น้ำกรดที่อยู่ในแบตแตอรี่รถยนต์มาใช้ได้)
          
         การทดสอบสแตนเลส
  1. ใช้แม่เหล็กแรงสูงทดสอบ หากแม่เหล็กดูดไม่ติดหรือติดเล็กน้อยแสดงว่าผ่านเบื้องต้น
  2. ใช้น้ำยาทดสอบหรือนำ้กรดแบตเตอรี่หยดที่ผิว และแบตเตอรี่ขั้วลบติดที่ผิวของสแตนเลส ขั้วบวกจุ่มติดตรงที่น้ำกรด ปล่อย5 วินาที หากน้ำออกเหลืองๆแสดงว่าใช้ได้ หากออกสีแดง แสดงว่าใช้ไม่ได้ ซื้อเป็นเศษเหล็กได้เลย (สแตนเลสเกรด210 สีจะออกเป็นสีแดงครับ)
                  

                                 (ในภาพคือเกรดสแตนเลส 210ครับ)

ที่จริงแล้วสแตนเลสมีหลายเกรดมาก แล้วแต่คุณสมบัติ แต่คราวๆ ในการรับซื้อของเก่านั้น ก็จะทดสอบประมาณนี้ครับ หวังว่าเพื่อน พี่ๆคงโชคดีนะครับ




ดูรายละเอียดทั้งหมด -> เมื่อวันที่ : 2019-04-25 19:48:32